กฟผ.แม่เมาะ ต้อนรับคณะสื่อมวลชน 17 จังหวัดภาคเหนือสื่อสารภารกิจหลัก พร้อมแนวทางการพัฒนาแม่เมาะสู่เมืองอัจฉริยะ

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การนำโดย น.ส.รัชดาพร เสียงเสนาะ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. นำคณะสื่อมวลชน 17 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 41 คน ศึกษาดูงาน กฟผ.แม่เมาะ ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2565 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจและสื่อสารภารกิจหลักของ กฟผ. แม่เมาะ ให้สื่อมวลชนซึ่งเป็นกระบอกเสียงภาคประชาชน สามารถนำ ข้อเท็จจริงไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้อย่างถูกต้อง โดยมี นายประจวบ ดอนคำ มูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ และผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับและบรรยายพร้อมตอบข้อซักถามแก่คณะสื่อมวลชนเกี่ยวกับภารกิจหลักในการทำ เหมืองและผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ อาทิ กระบวนการผลิตดิน-ถ่านหินลิกไนต์, โครงสร้างทางธรณีวิทยาแหล่งถ่านลิกไนต์แม่เมาะ, ทิศทางการเดินหน้าเหมืองทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต รวมถึงการดำเนินงานด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

โอกาสนี้ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่ อ.แม่เมาะ สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (MAE MOH SMART CITY)โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองและมีสิ่งแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ภายหลังจากการปิดเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าแม่เมาะในปี พ.ศ.2594

กฟผ. ร่วมงาน International Conference on Logistics and Transport 2022 ขับเคลื่อนอำ เภอแม่เมาะผ่านโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ มุ่งสู่การเป็นขั้วการเจริญเติบโตของภาคเหนือ

นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วย นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ MAE MOH SMART CITY : GROWTH POLE OF NORTHERN CORRIDOR ในงาน INTERNATIONAL CONFERENCE ON LOGISTICS AND TRANSPORT 2022 ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด A NEW ERA IN SUPPLY CHAIN INTELLIGENCE SYSTEMS: A BRAVE NEW WORLD จัดโดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยการจัดการโซ่อุปทานและวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้องประชุมชลธี อ่าวนางวิลล่ารีสอร์ท จ.กระบี่

รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กล่าวในการเสวนาว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะต้องลดกำลังการผลิตลงในอนาคตอันใกล้เนื่องจากปริมาณถ่านหินลิกไนต์ที่ลดลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาจังหวัดลปาง อย่างไรก็ตาม กฟผ. มีนโยบายที่จะทำให้พื้นที่อำเภอแม่เมาะเป็นขั้วแห่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ (GROWTH POLE OF NORTHERN CORRIDOR)ผ่านกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถก่อให้เกิดความเติบโตในระบบเศรษฐกิจโดยร่วมกับส่วนราชการและชุมชน ขับเคลื่อนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ หรือ MAE MOH SMART CITY เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ทั้ง 3 มิติ ได้แก่ พลังงานอัจฉริยะ เศรษฐกิจอัจฉริยะ และสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ เนื่องด้วย กฟผ. เล็งเห็นว่าพื้นที่อำเภอแม่เมาะมีปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาอยู่ 4 ประการ ได้แก่ 1.) ด้านพื้นที่ที่มีศักยภาพกว่า90,000 ไร่ ในการผลิตพลังงานทดแทน ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวล 2.)จังหวัดลำปางตั้งอยู่ศูนย์กลางของภาคเหนือ อีกทั้งอำเภอแม่เมาะยังอยู่ระหว่างเส้นทางรถไฟรางคู่ 2 สาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3.) ศักยภาพดั้งเดิมจากการเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญของประเทศ รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กฟผ. ส่วนราชการ และชุมชน ตลอดจนแหล่งทรัพยากรและสาธารณูปโภค เช่น ระบบสายส่งที่รองรับจำ นวนกระแสไฟฟ้ากว่า 2,400 เมกะวัตต์ และแหล่งน้ำ กว่า 120 ล้าน ลบ.มและ 4.) จังหวัดลำปางยังเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NORTHERN ECONOMIC CORRIDOR)อันประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำ พูน และลำ ปาง ซึ่งแต่ละพื้นที่ต่างก็มีความโดดเด่นเชิงเศรษฐกิจที่สามารถเติบโตไปร่วมกัน ซึ่ง 4 ประการนี้ จะช่วยให้พื้นที่อำเภอแม่เมาะถูกพัฒนาอย่างบูรณาการ ภายใต้แนวคิด “POWER-GREEN AREA” ที่ช่วยดึงดูดให้เกิดการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมี MAE MOH SMART CITY เป็นจุดเริ่มต้น

