หนอนด้วงสาคู สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่เลี้ยงง่ายรายได้ดี

หนอนด้วงสาคูเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศเนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็วเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์หนอนด้วงสาคู จะมีลักษณะเป็นแมลงงปีกแข็ง สำน้ำตาลอมส้ม หรือสีน้ำตาลปนดำ ปากยาวบอบบาง มีงวง โดยตัวผู้และตัวเมียมีความแตกต่างกันคือ ตัวผู้จะมีขนมองเห็นได้ชัดเจน และมีลักษณะเป็นแนวบริเวณส่วนกลางตามความยาวของงวงส่วนตัวเมียไม่มีขนโดยราคาขายของหนอนด้วงสาคูแต่ละท้องที่นั้นต่างกัน ภาคใต้กิโลกรัมละ 200 บาท ภาคกลางกิโลกรัมละ 300 บาท ภาคเหนือกิโลกรัมละ 400 บาท

รูปแบบการเลี้ยงหนอนด้วงสาคู

การเลี้ยงหนอนด้วงสาคูในท่อนสาคู มีอุปกรณ์การเลี้ยง ประกอบด้วยท่อนสาคู หรือท่อนลาน ความยาวท่อนละ 50 เซนติเมตร, พ่อ-แม่พันธุ์ด้วงสาคู ตัวผู้ 2 ตัว ตัวเมีย 4 ตัว, ฝักบัว หรือสายยางสำหรับรดน้ำ วางท่อนสาคู หรือท่อนลาน บริเวณล้านกว้างหรือทำเป็นโรงเรือนที่มีความสะอาดไม่มีน้ำขัง สามารถวางตากแดดตากฝนได้ นำพ่อแม่พันธุ์ของหนอนด้วงสาคูปล่อยลงในท่อนจำนวน 3 คู่ต่อท่อน อัตราตัวผู้ 2 ตัว ตัวเมีย 4 ตัว จากนั้นปิดด้านบนของท่อนสาคู รดน้ำด้วยฝักบัว หรือสายยางรดน้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 40-45 วัน จะสามารถจับตัวหนอนด้วงสาคูออกจำหน่ายได้

นอกจากนี้ยังมีอีก 1 วิธีในการเลี้ยงหนอนด้วงฯที่ใช้ส่วนผสมอื่นเป็นอาหารทดแทนการเลี้ยงด้วยท่อนสาคู นั่นคือ การเลี้ยงหนอนด้วยสาคูในกะละมัง คุณบุญฑิตา วงค์ถาติ๊บ หรือ คุณเอี่ยม ชาวบ้านงิ้วงาม ต.แม่ตีบ อ.งาว จ.ลำปาง ได้เริ่มต้นเลี้ยงด้วยสาคูตั้งแต่ปี 2565 โดยทดลองเลี้ยงหนอนด้วงสาคูในกะละมังด้วยการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 5 คู่ ลงในกะละมังขนาด 50 ซ.ม. แล้วให้อาหารต่อ 1 กะละมัง ได้แก่ มันบด 2 กิโลกรัม รำข้าวละเอียดครึ่งกิโลกรัม อาหารหมู 3 ขีด เปลือกมะพร้าวสับครึ่งกิโลกรัม กากน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ นำวัตถุดิบอาหารมาผสมกันและรดน้ำให้ชุ่ม ตั้งไว้ประมาณ 40-50 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ เมื่อได้ผลผลิตจึงทดลองขายในตลาดของชุมชน โดยแบ่งขายตามกำลังของผู้ซื้อ จนได้รับการตอบรับจากลุกค้าเป็นอย่างดีจึงมีแผนที่จะขยายตลาดเพื่อเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับธุรกิจขายของและฟาร์มจิ้งหรีด คุณเอี่ยมยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงหนอนด้วงสาคูให้แก่ผู้ที่อยากเริ่มต้นเลี้ยง หากท่านใดสนใจอยากเลี้ยงหนอนด้วงสาคูสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่……….คุณเอี่ยมเจ้าของฟาร์ม บุญฑิตา ฟาร์มแมลง 091-0760857 หรือ Facebook:บุญฑิตา ฟาร์มแมลง

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมประชุมกับกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจและคณะกรรมการ ป.ย.ป พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อนำมาพัฒนาแผนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

กรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะกรรมการ ป.ย.ป. ลงพื้นที่ กฟผ. แม่เมาะ รับฟังความก้าวหน้าโครงการ แม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมเสนอแนะการพัฒนาแผนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2565 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ พร้อมด้วยนางสาวรานี อิฐรัตน์ ผู้อำนวยการกอง 3 รักษาราชการแทนรองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และ ดร.พุทธิมา ตระการวนิช ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณ เขตพื้นที่ 10 สำนักงบประมาณ และคณะทำงาน ลงพื้นที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ โดยมี นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ร่วมต้อนรับและนำเสนอแผนงานและข้อมูลการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ทั้ง 3 มิติ ได้แก่ ด้านพลังงานอัจฉริยะ ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ และด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ซึ่งคณะฯ ได้รับฟังและให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับ กฟผ.แม่เมาะ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงแผนการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง จากนั้น คณะฯ ได้ลงพื้นที่บ้านเวียงหงส์ล้านนาพบปะ นางสาวมนต์นรินทร์ เรืองจิตต์ ประธานกลุ่มเวียงหงส์ฟาร์ม เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการดำเนินงานของกลุ่มและความร่วมมือของ กฟผ.แม่เมาะ ในการร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป รวมถึงแนวทางการต่อยอดและขยายแนวคิดไปยังกลุ่มเกษตรกรที่สนใจ

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึง บทบาทของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ต่อการพัฒนา อ.แม่เมาะ ว่าหลังจากที่ได้รับฟังข้อมูลของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่และได้พูดคุยกับประธานกลุ่มเวียงหงส์ฟาร์มซึ่งถือว่าเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ทำให้พบว่าที่แม่เมาะมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะ กฟผ. ที่สามารถเข้ามาเป็นตัวเชื่อมประสานคนในพื้นที่ได้ ในฐานะที่ กฟผ. อยู่ในพื้นที่นี้มากว่า 30 ปีแล้ว ก็สามารถฝากอะไรไว้ให้กับชุมชนแม่เมาะ ให้ภาพจำของคนแม่เมาะต่อ กฟผ. เป็นภาพจำที่ดี นอกจากนั้น กฟผ. สามารถดึงศักยภาพอื่นๆ นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไฟฟ้า มาช่วยประยุกต์และวางแผนการพัฒนา อ.แม่เมาะ ให้ชุมชนเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ และมีความแข็งแรงสามารถยืนหยัดด้วยตนเองต่อไปในอนาคตได้

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมประชุมคณะกรรมการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ จ.ลำปาง และภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2565 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ นำโดย นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ, คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนา เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร นำโดย นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร และคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง นำโดย นายกลินท์ สารสิน ประธานอาวุโส หอการค้าไทยและประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ จังหวัดลำปาง ร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชน จ.ลำปาง โดยมีนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะมีนายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 เข้าร่วมการประชุมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการแม่เมาะ เมืองน่าอยู่ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงบทบาทของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ต่อการพัฒนาในมิติต่างๆ ของ จ.ลำปางและภาคเหนือว่า โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เป็นโครงการที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจในจังหวัดลำปางดีขึ้นได้ ทั้งการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว การใช้พื้นที่สำหรับปลูกป่าทดแทนที่จะช่วยลดคาร์บอนในภาพรวม นอกจากนั้น กฟผ. สามารถนำงบประมาณด้านความรับผิดชอบต่อสังคมมาบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำปาง และหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดการขยายผลด้านการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภายในจังหวัดลำปางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการเชื่อมโยงมิติต่างๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเส้นทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในจังหวัดภาคเหนือได้อีกด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินงานด้านการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ มีความสำคัญเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง โดยคิดเป็นสัดส่วน 22% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดลำปาง ซึ่งในอีก 30 ปี หากกิจการเหมืองถ่านหินลิกไนต์และโรงไฟฟ้าแม่เมาะสิ้นสุดลง จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดลำปาง ลดลงกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลทั้งมิติด้านการจ้างงานเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในจังหวัด รวมไปถึงเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า อีกด้วย ดังนั้น การร่วมเสนอแผนงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ในการประชุมข้างต้น จะเป็นการนำเข้าข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนการพัฒนาจังหวัดลำปางให้มีประสิทธิภาพสอดรับกับสถานการณ์ในอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไปให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในจังหวัดลำปางให้น้อยที่สุด

