กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับส่วนราชการ อ.แม่เมาะ เดินสายถวายเทียนพรรษา เพื่อเป็นพุทธบูชาในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

กฟผ. ร่วมบุญกับส่วนราชการถวายเทียนและหลอดไฟในวันเข้าพรรษา

เมื่อวันที่ 8 – 12 กรกฎาคม 2565

เมื่อวันที่ 8 – 12 กรกฎาคม 2565
นายพนมพร ตุ้ยกาศ (นายอำเภอแม่เมาะ) เป็นประธาน ในการถวายเทียนพรรษาและหลอดไฟให้กับวัดในอำเภอแม่เมาะ ได้แก่ วัดทุ่งกล้วยโพธาราม วัดมงคลเกษตร วัดเมาะหลวง ต.แม่เมาะ วัดสบจาง ต.นาสัก วัดท่าสี ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยมีผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)แม่เมาะ พร้อมกับส่วนราชการอำเภอแม่เมาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในอำเภอแม่เมาะ
เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ที่ถือเป็นธรรมเนียม
การปฏิบัติอันสำคัญของศาสนาพุทธ

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เติมความรู้สู่งาน CSR และ Mae Moh Smart City

กิจกรรม “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้เกษียณอายุและสัมมนาแผนปฏิบัติการประจําปี 2565”

เมื่อวันที่ 25-28 สิงหาคม 2565
โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้เกษียณอายุและสัมมนาแผนปฏิบัติการประจําปี 2565 โดย นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.)
นําผู้ปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ และ New jobber ร่วมกิจกรรม ณ จังหวัดขอนแก่น นอกจากกิจกรรมการถ่ายทอด
ประสบการณ์ทํางานชุมชนสัมพันธ์ภายใน หก-มน. เรียบร้อยแล้ว


รูป กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้เกษียณอายุและสัมมนาแผนปฏิบัติการประจําปี 2565

คณะปฏิบัติงานยังได้แลกเปลี่ยนความรู้กับ “นายชาญชัย พรนิคม” ช่างระดับ 7 แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์โรงไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ผู้ดูแลโครงการ “อนุรักษ์พันธุ์ปลา ประชามีสุข” ของเขื่อนอุบลรัตน์ ด้วยหลักการอนุรักษ์ก่อนแล้วจึงปล่อย เพื่อลดความสูญเสียจํานวนปลา เช่น การขนส่งปลาจากแหล่งอื่น เป็นต้น โดยปล่อยปลาเพียงปีละครั้งแต่ยั่งยืน ด้วยจํานวนปลาที่เพียงพอต่อกลุ่มอาชีพประมงรอบเขื่อน และกลุ่มแปรรูปปลาบ้านห้วยบง ซึ่งมีปลาส้มเป็นผลิตภัณฑ์หลักสามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มเดือนละประมาณ
1 ล้านบาท หรือ 2-3 หมื่นบาทต่อคน


รูป เยี่ยมชมโครงการ

Mae Moh Smart city ชมโครงการ “งานวิจัยโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเคลื่อนที่”

ในส่วนของงาน Mae Moh Smart City คณะได้เยี่ยมชมบริษัท ช ทวี จํากัด (มหาชน) จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขนส่ง logistics ยานยนต์ที่ครบวงจรรวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยออกแบบและผลิตระบบบริหารจัดการ logistic platform ในระดับชั้นนําของประเทศมีนายไวฑูรย์ เกียรติเฉลิมคุณ ผู้อํานวยการโรงไฟฟ้าน้ำพอง (อฟพ.) ร่วมต้อนรับและนําชมโครงการ “งานวิจัยโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเคลื่อนที่” ซึ่งโรงไฟฟ้าน้ำพองดําเนินงานร่วมกับบริษัทฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดวางตําแหน่งติดตั้งอุปกรณ์หลักของโรงไฟฟ้าบนรถเทรลเลอร์
จํานวน 3 คัน