สำหรับงาน INTERNATIONAL CONFERENCE ON LOGISTICS AND TRANSPORT จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีเสวนาสำ หรับนักวิจัยด้านการขนส่ง โลจิสติกส์และการจัดการห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปี2565 นี้ ถูกจัดขึ้นภายในแนวคิด “A NEW ERA IN SUPPLY CHAIN INTELLIGENCE SYSTEMS: A BRAVE NEW WORLD” อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งต่อระบบการขนส่งต่างๆ รวมถึงการนำ เอาเทคโนโลยี BLOCKCHAIN เข้ามาปรับใช้ในโลกยุคใหม่ ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดต่ออุตสาหกรรมขนส่ง โลจิสติกส์ และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

กฟผ.แม่เมาะ แจงความสำคัญารนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 กลับมาเดินเครื่อง พร้อมรับฟังแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำชุมชน อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 2 และ 3 พฤศจิกายน 2565 นายประเสริฐ พนมเกียรติศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-2 พร้อมด้วย นายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์ นายประกอบ ปะระมะ หัวหน้าหน่วยวางแผนและบริหารจัดการโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ และนายอนุชา มากเมือง วิศวกรระดับ 10 ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เข้าร่วมการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ อ.แม่เมาะ และการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่เมาะ เพื่อชี้แจงที่มาและความสำคัญในการนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 กลับมาเดินเครื่อง เสริมกำลังการผลิตในช่วงที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องอื่นๆ หยุดเดินเครื่องหรือซ่อมบำรุง พร้อมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับ นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ หัวหน้าส่วนราชการ อ.แม่เมาะ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง

ทั้งนี้สถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ค่าเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้ามีราคาสูง และเชื้อเพลิงการผลิตในประเทศมีไม่เพียงพอ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงได้พิจารณามาตรการจัดหาพลังงานในสถานการณ์วิกฤติเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อต้นทุนผลิตไฟฟ้า ซึ่งกฟผ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน และสนับสนุนการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในแผนการดำเนินงานคือการนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 ซึ่งปลดออกจากระบบไปแล้ว กลับมาผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยเริ่มทำ การศึกษาเชิงเทคนิคความเป็นไปได้ใน ต้นปี 2565 และคาดว่าจะเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าได้จริงในปลายปี 2565 – 2568 โดยจะเดินเครื่องผลิตในกรณีที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องอื่นๆ ขัดข้องหรือหยุดเดินเครื่องและควบคุมกำลังการผลิตให้ไม่เกิน 2,455 เมกะวัตต์ (เท่ากำลังการผลิตปัจจุบัน) ไม่เพิ่มผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่4 กลับมาเดินเครื่อง เพื่อเป็นกำ ลังเสริมในช่วงที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องอื่นๆ ขัดข้องหรือหยุดเดินเครื่องนั้นจะช่วยลดผลกระทบด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อภาคประชาชนโดยตรงลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ทั้งช่วยกระจายสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงในระบบไฟฟ้านอกจากนั้นยังทำ ให้เกิดการจ้างงานใน อ.แม่เมาะอย่างต่อเนื่อง และรักษาสัดส่วนเงินนำเข้าของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะอีกด้วย

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่เมาะ จัดอบรมจัดการขยะชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565