เหมืองแม่เมาะสื่อสารทิศทางการดำเนินงาน ร่วมขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

ปลายปี 2564 ผู้บริหารเหมืองแม่เมาะชุดใหม่ นำโดยนายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมือแม่เมาะ และนายเกษม มงคเกียรติชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ ได้พบปะและสื่อสารทิศทางการดำเนินงานให้กับผู้ปฏิบัติงานเหมืองแม่เมาะ โดยมีพันธกิจคือ ผลิตถ่านหินลิกไนต์และหินปูนส่งโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เพียงพมั่นคง มีคุณภาพตรงตามข้อกำหนดที่ตกลงกันด้วยต้นทุนที่เหมาะสมและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญของเหมืองแม่เมาะและสิ่งแวดล้อม

สำหรับปี2565การดำเนินงานยังให้ความสำคัญกับแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต (Global Trend)ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก (Clean Green Energy) ซึ่งนับแต่นี้ต่อไปความท้าทายของการดำเนินงานของเหมืองแม่เมาะจะต้องเผชิญกับเรื่องบุคลากรที่ลดลงคุณภาพถ่านสำหรับส่งมอบให้กับโรงไฟฟ้าเสถียรภาพบ่อเหมืองและที่ทิ้งดิน ความปลอดภัยในการทำงาน เสถียรภาพบ่อเหมืองและที่ทิ้งดิน ความปลอดภัยในการทำงาน การพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในกิจกรรมการทำเหมืองและการสร้างความเชื่อมั่นด้านสิ่งแวดล้อมเหมืองแม่เมาะ รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานเพื่อรองรับการทำเหมืองในระดับที่ลึกขึ้นต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นแล้วอีกสิ่งที่ถือเป็นพันธสัญญาคือ การดำเนินงานด้านสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่เหมืองแม่เมาะให้ความสำคัญ โดยการขับเคลื่อนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ หรือ Mae Moh Smart City ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)

ดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้โดยยึดต้นแบบการฟื้นฟูป่าตามศาสตร์พระราชาในพื้นที่เหมืองแม่เมาะกว่า 200 ไร่ นอกจากนั้นแล้วยังร่วมขับเคลื่อนโครงการป่าชุมชนให้กับราษฎรในอำเภอแม่เมาะอีก 44 หมู่บ้าน สำหรับด้านเศรษฐกิจ(Economy) เหมืองแม่เมาะได้ขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในอำเภอแม่เมาะโดยการพัฒนาภูมิทัศน์รอบ กฟผ.แม่เมาะให้เป็นสถานที่รองรับนักท่องเที่ยว โดยมีกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในอำเภอแม่เมาะไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคนต่อปี

เหมืองแม่เมาะตระหนักและให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันกับชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างยั่งยืน โดยการให้ความสำคัญกับการป้องกัน ดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองทุกด้านให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข ด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงความรับผิดชอบกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

กฟผ.แม่เมาะ ผนึกกำลังหน่วยงานด้านการศึกษา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และภาคเอกชน ส่งเสริมสมรรถนะบุคลากร ด้านอาชีวศึกษา เดินหน้าโครงการยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565

ณ อาคารปฏิบัติการสาขางาน เฉพาะทางด้าน อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นำโดย นายอรรถพล อิ่มหนา ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมประชุมกับนายรุ่งโรจน์ อาริยะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ คณาจารย์ และนายวีระศักดิ์ แป้นพ่วง ผู้จัดการบริษัท WPEV จำกัด เพื่อหารือความพร้อมของสถานที่และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion Project) ซึ่งเป็นแผนงานหนึ่งในโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ที่เน้นการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมุ่งเป้าในการพัฒนาบุคลากรสายเทคนิคอาชีวศึกษาในพื้นที่ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้าน ยานยนต์ไฟฟ้า สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคตได้

โครงการยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion Project) เป็นโครงการที่ กฟผ. ร่วมมือกับทั้งหน่วยงานด้านการศึกษากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และภาคเอกชน ซึ่งระยะเริ่มต้นของโครงการจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรวบรวมองค์ความรู้ร่วมกับคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์และการดัดแปลง ก่อนจะเฟ้นหาบุคลากรด้านอาชีวศึกษาที่มีความรู้ความสนใจด้านยานยนต์ดัดแปลงเข้าอบรมเพื่อพัฒนาขีดความสามารถ โดยจัดตั้งศูนย์อบรมที่วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ ซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ จะสนับสนุนรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ที่ใช้แล้วแต่ยังอยู่ในสภาพดีมาใช้ในการเรียนการสอน จากนั้นจะนำยานยนต์ที่ดัดแปลงแล้วเข้าตรวจสอบมาตรฐาน โดยคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมการขนส่ง ทั้งนี้ ตั้งเป้านำร่องใช้งานยานยนต์ดัดแปลงจากโครงการฯ ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ และชุมชน อ.แม่เมาะ ปลายปี 2565 นี้ ซึ่งในระยะยาวการดำเนินโครงการดังกล่าว จะตอบโจทย์นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในระดับประเทศอีกด้วย

น้ำแล้งต้องเพียงพอ น้ำหลากต้องไม่ท่วมขังโรงไฟฟ้าแม่เมาะจัดการน้ำอย่างอัจฉริยะ เน้นคำนึงถึงชุมชนและความมั่นคงทางพลังงาน

น้ำ เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่สำคัญในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ จึงวางแผนการบริหารน้ำอย่างรัดกุมเพื่อให้เพียงพอต่อทั้งระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าและต่อการอุปโภคบริโภคของชุมชนในฤดูน้ำแล้ง และไม่ให้ไหลท่วมกระทบพื้นที่ทางการเกษตรใกล้เคียงในฤดูน้ำหลาก

นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ตั้งแต่ต้นปี 2565 ว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้เผชิญกับภาวะวิกฤตภัยแล้งของน้ำในเขื่อนแม่ขาม และเขื่อนแม่จางมาตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากฝนไม่ตกเหนือเขื่อน ซึ่งโรงไฟฟ้าแม่เมาะจำเป็นต้องใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเดือนละประมาณ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ผ่านมาได้มีการกำหนดมาตรการและแผนงานเพื่อตรึงสถานการณ์ให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า และส่งให้กับชุมชน โดยมีการดำเนินการหลายด้านเช่น การปิดซ่อมคลองส่งน้ำแม่จาง การลดการใช้น้ำฉีดล้างภายในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ การรณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด การปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ตลอดจนการวางแผนหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะบางโรงหากปริมาณน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับที่สามารถนำมาใช้ได้ นอกจากนั้นยังได้รับความร่วมมือจากเขื่อนกิ่วลม-กิ่วคอหมา สนับสนุนน้ำจากเขื่อนภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ อีกทั้งได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงด้านการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนรักษาระบบนิเวศทางการเกษตร และการอุปโภคบริโภค

ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ปรับสัดส่วนการใช้น้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้น้ำจากเขื่อนแม่ขามซึ่งเป็นเขื่อนภายใต้การดูแลของ กฟผ. 75% และใช้น้ำจากเขื่อนแม่จางเพียง 25% เพื่อไม่ให้กระทบกับการปล่อยน้ำให้กับชุมชนลุ่มน้ำจาง อย่างไรก็ตาม แม้ปีนี้จะมีปริมาณฝนตกในพื้นที่จังหวัดลำปางจำนวนมาก แต่เนื่องจากเขื่อนแม่จางและเขื่อนแม่ขามมีพื้นที่รับน้ำน้อย ทำให้ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมากไม่จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรของชุมชนข้างเคียง จึงขอให้ชุมชนมั่นใจว่า กฟผ. ได้มีการวางแผนอย่างรัดกุมในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งไม่ให้เกิดการไหลท่วมไปยังพื้นที่ชุมชนในฤดูน้ำหลาก ตลอดจนให้มีเพียงพอใช้ต่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค และการผลิตไฟฟ้าตลอดทั้งปี

สภานโยบาย ชู “แม่เมาะ” เป็นหนึ่งในเมืองนำร่องต้นแบบระบบเมืองน่าอยู่เชิงนิเวศน์ พร้อมสนับสนุนการทำงานของวิสาหกิจชุมชน