ซึ่งมีการออกแบบเป็นพิเศษ ทําให้สามารถเคลื่อนย้ายโรงไฟฟ้าเข้าไปรองรับการกําจัดขยะตามจุดต่างๆ ในชุมชน เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งเข้าระบบของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) (Waste to Energy) อีกทั้งบริษัทได้ออกแบบระบบเก็บขยะที่ผนวกเข้ากับพลังงานสะอาด ทําให้การจัดการมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย นับเป็นการใช้เทคโนโลยีผลิตนวัตกรรมเพื่อสังคมในการจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จได้อย่างทั่วถึงในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและนํามาประยุกต์ใช้ในการจัดการขยะในอําเภอแม่เมาะ และจังหวัดลําปางได้ในอนาคต เพื่อเข้าสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมพิธีทอดกฐินสามัคคีประจําปี 2565 เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน


โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2565

นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร (ผู้ว่าราชการจังหวัดลําปาง) เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคีประจําปี 2565โดยมี นายพนมพร ตุ้ยกาศ (นายอําเภอแม่เมาะ) และประชาชน อ.แม่เมาะ เข้าร่วมกิจกรรมทอดกฐินประจำปี 2565 โอกาสนี้ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน (หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่) พร้อมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ เข้าร่วมในพิธีและสนับสนุนงบประมาณ 5,000 บาท สมทบทุนยกยอดฉัตรพระธาตุและบูรณะพระธาตุและสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ตลอดจนอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ณ วัดนาแขม ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลําปาง

สาระน่ารู้เกี่ยวกับประเพณีการทอดกฐิน

ประเพณีการทอดกฐินนั้นมีมาอย่างยาวนานในสังคมเมืองพุทธ กฐิน (บาลี: กฐิน) เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ สามารถรับได้ครั้งเดียวในรอบปี (1ปีจะมีการทอกกฐินเพียง 1 ครั้ง) มีกำหนดระยะเวลาถวายเพียง 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ระยะเวลานี้เรียกว่า กฐินกาล คือ ระยะเวลาทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน

ซึ่งเป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนด จึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษในการทอดกฐิน ทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นบุญประเพณีนิยมที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ซึ่งโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ได้เข้าร่วมพิธีทอดกฐินในครั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อชุมชน และขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในการเข้าร่วมและสนับสนุนเกี่ยวกับวีถีชีวิต ความเป็นอยู่ ในชุมชนพื้นที่ของอำเภอแม่เมาะให้เมืองแม่เมาะน่าอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

กฟผ.จัดโครงการแว่นแก้วตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรีให้ประชาชนอำเภอแม่เมาะ 400 คน


กฟผ. แม่เมาะ ร่วมกับโครงการแว่นแก้วตรวจวัดสายตา

กฟผ. แม่เมาะร่วมกับโครงการแว่นแก้วเพื่อชาวแม่เมาะ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ร่วมกับโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) และบริษัท หอแว่นกรุ๊ป จำกัด ออกหน่วยให้บริการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรีให้กับประชาชนอำเภอแม่เมาะ เมื่อวัน ที่ 11 มิถุนายน 2565 ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านเมาะหลวง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นายพนมพร ตุ้ยกาศ (นายอำเภอแม่เมาะ) เป็นประธานเปิดกิจกรรมออกหน่วยให้บริการตรวจวัดสายตาในโครงการแว่นแก้ว หน่วยที่ 483 เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่มีปัญหาสายตาโดยมอบแว่นตาโดยไม่คิดมูลค่าให้กับผู้มีปัญหาสายตาในอำเภอแม่เมาะ ทั้ง 5 ตำบล จำนวน 400 คน


นายพนมพร ตุ้ยกาศ (นายอำเภอแม่เมาะ)

กฟผ. แม่เมาะร่วมกับโครงการแว่นแก้วเพื่อชาวแม่เมาะ

โดยมีนางเกษศิรินทร์ แปงเสน (หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่) และผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำชุมชนอำเภอแม่เมาะ ร่วมต้อนรับ นายพนมพร ตุ้ยกาศ (นายอำเภอแม่เมาะ) ได้กล่าวว่า