โครงการแม่เมาะเมืองอยู่ นำโดยนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองอยู่ (หก-มน.) ร่วมกับเทศบาลตำ บลแม่เมาะ นำ โดยนายสุวรรณ จงสัมฤทธิ์ดี และนางสาวสุปราณี บุญลอง รองนายกเทศมนตรีตำบลแม่เมาะ จัดอบรมโครงการจัดการขยะชุมชน เรื่องการคัดแยกขยะอย่างยั่งยืน และการจัดทำ ธนาคารวัสดุรีไซเคิลในชุมชนณ ห้องประชุมเมาะหลวง เทศบาลตำบลแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองอยู่ (หก-มน.) กล่าวว่า ปัจจุบันเราต้องเสียพื้นที่จำนวนมากเพื่อจัดการกับขยะฝังกลบ รวมถึงเสียค่าใช้จ่ายหลักแสนในการกำจัดขยะแต่ละปีดังนั้น หากเรามีการบริหารจัดการขยะที่ดี เราจะสามารถนำ ขยะนั้นกลับมามีมูลค่าได้ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่มีแนวคิดในการจะทำเตาเผาขยะโรงไฟฟ้าขนาดเล็กแล้วนำ พลังงานไฟฟ้าที่ได้ไปใช้กับการปลูกพืชเกษตรแนวตั้ง ในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน ทั้งนี้ อยู่ในระหว่างการศึกษาความ เหมาะสมของพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า ส่วนขยะเปียกจะนำไปทำปุ๋ย และกระจายปุ๋ยให้กับชุมชนเพื่อนำ ไปใช้ประโยชน์ในการเกษตร นอกจากนี้ เราจะจัดทำ ธนาคารขยะที่สามารถซื้อขายขยะได้ ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง เมื่อเราจะได้มีการจัดการแยกขยะจากครัวเรือนอย่างถูกวิธี จะได้ทั้งมูลค่าจากการขายขยะ ได้ปุ๋ย และมีโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งเป็นการจัดการขยะที่เบ็ดเสร็จหากทำได้ ดังนี้ อำเภอแม่เมาะจะเป็นสถานที่ต้นแบบที่ดี ที่สามารถให้ชุมชนอื่นๆ มาศึกษาดูงานได้

สำหรับโครงการจัดการขยะชุมชน เป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfilled) ที่โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จัดทำขึ้นเพื่อให้ชุมชนรู้จักการคัดแยกขยะ และบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยมีบริษัท จีอีพีพี สะอาด ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับรองด้วยมาตรฐาน GRI 306: Waste 2020 เป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยการดำเนินงานจะผนวกการจัดการขยะชุมชนแบบเดิมผสานกับการนำ เทคโนโลยี(GEPP Application) มาใช้ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่ง Application จะบันทึกปริมาณขยะ เส้นทางของขยะ รวมถึงวิธีการจัดการขยะรีไซเคิลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมกับบริบทของชุมชน ทำให้ชุมชนมีข้อมูลเกี่ยวกับขยะในหลายมิติเพื่อนำ ไปวางแผนการจัดการชุมชนต่อไป ซึ่งจะนำ ไปสู่การลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันจะเป็นแนวทางในการมุ่งสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

Maemoh Smart City กับการทำงานใน Smart Workplace แห่งแรกของ กฟผ.

เพราะ 1 ใน 3 ของชีวิตอยู่ในที่ทำงาน สภาพแวดล้อมในสำนักงานจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการทำงาน และผลผลิตขององค์กรนอกจากจะรองรับการทำงานในรูปแบบ Hybrid working หรือให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานในสำนักงานสลับกับ Work From Home หรือจากที่ไหนก็ได้(Work From Anywhere) แทนที่การทำงานในสำนักงานเพียงอย่างเดียวแล้ว โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่หรือ Maemoh Smart City การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นำโดย นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) ยังนับเป็นหน่วยงานแรกของ กฟผ. ที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงที่ทำงานแบบเดิมให้กลายเป็น Smart Workplace ซึ่งส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอีกขั้น ด้วยการจัดสำนักงานแบบ Hot Seat หรือ Hot Desk ออกแบบให้ทุกคนไม่มีโต๊ะส่วนตัวไม่มีโต๊ะประจำตำแหน่งที่ทำงานแบบนี้ออกแบบให้ทุกคนมีอิสระในการเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ในแต่ละวัน มาถึงก่อนได้สิทธิ์เลือกที่นั่งได้ก่อน และจัดสรรให้มีโต๊ะกลางสำหรับเป็นพื้นที่ Co-Working Space ระบบ Hot Seat นี้ ยังแตกต่างกับสำนักงานแบบเดิมโดยสิ้นเชิงการนั่งโต๊ะประจำแบบเดิม ผู้ปฏิบัติงานสามารถวางของส่วนตัวไว้ที่โต๊ะประจำของตนได้อย่างถาวร

