โรงไฟฟ้าแม่เมาะสื่อสารทิศทางปี 65 จับมือทุกภาคส่วนเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

ต้นเดือนกุมภาพันธ์2565 ผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้สื่อสารทิศทางการดำเนินงานพร้อมมอบนโยบายนำทางเพื่อขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและทิศทางพลังงานของโลก โดยได้มอบนโยบายนำทางเพื่อขับเคลื่อนภารกิจโรงไฟฟ้าโดยใช้หลักคิดการดำเนินงานคือ MEDA ที่ย่อมาจากคำว่า M: Mission, E: Ecosystem, D:Digitalization และ A : Action Plan หมายถึง ทุกหน่วยงานต้องกำหนดขอบเขตภารกิจงานให้ชัดเจน ตลอดจนสร้างระบบนิเวศของงานให้ครบทุกมิติ รวมถึงกำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินงานให้ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในภาพรวม โดยมีเข็มทิศนำทางที่ใช้ขับเคลื่อนการทำงานเรียกว่าระบบนิเวศสายงานหรือ Re Ecosystem ที่ประกอบไปด้วย 1.งานเดินเครื่องและซ่อมบำรุง (Operation and Maintenance) 2.การนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้งาน (Digitalization) และ 3.งานด้านบุคลากร (Humanization) โดยมุ่งสู่เป้าหมายและความสำเร็จเดียวกันคือ ความเชื่อมั่น (R : Reliability) และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ (E : Efficiency)

ชฟฟ2. นำทีมแม่เมาะสมาร์ตซิตี้เข้าพบและแลกเปลี่ยนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาฯ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) เข้าพบ ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายราเมศวร์ ศิลปพรหม ผู้อำนวยการโครงการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมแลกเปลี่ยนและรับฟังข้อคิดเห็นในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แนวทางนโยบายของประเทศเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และหลักคิดในการดำเนินแผนงานโครงการให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาปรับปรุงแผนการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ

ปฐมนิเทศ New Jobber โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 ณ สำนักงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลาปาง นายอนุสรณ์ ทองงาม นักบัญชีระดับ 10 สังกัดผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 เป็นประธานกล่าวต้อนรับเยาวชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการพลังงานร่วมใจ สร้างงาน พัฒนาชุมชน (New Jobber) ระยะที่ 2 จำนวน 40 คน เข้าปฏิบัติงานในโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ระยะเวลาสัญญา 1 ปี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 – เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทั้งนี้ยังมีการอบรมให้ความรู้เรื่องความเป็นมาของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ขอบเขตหน้าที่ในการทำงาน ตลอดจนความปลอดภัยในการทำงานและการเข้าออกพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ

เกษตรแนวตั้ง การเกษตรลดต้นทุนเพิ่มพูนผลผลิต

การจัดตั้งหน่วยโครงการ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ของ กฟผ.แม่เมาะเป็นการเตรียมพร้อมพัฒนาอำเภอแม่เมาะให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน แม้ในวันที่ไม่มี กฟผ.ดำเนินกิจการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ กฟผ.ได้วางแผนดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ(Smart Environment) และ เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) การเกษตรเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจผนวกกับบริบทสังคมที่คนในอำเภอแม่เมาะประกอบอาชีพเกษตรกรรม แนวคิดเกษตรแนวตั้ง(Vertical farm) คือการปลูกพืชในแนวดิ่งซ้อนกันเป็นชั้นๆ เเทนที่การปลูกบนหน้าดิน ในแนวราบซึ่งช่วยให้เกษตรกรประหยัดพื้นที่และปริมาณน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกโดยส่วนใหญ่มักปลูกในอาคารหรือโรงเรือนที่สามารถควบคุมการให้น้ำ ธาตุอาหาร และแสงแดดได้ อีกทั้งลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ สภาพอากาศ ป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยอย่างเช่น หลอดไฟ LED ในการเพาะปลูก การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลควบคุมปริมาณน้ำจากมือถือ การใช้หุ่นยนต์ในการปลูก รดน้ำ วิเคราะห์เก็บข้อมูลไปจนถึงการเก็บเกี่ยว นอกจากนี้เกษตรกรยังสามารถทำเกษตรแนวตั้งได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดฤดูกาลทำได้ในพื้นที่ที่จำกัด ที่สำคัญยังให้ผลผลิตมากกว่าการทำเกษตรแบบทั่วไปหลายเท่าตัว ตัวอย่างเช่น Sky Green Farm เกษตรแนวตั้งในประเทศสิงค์โปร์ ที่มาจากไอเดียข้อจำกัดด้านพื้นที่เพาะปลูกและไม่สามารถให้ผลผลิตเพียงพอต่อผู้บริโภคได้โดยโรงเรือนแห่งนี้ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิก มีโครงสร้างเป็นเสาค้ำกันคล้ายตัว A ความสูง 9 เมตร ในแต่ละชั้นจะมีรางปลูกพืชที่สามารถหมุนได้เพื่อให้พืชได้รับน้ำและแสงแดดในปริมาณที่เท่ากัน มีการควบคุมปริมาณน้ำและอัตราการไหลของน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของพืชแต่ละชนิดได้ นอกจากนี้ยังมีการนำน้ำส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ภายในโรงเรือนอีกด้วย ปัจจุบันโรงเรือนแห่งนี้มีโครงสร้างปลูกผักประมาณ 1,000 หลัง ปลูกกะหล่ำปลีจีน กวางตุ้ง และกวางตุ้งฮ่องแต้ ส่งให้ซูเปอร์มาร์เก็ตในสิงค์โปร โดยสามารถผลิตผักได้สัปดาห์ละ 1 ตัน ซึ่งมากกว่าผลผลิตจากการทำเกษตรทั่วไปกว่า 10 เท่า แถมผักสดใหม่เนื่องจากใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงใน
การเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปจำหน่าย ลดการใช้สารเคมีในการทำให้ผลผิตสดอยู่เสมออีกด้ว