โครงการแว่นแก้วที่ กฟผ.ได้ออกหน่วยให้บริการกับ พี่น้องประชาชนในวันนี้ เป็นโครงการที่แสดงออกถึงความร่วมแรงร่วมใจของภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันทำความดีเพื่อสังคม และเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและผู้ที่มีปัญหาทางสายตา ซึ่งแว่นตาที่ได้รับจากโครงการแว่นแก้วจะช่วยทำให้พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ในอำเภอแม่เมาะที่มีปัญญาทางสายตาได้มองเห็นชัดเจนขึ้น ขอขอบคุณ กฟผ . โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) และบริษัท หอแว่นกรุ๊ป จำกัด ที่สนับสนุนงบประมาณ และบุคลากรในการออกหน่วยให้บริการพี่น้องประชานชนอำเภอแม่เมาะในครั้งนี้


นางคำมา แสนจักร

เสียงของขาวอำเภอแม่เมาะ ที่มีต่อโครงการ

นางคำมา แสนจักร อายุ 75 ปี ราษฎรบ้านเมาะหลวง ม.8 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า

ทราบข่าวการออกหน่วยจากผู้ใหญ่บ้าน ตนเองมีปัญหาด้านสายตาเพราะเป็นผู้สูงอายุ การตัดแว่นตาแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงและต้องเดินทางไปในตัวจังหวัดลำปางทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ต้องขอขอบคุณ กฟผ.ที่บริการตัดแว่นตาให้ฟรี ซึ่งตนเองอยากให้มีโครงการตัดแว่นสายตาให้กับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาฟรีแบบนี้ทุกปี


ชาวอำเภอแม่เมาะที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการแว่นแก้วเป็นความร่วมมือระหว่าง กฟผ.โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) และบริษัท หอแว่นกรุ๊ป จำกัด ร่วมกันออกหน่วยให้บริการตรวจวัดสายตาเพื่อแก้ไขปัญหาทางสายตาและมอบแว่นตาโดยไม่คิดมูลค่า ให้กับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาทั่วประเทศ โดยมีความตั้งใจให้โครงการแว่นแก้วเป็นศูนย์กลางความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือ

กอ.รมน. ร่วมกับ กฟผ.แม่เมาะ หารือการจัดทำแผนแม่บท โครงการ “สร้างป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง สร้างรายได้”

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565


ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์ แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 พร้อมด้วย ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ให้การต้อนรับ พล.ต. วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกองทัพภาค 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด ในโอกาสลงพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ หารือและแลกเปลี่ยนความเห็นในการจัดทำแผนแม่บทโครงการ “สร้างป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง สร้างรายได้” ซึ่งเป็นโครงการที่ขยายผลจากการดำเนินงานรูปแบบของ เชียงใหม่โมเดล ไปยัง 6 จังหวัด นำร่องของภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง และกำแพงเพชร ซึ่งทาง กอ.รมน. เล็งเห็น ศักยภาพของ กฟผ.แม่เมาะ ในการจัดการชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยปัจจุบัน โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ได้มีแผนงานที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและมีการรับซื้อจากชุมชน ซึ่งสามารถนำแผนงานมาขยายผลบูรณาการร่วมกับโครงการ สร้างป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง สร้างรายได้เพื่อลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก

สำหรับโครงการป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง สร้างรายได้ เป็นโครงการภายใต้การดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ดำเนินการมาแล้ว 2 ปี มีเป้าหมายลดการเผา สร้างรายได้ โดยการนำเอาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาพัฒนาใช้ประโยชน์แทนการเผาทิ้ง แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ขั้น คือ 1. พัฒนาต้นแบบของเชียงใหม่โมเดล 2. ขยายผลความสำเร็จใน 6 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วยเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน ลำพูน ลำปาง และกำแพงเพชร และ 3.ขยายผลความสำเร็จไปยัง 17 จังหวัดภาคเหนือ เกิดเป็น ภาคเหนือโมเดล โดยมีกลไกการดำเนินโครงการตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำ เริ่มจากการรณรงค์ให้เกษตรกรงดการเผาและนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาจำหน่ายให้ศูนย์รับซื้อเพื่อนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ หรือเชื้อเพลิงอัดแท่ง ส่งเข้าโรงไฟฟ้าชุมชน ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีรายได้จากกองทุนพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