ในขณะที่สำนักงานแบบ Hot Seat ไร้พื้นที่ส่วนตัว ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนต้องเก็บโต๊ะตอนสิ้นสุดการทำงานในแต่ละวันเพื่อรองรับการทำงานในวันถัดไป (Clean Desk Policy) ที่ทำงานแบบนี้จึงต้องจัดให้มีล็อกเกอร์หรือตู้เก็บของส่วนตัวไว้ให้แต่ละคนสามารถเก็บทรัพย์สินหรืออุปกรณ์สำนักงานที่ไม่ต้องการนำกลับบ้านไว้ได้เพื่อรองรับการระดมสมองและการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ลักษณะสำนักงานแบบ Hot Seat ในโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จะมีพื้นที่สำหรับประชุมมากกว่าเดิม ข้อดีของ Hot Seat คือการลดพื้นที่ส่วนตัวและเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานได้เจอเพื่อนร่วมงานจากหลากหลายแผนกมากขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆได้รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาปรับปรุงการทำงานในภาพรวม อย่างระบบการลงเวลาทำงานแบบสแกนใบหน้า (ETAS) ระบบการประชุมออนไลน์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อการทำงานได้อย่างไม่สะดุด รวมไปถึงระบบการทำงานที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสมกับยุคสมัย มีความสุขในชีวิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จัดกิจกรรมสัมมนา “เมินนาน…ป๊ะกั๋นเตื้อ”

เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม 2565 ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมสัมมนา เมินนาน..ป๊ะกั๋นเตื้อ พบปะผู้ปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน ประจำปี 2556 โดยให้นโยบายการทำงาน ให้แต่ละหน่วยงานรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานและภารกิจตามแผน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อซักถาม เพื่อดำเนินการร่วมกับชุมชนในอนาคต ตามนโยบาย กฟผ. ภายใต้สโลแกนเติบโต แข็งแรง ยั่งยืน คู่กับชุมชนไปด้วยกัน

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกิจกรรมโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำตำบลบ้านดง

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานเปิดกิจกรรมในโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำตำบลบ้านดง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2565 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.แม่เมาะ) ได้บรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City)ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านตำบลบ้านดง ด้านภารกิจของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การขับเคลื่อนแผนงานโครงการให้สามารถพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้อาจารย์ทัศนีญาฎา แสนคำ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาศักยภาพมูลนิธิกองทุนไทย เป็นวิทยากรกระบวนการ นำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ การทำงานชุมชนแบบมีส่วนรวม แนวทางชุมชนน่าอยู่ แม่เมาะ เมืองน่าอยู่ และการสืบค้นศักยภาพ ต้นทุนชุมชน ความพร้อมสู่ชุมชนน่าอยู่ ทั้งนี้โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำตำบลบ้านดง เป็นส่วนหนึ่งในโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรตำบลบ้านดง ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กฟผ. เพื่อให้ผู้นำชุมชนเกืดการเรียนรู้ กล้าที่จะตัดสินใจและแสดงออกเข้าใจและทราบถึงความต้องการของชุมชน นำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ความคืบหน้าแผนงานที่มีนัยสำคัญต่อเป้าหมายหลัก ชฟฟ2. ปรับเปลี่ยน ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนางานให้เกิดความยั่ง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายจรัญ คาเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 (ชฟฟ2.) เป็นประธานในงานรายงานความคืบหน้าแผนงานที่มีนัยสำคัญต่อเป้าหมายหลัก ชฟฟ2. โดยมีผู้บริหารในสายงาน ชฟฟ2. ร่วมรายงานแผนการดำเนินงาน โดยถ่ายทอดผ่านระบบ EGAT Live และ Maemoh Tube

นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สายงาน ชฟฟ2. ได้มีการสื่อสารทิศทางการดำเนินงานสายงานเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด วันนี้เป็นการรายงานและติดตามความก้าวหน้าที่มีนัยสำคัญ ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่องค์กรกำลังเผชิญหลายๆ ด้าน เช่น การยืดอายุการใช้งานโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 การเตรียมความพร้อมนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 กลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง เพื่อรองรับวิกฤตด้านพลังงานของประเทศ สวนทางกับอัตรากำลังบุคลากรที่ลดลง ตลอดจนวิกฤตการณ์ภัยแล้งในอ่างแม่จางและแม่ขาม ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องอาศัยการบริหารและการจัดการที่มีการปรับเปลี่ยนทั้งระบบและกระบวนการ ทั้งนี้ มุมมองการดำเนินงานในด้านต่างๆ ที่ได้นำมาแลกเปลี่ยนกันในวันนี้มีเป้าหมายเดียวกันตามนโยบายของ รวฟ. ที่ต้องรักษาเสถียรภาพของโรงไฟฟ้า โดยมีการดำเนินงานในด้านการบำรุงรักษาและการผลิต การนำเทคโนโลยีมาบูรณาการร่วมกับงานที่ทำ ทุกสิ่งที่นำเสนอวันนี้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ หลายแผนงานเริ่มดำเนินการไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทาย เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว เราต้องปรับปรุงสู่การเปลี่ยนแปลง ในด้านการเตรียมพร้อมเรื่องความคิดของบุคลากรต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะวิสัยทัศน์ขององค์กรเกิดจากมุมมองใหม่ที่แตกต่างกันของทุกคนที่ได้ร่วมมือกัน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นบุคลากรต้องมองไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ มีหน่วยงานในสังกัดสายงาน ชฟฟ2. ร่วมนำเสนอ ได้แก่ นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ นำเสนอความคืบหน้าการดำเนินงานด้านกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า อาทิ การเตรียมความพร้อมการนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 กลับมาเดินเครื่องเพื่อรองรับวิกฤตพลังงานของชาติ, การบริหารจัดการน้ำในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าและการสำรองน้ำช่วยเหลือชุมชน รวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายนอกในการบริหารจัดการให้เกิดความคุ้มค่าและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ นอกจากนั้นยังได้นำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการลดการปล่อย CO2 ในระบบการผลิต และการนำระบบ Digital เข้ามาช่วยในการดำเนินงานด้านการผลิต เป็นต้น