ผู้แทนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เข้าร่วมกิจกรรม Smart City Ambassdor Camp จัดโดย depa

ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2565 นางสาวพัชรีพรรณ ดวงมุสิทธิ์ หัวหน้าหมวดแผนงานโครงการ หน่วยวางแผนและบริหารจัดการ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เข้าร่วมกิจกรรม Smart City Ambassador Boot Camp ครั้งที่ 1 ณ อาคารดีป้าลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร จัดโดยส้านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อให้นักส่งเสริมดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่และบุคลากรผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ได้ร่วมกิจกรรมยกระดับทักษะและส่งเสริมศักยภาพด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเชิงปฏิบัติการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการท้างานร่วมกันในพื้นที่ในอนาคต ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ Smart Mobility :
ขนส่งมวลชนเพื่อมวลชน, การรับฟังการบรรยายในหัวข้อเศรษฐศาสตร์ภูมิศาสตร์และการพัฒนาเมือง, การเสวนาการบริหารจัดการเมืองระดับท้องถิ่นอย่างชาญฉลาด โดยผู้บริหารเมือง, การทัศนศึกษา ณ วังจันทร์วัลเลย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองอัจฉริยะของประเทศไทย และการสัมมาเชิงปฏิบัติการเรื่อง ข้อเสนอกองทุนเพื่อพัฒนาเมือง ตลอดจนการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อเสนอโครงการระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทเอกชนและหน่วยงานชั้นหน้าของประเทศเป็นวิทยากรและให้ข้อคิดเห็นแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ชวนสร้างเมืองแม่เมาะให้สมาร์ต กับเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

เกษศิรินทร์ แปงเสน(ไลท์) หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จบปริญญาโทด้านการจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมทีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าทำงานที่ กฟผ. ตั้งแต่ปี 2533 เคยได้รับรางวัลบุคคลต้นแบบด้านการมีส่วนร่วมของ กฟผ. และรางวัลบุคคลดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (One Mine One Person Award 2019) จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ แม้จะดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเหมืองแม่เมาะมาโดยตลอด แต่มีความชื่นชอบงานชุมชนสัมพันธ์ ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับฟังเสียงสะท้อนด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ยิ่งทำให้มีแรงบัลดาลใจในการหาแนวทางแก้ปัญหาและปรับวิธีการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนมากที่สุด

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่
กำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ ที่จะลดลงกว่าครึ่งในอีก 4 ปีข้างหน้า จะหยุดระบบลงทั้งหมดในปี 2593 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการจ้างงานในพื้นที่ และกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่จะลดลงเรื่อยๆ และหมดไป โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่จึงตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาวเมื่อไม่มีกฟผ.แม่เมาะ โดยเริ่มพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยเบื้องต้นมีแผนที่จะส่งเสริมพัฒนาในแต่ละด้านดังนี้

การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในเมืองน่าอยู่ (Smart Environment)
พื้นที่ส่วนใหญ่ของแม่เมาะเป็นพื้นที่ป่า เราจึงมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพป่าชุมชนสู่การยกระดับรายได้ชุมชนให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืนเช่นโครงการเห็ดป่าคืนถิ่นโดยจะเลือกพื้นที่ป่าชุมชนที่มีศักยภาพเป็นพื้นที่ต้นแบบ นำผู้เชี่ยวชาญไปสอนเพาะเชื้อเห็ดป่าโดยไม่ต้องเผาป่าตามความเชื่อเดิมอีกหนึ่งโครงการที่จะเร่งทำคือโครงการจัดการฝุ่นเพื่อลมหายใจและสุขภาพของทุกคน (Breath for All) โดยจะบูรณาการจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศ (Sensor) ให้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่เมาะและจังหวัดลำปาง มีพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า ทำให้เราสามารถรับมือกับคุณภาพอากาศในแต่ละวันได้ รวมถึงการพัฒนาเส้นทางเข้าดับไฟป่าและสร้างแนวกันไฟในพื้นที่ป่าชุมชนที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก

การส่งเสริมเศรษฐกิจในเมืองน่าอยู่ (Smart Economy)
ชาวแม่เมาะทำเกษตรกันมาก เราจึงอยากส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่แม่เมาะให้เป็นเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เพื่อลดต้นทุนผัดส่วนครัว อ.แม่เมาะ โดยมีธนาคารต้นกล้า ส่งเสริมตลาดสร้างแบรนด์เพิ่มรายได้รวมถึงการนำวัตถุพลอยได้จาก กฟผ.แม่เมาะ มาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดต้นทุนทางการเกษตร พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Farmer) ควบคู่เกษตรดั้งเดิม เพื่อมาขับเคลื่อนให้โครงการสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน อีกหนึ่งแผนปฏิบัติการเร่งด่วน (Quick Win) คือการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ชวนนักกีฬามาวิ่งว่ายพายปั่นและรวดเที่ยวในอำเภอแม่เมาะโดยมีแผนยกระดับงานเดิน-วิ่งแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนให้อยู่ในมาตรฐานระดับสากล (World Standard)ด้านพื้นที่รองรับการอพยพราษฎรบ้านดง เราจึงมีแนวคิดในการทำกษตรแนวตั้ง (Vertical Farm)เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดของพื้นที่ และพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวิถีชีวิตจับจ่ายสินค้าชุมชนรวมทั้งต่อยอดไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ตามเส้นทางของตำบลบ้านดงได้ด้วยเช่น ภาพเขียนสีโบราณประตูผา ผาปักธง และสถานที่ท่องเที่ยวท่าสี ฯลฯ ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ฝากถึงชุมชน
โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่จะสำเร็จไปสู่เป้าหมายได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และจุดมุ่งหมายในอนาคตชุมชนจะต้องสามารถขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ได้เอง โดย กฟผ. เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดัน กฟผ.มุ่งมั่นตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อชุมชนจริงๆ เราอยากเห็นชาวแม่เมาะอยู่ดี กินดี มีสุข และอยากพัฒนาให้แม่เมาะให้เป็นปลายทางฝันที่ใครๆ ก็อยากมาเที่ยวเหนือสิ่งอื่นใดเราอยากให้ชุมชน หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอำเภอแม่เมาะให้กลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ เพื่อให้ลูกหลานชาวแม่เมาะสามารถอยู่ดี มีสุขพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว เพื่อความยั่งยืนต่อไป

กฟผ.แม่เมาะ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับ สำนักงาน ป.ย.ป และสำนักงานงบประมาณเพื่อบูรณาการขับเคลื่อนแผนงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2565 โครงการ แม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นำโดยนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การเสริมสร้างศักยภาพในการบูรณาการแผนงาน โครงการและงบประมาณ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ” โดยมี ดร.พุทธิมา ตระการวนิช ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณ เขตพื้นที่ 10 สำนักงาน งบประมาณ พร้อมด้วย นางกัณวีย์ สืบสุข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ และ นายนราธร ปานดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เป็นวิทยากร ณ ห้องเทิดคุณธรรม อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ทั้งนี้การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ในการดำเนินแผนงานขับเคลื่อนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ให้เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดในภาคเหนือตอนบนได้ มีการแนะนำบริบทและแผนการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ และถามตอบแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนางานร่วมกับทีมวิทยากร ตลอดจนทดลองจัดทำรูปแบบการ บูรณาการแผนงาน โครงการและการจัดสรรงบประมาณที่จะดำเนินร่วมกับหน่วยงานของรัฐ โดยทีมวิทยากรได้ให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำสำหรับปรับปรุงแผนงานพร้อมทั้งสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกัน

ทั้งนี้ โครงการ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” เป็น 1 ใน 15 เมือง ที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองการเป็นพื้นที่พัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของประเทศไทยโดยขับเคลื่อนนโยบายและจัดทำแผนภายใต้กรอบของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ในระยะนำร่องของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.จะดาเนินงาน ใน 3 มิติสาคัญ ได้แก่ ด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) และสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) โดยมีเป้าหมายให้ อ.แม่เมาะ มีการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เสริมสร้างรายได้ชุมชน ให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน หลังสิ้นสุดภารกิจโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ

ผู้บริหารโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เข้าแนะนำตัวต่อผู้นำชุมชนและส่วนราชการในที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่เมาะ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ณ อาคารจาป่าแดด ที่ว่าการอาเภอแม่เมาะ จ.ลาปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) พร้อมด้วย นายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยวางแผนและบริหาร นายประกอบ ปะระมะ หัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์ และนายประดิษฐ์ หมู่เมืองสอง หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เข้าแนะนำตัวต่อผู้นาชุมชนและส่วนราชการอำเภอแม่เมาะ ในที่ประชุมกานันผู้ใหญ่บ้านประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยได้แนะนำผู้บริหารในโครงการฯ พร้อมกับให้ข้อมูลภารกิจของโครงการฯ ที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ สำหรับดำเนินงานพัฒนาอำเภอแม่เมาะให้ผู้นำชุมชนและส่วนราชการอำเภอแม่เมาะได้รับทราบข้อมูลเพื่อบูรณาการงานพัฒนาอำเภอแม่เมาะต่อไป

กฟผ.แม่เมาะ จัดเวทีพบปะและให้ข้อมูลการยืดเวลาปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 พร้อมเผยความคืบหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่แก่สื่อมวลชนจังหวัดลำปาง ผ่านกิจกรรม “จิบกาแฟ แฉไอเดีย”

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ณ เจเจปาร์ค ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลาปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ จัดกิจกรรม “จิบกาแฟ แฉไอเดีย EP.1” กิจกรรมเชิงรุกในการสร้างความเข้าใจภารกิจการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ โดยมีนายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ให้ข้อมูลในประเด็นการยืดเวลาปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 และความคืบหน้าการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) แก่สื่อมวลชน จ.ลำปาง

นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นในการยืดเวลาปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8 ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 ได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการผลิตก๊าซธรรมชาติ ในช่วงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแหล่งก๊าซเอราวัณในวันที่ 23 เมษายน 2565 เนื่องจากความต้องการการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ดังนั้นเมื่อก๊าซในประเทศจากอ่าวไทยมีปริมาณไม่เพียงพอในช่วงการเปลี่ยนสัมปทาน จึงต้องเพิ่มการนาเข้า LNG ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้นตามไปด้วย

กพช. จึงกาหนดแนวทางและนโยบายในการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งการเลื่อนแผนการปลดโรงไฟฟ้า แม่เมาะ เครื่องที่ 8 ที่มีกาลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ เป็นหนึ่งในแผนการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน โดยแต่เดิม กฟผ. จะดำเนินการปลดระวางโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 ในวันที่ 1 มกราคม 2565 ตามแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Revision 1) จึงได้เลื่อนการปลดระวางออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เพื่อให้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำกว่าก๊าซ LNG มาช่วยตรึงราคาต้นทุนค่าไฟฟ้า ซึ่งกฟผ. ได้สนองนโยบายโดยมีการบริหารจัดการทั้งกำลังคน เครื่องจักร และปริมาณถ่านหินลิกไนต์ ให้มีความพร้อมสูงสุดในการดำเนินการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน

ทั้งนี้ นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ว่า ในปี 2565 ถือเป็นก้าวสำคัญที่มีการจัดตั้งโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยผนวกกับกองชุมชนสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะเดิม และเพิ่มหน่วยขับเคลื่อนงานใหม่ให้ดำเนินงานในมิติต่างๆ เพื่อประสิทธิผลในระยะยาว โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ มี 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ 1. หน่วยงานวางแผนและบริหาร มีหน้าที่หลักในการจัดทำแผนงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียบริหารงบประมาณ ดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศของโครงการ และประสานงานโครงการอพยพ 2. หน่วยชุมชนสัมพันธ์ มีหน้าที่หลักในการประสานและบริหารจัดการงานเกี่ยวกับด้านชุมชนสัมพันธ์ ส่วนราชการท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานของ อ.แม่เมาะ 3.หน่วยพัฒนาโครงการ มีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนแผนงานด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) และ พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ทั้งการสนับสนุนและพัฒนากลุ่มอาชีพ การส่งเสริมการตลาดสินค้าชุมชน การดำเนินการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด และหาช่องทางความเป็นไปได้ในการนำพลังงานทางเลือกเข้ามาใช้ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ซึ่งการจัดตั้งโครงสร้างของโครงการแม่เมาะน่าอยู่ขึ้นอย่างเป็นทางการ จะช่วยให้การดำเนินโครงการมีความเข้มแข็งในการจัดทำแผน และดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางแผนงานของแม่เมาะเมืองน่าอยู่

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เส้นทางสู่อนาคตให้ชุมชนแม่เมาะยังยืนหยัดในวันที่ไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน

คงจะไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เหมืองแม่เมาะ และชุมชนแม่เมาะอยู่คู่กันมาเสมือนเพื่อนบ้าน ครอบครัว เพื่อนสนิทมากกว่าชั่วอายุคน จนกลายเป็นความผูกพันและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หากพูดถึง อ.แม่เมาะ ก็ต้องนึกถึง กฟผ.แม่เมาะ ไปด้วย

มองไปอีก 30 ปีข้างหน้า ถ่านหินลิกไนต์ในพื้นที่เหมืองแม่เมาะจะหมดลง โรงไฟฟ้าถ่านหินจะยุติการเดินเครื่อง ภาพของชุมชนแม่เมาะในวันที่ภารกิจหลักของ กฟผ.แม่เมาะ สิ้นสุดลงจะเป็นอย่างไร อาจยังไม่มีคาตอบใดที่แน่ชัด แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ กฟผ. และชุมชน คอยเกื้อหนุนซึ่งกันและกันมาตลอด ทาให้ กฟผ. มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและส่งเสริมวางรากฐานการพัฒนา อ.แม่เมาะ ให้มีเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและรายได้ที่มั่นคง โดยไม่ต้องพึ่งพาการดำเนินงานของ กฟผ. โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) จึงเป็นโครงการหนึ่งที่ กฟผ. มุ่งมั่นดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนเส้นทางที่จะนาพาให้การพัฒนาชุมชนแม่เมาะให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ในวันที่ อ.แม่เมาะ ไม่มีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และเหมืองถ่านหินอีกต่อไป

ปี 2562 เป็นจุดเริ่มต้นที่ กฟผ. ได้บูรณาการร่วมกับส่วนราชการและชุมชนในการสัมมนาปฏิบัติการแม่เมาะเมืองอัจฉริยะ เพื่อค้นหาจุดอ่อน จุดแข็ง และโอกาสในการพัฒนา อ.แม่เมาะ ให้เป็นไปตามบริบทของชุมชน ซึ่งความหมายของเมืองอัจฉริยะ คือเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรตลอดจนเน้นการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข อย่างยั่งยืน

ในระยะนำร่องของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.จะดำเนินงาน ใน 3 มิติสาคัญ ได้แก่ ด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) เศรษฐกิจอัจฉริยะ(Smart Economy) และสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) โดยมีเป้าหมายให้ อ.แม่เมาะ มีการบริหารจัดการ การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เสริมสร้างรายได้ชุมชน ในปี 2565 ถือเป็นก้าวสำคัญที่มีการจัดตั้งโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยผนวกกับกองชุมชนสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะเดิม และเพิ่มหน่วยขับเคลื่อนงานใหม่ให้ดำเนินงานในมิติต่างๆ เพื่อประสิทธิผลในระยะยาว โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) มี 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ 1. หน่วยวางแผนและบริหาร (นวบ-มน.) มีหน้าที่หลักในการจัดทำแผนงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย บริหารงบประมาณ ดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศของโครงการ และประสานงานโครงการอพยพ 2. หน่วยชุมชนสัมพันธ์ (นชส-มน.) มีหน้าที่หลักในการประสานและบริหารจัดการงานเกี่ยวกับด้านชุมชนสัมพันธ์ ส่วนราชการท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานของ อ.แม่เมาะ 3.หน่วยพัฒนาโครงการ (นพค-มน.) มีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนแผนงานด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) และ พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ทั้งการสนับสนุนและพัฒนากลุ่มอาชีพ การส่งเสริมการตลาดสินค้าชุมชน การดำเนินการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด และหาช่องทางความเป็นไปได้ในการนำพลังงานทางเลือกเข้ามาใช้ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ซึ่งการจัดตั้งโครงสร้างของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ขึ้นอย่างเป็นทางการ จะช่วยให้การดำเนินโครงการมีความเข้มแข็งในการจัดทำแผนและดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางแผนงานของแม่เมาะเมืองน่าอยู่