โรงไฟฟ้าแม่เมาะศึกษาระบบดักจับคาร์บอนหลังการเผาไหม้ เตรียมความพร้อม สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกจากก๊าซเรือนกระจกถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนทั่วโลกเห็นพ้องให้ดำเนินการควบคุมและกำหนดลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาภาวะโลกร้อน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้ตอบรับนโยบายรัฐบาลและร่วมผลักดันเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ EGAT Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ.2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero Emission ในปี ค.ศ.2065

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าผ่านโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กฟผ.กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. รวมไปถึงมีการศึกษาดูงานพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนกับมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ สหราชอาณาจักร

โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กฟผ-มช. โดยนายณฤพล จันทร์วิรัช หัวหน้าแผนกเดินเครื่องกะ 2/2 กองการผลิต 2 ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งเป็นนักศึกษาในโครงการฯ ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการดักจับคาร์บอนเพื่อป้องกันและลดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า โดยได้สร้างชุดจำลองระบบกักเก็บคาร์บอนหลังการเผาไหม้ มีกระบวนการคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกดูดซับด้วยสารเคมีชนิดที่เป็นเบส (Monoethanolamine(MEA)) โดยกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในหอดูดซับ โดยก๊าซจะวิ่งสวนทางกับน้ำยาเคมีที่สเปรย์ภายในหอดูดซับ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีนั้นจะถูกนำไปกักเก็บไม่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ

ปัจจุบันงานวิจัยนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยชุดทดลองนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะและทดสอบกับก๊าซไอเสียจำลองซึ่งวิเคราะห์ประสิทธิภาพออกมาแล้ว สามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 96 % ซึ่งองค์ความรู้ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต นอกจากการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรแล้ว ที่ผ่านมา กฟผ.แม่เมาะยังได้ปลูกป่าในพื้นที่รอบ กฟผ.แม่เมาะและชุมชนเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่รวมไปถึงปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์ในโรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคตต่อไป

กฟผ.แม่เมาะ ชี้แจงความสำคัญการนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 กลับมาเดินเครื่อง ต่อคณะกรรมการร่วม ติดตามตรวจสอบฯ สิ่งแวดล้อม อ.แม่เมาะ ในการอบรมศักยภาพการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)แม่เมาะ โดยนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ชี้แจงความสำคัญในการนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 กลับมาเดินเครื่อง ต่อคณะกรรมการร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพัฒนาสิ่งแวดล้อมระดับอำเภอ นำโดย นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ พร้อมด้วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดอำเภอแม่เมาะเกษตรอำเภอ พัฒนาการอำเภอ และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็น ในโครงการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2565 ณ เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก โดยมีนายวรพจน์ วรพงษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล พร้อมด้วย นางเตือนจิต ช้างรบ วิทยากรระดับ 11 ให้การต้อนรับ นางเกษศิรินทร์แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ได้ชี้แจงถึงความสำคัญและความคืบหน้าในการนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่4 กลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง ว่าการนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 (MM-T4)ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกกะวัตต์ กลับมาเดินเครื่อง เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและช่วยวิกฤตด้านพลังงานของชาติตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบต่างๆ เพื่อเตรียมการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบต่อไป ซึ่งการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 จะเดินในช่วงที่โรงไฟฟ้าโรงอื่นหยุดซ่อมบำรุงเพื่อควบคุมไม่ให้การผลิตเกิน 2,455 เมกกะวัตต์ ตามที่ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่อง 4-7 กำหนด ทั้งนี้กฟผ. ขอความร่วมมือคณะกรรมการร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพัฒนาสิ่งแวดล้อมฯ ช่วยสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับชุมชนในพื้นที่ต่อไป