ในส่วนของงานด้านบำรุงรักษา นายอรรถพล อิ่มหนา ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้มีแผนงานสนับสนุนงานด้านการผลิตอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าเพิ่มเสถียรภาพของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 14 ตลอดจนปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงถ่านหิน รวมถึงสนับสนุนงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม อาทิ การติดตั้งระบบทำความสะอาดหม้อน้าอัตโนมัติโรงไฟฟ้า MM-T14 และโครงการ Digital Power Plant นอกจากนั้นยังกำหนดแนวทางการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสายงาน เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านอัตรากำลังที่จะลดลงในอนาคต

ด้านนายไวฑูรย์ เกียรติเฉลิมคุณ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้านาพอง ได้นำเสนอความคืบหน้าแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าน้ำพองปี 2565 2574 ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าน้าพองทดแทนที่อยู่ในช่วงการพิจารณารายละเอียดด้านเทคนิคและราคา และแผนงานสำรองการยืดอายุการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าน้าพองถึงปี 2574 นอกจากนั้นโรงไฟฟ้าน้าพองกำลังดาเนินโครงการวิจัยโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเคลื่อนที่ ซึ่งภาพรวมของโครงการก้าวหน้าไปแล้ว 71% สำหรับงานด้าน Operation & Maintenance Digitalization & Humanization ได้มีการพัฒนาระบบติดตามการบำรุงรักษา Cooling Tower Block II แบบ Online, โครงการพัฒนางานบำรุงรักษาและเดินเครื่องจักรอัจฉริยะโดยระบบวัดแรงสั่นสะเทือนและอุณห
ภูมิชนิดหัววัดติดตั้งกับเครื่องจักรแบบไร้สายและไร้แบตเตอรี่ด้วย Machine Learning และการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยพนักงานเดินเครื่องโรงไฟฟ้าน้ำพอง อีกด้วย

ด้านนายไวฑูรย์ เกียรติเฉลิมคุณ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้านาพอง ได้นำเสนอความคืบหน้าแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าน้ำพองปี 2565 2574 ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าน้าพองทดแทนที่อยู่ในช่วงการพิจารณารายละเอียดด้านเทคนิคและราคา และแผนงานสำรองการยืดอายุการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าน้าพองถึงปี 2574 นอกจากนั้นโรงไฟฟ้าน้าพองกำลังดาเนินโครงการวิจัยโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเคลื่อนที่ ซึ่งภาพรวมของโครงการก้าวหน้าไปแล้ว 71% สำหรับงานด้าน Operation & Maintenance Digitalization & Humanization ได้มีการพัฒนาระบบติดตามการบำรุงรักษา Cooling Tower Block II แบบ Online, โครงการพัฒนางานบำรุงรักษาและเดินเครื่องจักรอัจฉริยะโดยระบบวัดแรงสั่นสะเทือนและอุณหภูมิชนิดหัววัดติดตั้งกับเครื่องจักรแบบไร้สายและไร้แบตเตอรี่ด้วย Machine Learning และการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยพนักงานเดินเครื่องโรงสำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าวังน้อยนายทินกร ลิมปนสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อยดำเนินการภายใต้ R eliability & Efficiency ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. Digitalization โดยการนำระบบ iMO, I Log Sheet และ i-Secure เข้ามาสนับสนุนงานด้านการผลิตOperation and Maintenance จัดทำโครงการ Wong Noi Academy และ โคกหนองนาโมเดล 3. Humanization ดำเนินงานด้าน CSR และการดูแลบุคลากรในสังกัดอย่างทั่วถึง นอกจากนั้นยังเสนอแผนงานที่เป็น Business Growth คือ โครงการกัญชงกัญชาเพื่อการส่งออก และ Solar Floating, Solar Farm and Battery Energy Storage System Project

ด้านโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ นำเสนอความคืบหน้าแผนงานที่ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่แม่เมาะสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะภายใต้แนวทางพัฒนา 3 Smart ได้แก่ พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy), สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) และเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) โดยตั้งเป้าความสำเร็จของแผนปฏิบัติการแบบเร่งรัด (Quick Win) ในปี 2565 อาทิ การเดินเครื่องโรงไฟฟ้า Co-Firing จากเชื้อเพลิงชีวมวล 1,000 ตัน, การดำเนินโครงการ Near Zero Energy Site ใน 10 หน่วยงานราชการใน อ.แม่เมาะ การยกระดับมาตรฐานการจัดงาน Mae Moh Half Marathon สู่สากลการจัดทำ Vertical Farm โดยนำร่องในพื้นที่หมู่บ้านอพยพ ตลอดจนการเชื่อมโยง Sensor ตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง สะสม 100 Sensor เป็นต้น ซึ่งการดำเนินงานทุกโครงการภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เพื่อส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะให้เป็นพื้นที่สำคัญด้านพลังงานทดแทนของ กฟผ. สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจ กฟผ. และแผนแม่บทด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมของ กฟผ.

กฟผ.แม่เมาะ เข้าพบ รมว.อว. หารือความร่วมมือเครือข่ายด้านการศึกษา นำเข้าข้อมูลประยุกต์พัฒนาโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2565 ณ ห้องรับรองวีไอพี เคปคาบาน่า อ.เมือง จ.ลำปาง นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อานวยการสำนักงานสภาการนโยบายการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ ดร.ณพศิษฎ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จากัด และคณะฯ เข้าพบศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เพื่อนำเสนอข้อมูลการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) และหารือความร่วมมือเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และเครือข่ายมหาวิทยาลัยจากประเทศจีน ในการนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ในอนาคต เพื่อการพัฒนาเมืองโดยใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน

ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้กำลังการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ จะลดลงด้วยเหตุผลทั้งปริมาณถ่านหินที่ลดลง รวมถึงการดำเนินตามนโยบายของภาครัฐที่หันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นที่ อ.แม่เมาะ ยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งพลังงานชนิดใหม่ ตลอดจนเป็นแหล่งนวัตกรรมการพัฒนาพลังงานสะอาดหมุนเวียน (Energy Revolution center) ได้ ซึ่งความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในประเทศโดยเฉพาะสถาบันศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆของไทย รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยในต่างประเทศจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะสร้างโอกาสข้างต้นให้เกิดขึ้น นำมาสู่การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ในที่สุด

ชฟฟ2. ร่วมสัมมนารับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาความเป็นไปได้ ในการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฯ หวังนำข้อมูลเชื่อมโยงโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เข้าร่วมการสัมมนารับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงข่ายรถไฟ ให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศ และรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ โดยมีนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานในการสัมมนา และมีผู้แทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง เทศบาลนครลำปาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง และผู้ประกอบการภาคเอกชนเข้าร่วมการสัมมนาและแสดงความเห็นต่อโครงการฯ ณ ห้องประชุมเวียงแก้ว โรงแรมลำปางเวียงทอง อ.เมือง จ.ลำปาง

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง ได้ดำเนินการจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นที่ปรึกษาการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศ และรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายเดิมกับนิคมอุตสาหกรรมแหล่งท่องเที่ยวและการพัฒนาในพื้นที่ในระดับจังหวัดภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเชื่อมโยงสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์รูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ การกระจายโอกาสการพัฒนาความเจริญสู่ระดับจังหวัดและภูมิภาค ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกด้วย ซึ่งในส่วนของ อ.แม่เมาะ มีศักยภาพในการพัฒนาทั้งเป็นทางผ่านของรถไฟ การมีพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรบุคลากรและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่เอื้อต่อการพัฒนาและต่อยอดร่วมกับโครงการฯ ซึ่งการศึกษาดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ที่จะตอบโจทย์แผนการพัฒนาและวางรากฐานอำเภอแม่เมาะ สำหรับรองรับอนาคตที่การดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ สิ้นสุดลง