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565


ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงกรอบมาตรการการนำ การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CARBON NEUTRALITY) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO GHG EMISSIONS) ของประเทศไทยตามที่ สอวช. ในบทบาทหน่วยประสานงานกลางด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย หรือ NDE (NATIONAL DESIGNATED ENTITY) ในส่วนของศูนย์เทคโนโลยีภูมิอากาศและเครือข่าย (CLIMATE TECHNOLOGY CENTRE AND NETWORK, CTCN) จากการมอบหมายโดย ครม. โดยมีขอบเขตการดำเนินงาน 3 ประการคือ คือ 1.สนับสนุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม 2.แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และ 3.พัฒนากลไกความร่วมมือ เครือข่ายและการจัดทำข้อเสนอนโยบาย อววน. ตามบทบาท สอวช. หน่วยงานในกำกับกระทรวง อว

โดย ดร.กิติพงค์ กล่าวถึงแนวทางการนำ อววน. เข้าสู่เป้าหมาย GHG NET ZERO ภายในระยะ 5 ปี ว่าประกอบด้วยโปรแกรมนำ ร่อง 3 โปรแกรม ได้แก่ 1.สร้างเมืองต้นแบบในพื้นที่จังหวัดสระบุรี แม่เมาะ ระยอง โดยนำร่องเป็นสระบุรีและระยองแซนด์บ็อกซ์ ตั้งเป้าเป็นจังหวัดต้นแบบที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์และแม่เมาะโมเดลตั้งเป้าสร้างระบบเมืองน่าอยู่เชิงนิเวศน์ปรับพื้นที่บราวน์ฟิลด์ (BROWNFIELD) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้ใช้งาน หรืออยู่ภายใต้การใช้งานมาแล้วในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมเมืองมีมลภาวะจากการทิ้งร้างของพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่สามารถทำ การพัฒนาใหม่ให้มีศักยภาพทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้กับเมือง ตลอดจนสนับสนุนการทำงานของวิสาหกิจชุมชน สร้างให้เกิด 3 โซนพื้นที่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (LOW CARBON ECONOMIC ZONES) 2.สร้างมหาวิทยาลัยสีเขียว(GREEN CAMPUS) โดยมีเป้าหมาย 80 มหาวิทยาลัยที่จะเข้าร่วมโครงการ สนับสนุนให้เกิดชุมชน สีเขียว 400 แห่ง โดยภาพรวมจะสร้างให้เกิดบริษัทที่มีการพัฒนาสีเขียว 10,000 บริษัทและมีบริษัทที่นำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้รวม 300 บริษัท และ 3.การพัฒนากำ ลังคนและสร้างมาตรฐานการรับรองในเรื่องคาร์บอนเครดิต ได้ตั้งเป้าพัฒนาผู้มีความรู้ผ่านแพลตฟอร์มการฝึกอบรม จำนวน 100,000 คน สร้างผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสีเขียว 50 แห่ง เป็นต้น

ทั้งนี้ ปี 2562 เป็นจุดเริ่มต้นที่ กฟผ. ได้บูรณการร่วมกับส่วนราชการและชุมชนในการสัมมนาปฏิบัติการแม่เมาะเมืองอัจฉริยะ เพื่อค้นหาจุดอ่อน จุดแข็ง และโอกาสในการพัฒนา อ.แม่เมาะ ให้เป็นไปตามบริบทของชุมชน โดยได้จัดตั้งโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ขึ้นในปี 2565 ขับเคลื่อนนโยบายและจัดทำ แผนภายใต้กรอบของสำ นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) มุ่งเน้นการพัฒนาแม่เมาะเป็นเมืองอัจฉริยะ 3 ด้านคือ ด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (SMARTECONOMY) ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (SMART ENVIRONMENT) และ พลังงานอัจฉริยะ (SMART ENERGY) ทั้งการสนับสนุนและพัฒนากลุ่มอาชีพ การส่งเสริมการตลาดสินค้าชุมชน การดำเนินการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดและหาช่องทางความเป็นไปได้ในการนำพลังงานทางเลือกเข้ามาใช้ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบเมืองน่าอยู่เชิงนิเวศ (ECO TOWN) สนับสนุนการทำงานของวิสาหกิจชุมชนของอำเภอแม่เมาะในอนาคต ให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืนหลังสิ้นสุดภารกิจโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ

กฟผ. แม่เมาะ ปล่อยปลา 5 พันธุ์ 350,000 ตัว สู่อ่างเก็บน้ำแม่จาง สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ชุมชน

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565

ณ อ่างเก็บน้้าแม่จาง ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะจัดกิจกรรม “ไหว้พระ ปล่อยปลา พาสุขใจ” ประจ้าปี2565 โดยมี นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายอนุสรณ์บุญรอด ผู้ช่วยผู้อ้านวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-1, ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ , ส่วนราชการอำเภอแม่เมาะ, ผู้นำชุมชน ต.นาสัก และประชาชนตำบลใกล้เคียง ร่วมกันจุดธูปเทียนกราบไหว้สักการะ “หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์” บริเวณสันเขื่อนแม่จาง และปล่อย 5 พันธุ์ปลาทั้งหมดจ้านวน 350,000 ตัว ประกอบด้วยปลายี่สกปลานวลจันทร์ปลาตะเพียน ปลากาด้า และปลาโพง (ปลาบ้า)

กิจกรรม “ไหว้พระ ปล่อยปลา พาสุขใจ” กฟผ. แม่เมาะ จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเพื่อสาธารณประโยชน์และอนุรักษ์รักษาทรัพยากรน้้าและสิ่งแวดล้อมให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำแม่จางและพื้นที่ใกล้เคียงมีอาชีพเสริมด้านประมง นอกจากนั้น กฟผ.แม่เมาะและประมงอำเภอแม่เมาะได้มอบพันธุ์ปลาให้แก่ชาวบ้านและผู้น้าชุมชนตำบลนาสักเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำสาธารณะของตนเองและชุมชนสร้างรายได้เสริมแก่ครัวเรือนและชุมชน

กฟผ.แม่เมาะ ลงพื้นที่บ้านข่วงม่วง ชี้แจงและให้ข้อมูลสถานการณ์ภัยแล้งอ่างเก็บน้้าแม่จาง

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565

ในการประชุมหมู่บ้านประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ เชื้อกิตติศักดิ์ วิศวกรระดับ 10 กองเชื้อเพลิงถ่านและน้ำ นายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยวางแผนและบริหาร โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ และผู้บริหารผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ เข้าชี้แจงและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนแม่จาง พร้อมขอความร่วมมือให้ชุมชนใช้น้ำอย่างประหยัด โดยมีนายณรงค์เดช วงศ์อ้าย ผู้ใหญ่บ้านข่วงม่วง พร้อมด้วยสมาชิกในชุมชนเข้าร่วมรับฟัง ณ ศาลาประชาคมบ้านข่วงม่วง ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ในโอกาสนี้ นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ มอบงบประมาณสนับสนุนประเพณีเจ้าพ่อหลักเมือง โดยมีนายณรงค์เดช วงศ์อ้าย ผู้ใหญ่บ้านข่วงม่วงและสมาชิกในชุมชนร่วมรับมอบ อีกด้วย

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับชุมชนบ้านเมาะหลวงจัดทำแนวกันไฟ พร้อมจัดการเศษใบไม้เพื่อนำมาผลิตชีวมวลอัดเม็ด

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2565

ณ สำนักสงฆ์ถ้ำเทพสถิตย์ บ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายประดิษฐ์ หมู่เมืองสอง หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ โครงการ แม่เมาะเมืองหน้าอยู่ และผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ พร้อมด้วยทีมเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน กฟผ. เหมืองแม่เมาะ ร่วมกับชุมชนบ้านเมาะหลวง นำโดย นายสันต์ แก้วประเทศ ผู้ใหญ่บ้านบ้านเมาะหลวง ทำแนวกันไฟและนำใบไม้แห้งจากการทำแนวกันไฟในป่าชุมชนมาอัดก้อน เพื่อนำไปผลิตเป็นชีวมวลอัดเม็ดในโครงการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นชีวมวลอัดแท่งเผาร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ซึ่งปัจจุบันมีการทดลองใช้ผลิต กระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12 และ 13 เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กป้องกันไฟป่าและลดหมอกควันในฤดูแล้ง