ประชุมคณะกรรมการติดตามตรวจสอบ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระดับอำเภอ

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2565

ณ ห้องประชุมอำเภอแม่เมาะ นายพนมพร ตุ้ยกาศ (นายอำเภอแม่เมาะ) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระดับอำเภอ ครั้งที่ 1/2565 เพื่อติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงาน ของ กฟผ.แม่เมาะ ให้เป็นไปตามมาตรการที่ระบุไว้ใน รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ กิจการหรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8-9 (MMRP2) โดยมี นายธิติพันธ์ พงษ์รามัญ หัวหน้ากองสิ่งแวดล้อมเหมือง และนางณัฐวิภา กวางทอง หัวหน้าแผนกสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าแม่เมาะ นำเสนอผลดำเนินการ นอกจากนี้นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ ได้นำเสนอแผนงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) เพื่อพัฒนาอำเภอ แม่เมาะ ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำโดยที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนางานด้านสิ่งแวดล้อมหลากหลายด้าน โดยกำหนดจัดประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งต่อไปในเดือนธันวาคม 256

กฟผ. หนุนงานวิจัยนำ ผลพลอยได้จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ดักจับ CO2 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จะเกิดยิปซั่มเป็นผลพลอยได้จากระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) มากกว่าปีละ 2 ล้านตัน แม้ปัจจุบันจะมีการจัดการยิปซัมด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขายให้แก่บริษัทเอกชน การทำวิจัยเพื่อนำ ไปใช้ในการเกษตร แต่ยิปซั่มจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ยังเหลืออยู่ในปริมาณมาก ล่าสุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้สนับสนุนทุนวิจัย แก่สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ในโครงการศึกษาการผลิตแคลเซียมคาร์บอเนตจากยิปซั่ม FGD ร่วมกับการดักจับก๊าซ าร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นการสังเคราะห์สารจากยิปซั่ม FGD ด้วยกระบวนการทางเคมีร่วมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ดักจับจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้ได้แคลเซียมคาร์บอเนตบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์กลับมาใช้ในกระบวนการ จึงเป็นการลดการใช้แคลเซียมคาร์บอเนตจากแหล่งธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อย CO2 ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน นอกจากนั้นโครงการยังเป็นการศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์ในกระบวนการผลิตแคลเซียมคาร์บอเนตให้มีความเหมาะสมกับการดำเนินงานของ กฟผ. และแนวทางใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไป โครงการศึกษาการผลิตแคลเซียมคาร์บอเนตจากยิปซั่ม FGD ร่วมกับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นโครงการนำร่องที่สำคัญในการพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture) ให้สามารถนำ CO2 ที่ ดักจับได้จากการผลิตไฟฟ้ามาใช้ร่วมกับวัตถุพลอยได้จากกระบวนการกำจัดมลสารของโรงไฟฟ้าอย่างยิปซั่ม ซึ่งการสนับสนุนการวิจัยนี้จะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ด้วยการส่งเสริมและขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) อย่างเป็นรูปธรรม

กฟผ.แม่เมาะ ปลูกป่าฟื้นฟูอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริเวณอ่างห้วยหลวงตอนบน

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565


นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วย ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ร่วมกิจกรรม ปลูกต้นไม้พื้นที่อ่างห้วยหลวงตอนบนจำนวน 700 ต้น ซึ่งประกอบด้วยไม้ป่ามีค่าและไม้ผลสำหรับสร้างแหล่งอาหาร อาทิ ต้นสะเดา ต้นพฤกษ์ ขี้เหล็กบ้าน มะกอกป่า เสี้ยวบ้าน ยางนา มะขามไทย พุทรา มะยม มะม่วง และ ไผ่ชนิดต่างๆ เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าภายหลังจากการทำเหมืองและสร้างความอุดมความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศของป่าไม้ให้เป็นแหล่งอาหารของชุมชนพื้นที่ตำบลบ้านดงในอนาคต ณ อ่างห้วยหลวงตอนบน ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง