หก – มน . จัดกิจกรรมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วม โครงการพลังงานร่วมใจสร้างงานพัฒนาชุมชน รุ่นที่ 2

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.แม่เมาะร่วมกิจกรรมมอบเกียรติบัตรและมอบของที่ระลึกให้กับผู้เข้าร่วมโครงการพลังงานร่วมใจ สร้างงานพัฒนาชุมชน (New Jobber) รุ่นที่ 2 จำนวน 29 คน ในโอกาสสิ้นสุดโครงการฯ ภายในงานเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ กล่าวถึงความประทับใจในหน่วยงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีในระยะเวลาของการทำ งาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนางานในอนาคตให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่อำ เภอแม่เมาะ จากนั้นผู้บริหาร หก-มน. ได้กล่าวให้โอวาท พร้อมมอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ณ อาคารนันทนาการ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

ขอบคุณNew Jobber ทุกคนที่เข้ามาสร้างสีสันในองค์กรแห่งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าที่นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์และความรู้ให้ทุกคนได้นำไปต่อยอดในการทำงานสถานที่แห่งใหม่ ขอให้ทุกคนตั้งใจฝึกฝนตนเองให้มีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพสุดท้ายนี้ขอให้โชคดีและมีความสุขกับการทำงาน

นายประกอบ ปะระมะ หัวหน้าหน่วยวางแผนและบริหาร

ขอให้New Jobber ทุกคนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีจากองค์กรแห่งนี้เอาไว้ และนำไปต่อยอดในการทำงานในองค์กรใหม่ขอให้พบเจอแต่สิ่งที่ดีหวังอย่างยิ่งว่าจะได้พบเจอกันและกลับมาเยี่ยมเยือนกับองค์กรแห่งนี้ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอ

นายประดิษฐ์ หมู่เมืองสอง หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ

ตลอดเวลาการทำงานทุกคนเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนแผนงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ อยากขอบคุณ New Jobber ทุกคนที่ได้ทำงานพัฒนาแม่เมาะร่วมกัน ขอให้ทุกคนนำวัฒนธรรมและค่านิยมของ กฟผ. SPEED ไปปรับใช้ในการทำงาน สุดท้ายขอให้ทุกคนทำงานในสถานที่แห่งใหม่อย่างตั้งใจ เพราะการตั้งใจทำงานย่อมทำให้ผลงานออกมาดี และความเจริญก้าวหน้าจะเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างแน่นอน

นายอนุสรณ์ ทองงาม นักบัญชีระดับ10 ส่วนกลาง หก-มน.

New Jobber ทุกคนเป็นคนเก่งสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี ขอให้เราเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันตลอดไป และขอให้ทุกคนมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าได้งานใหม่ที่ดี

นางจันทร์ฉาย พงษ์ลังกา พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ผู้แทนหัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์

ขอให้น้องๆNew Jobber นำเอาความรู้ประสบการณ์ที่ได้จากองค์กรแห่งนี้ไปประยุกต์ใช้และขอให้ทุกคนประสบแต่ความสำเร็จและมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตต่อไป

โครงการพลังงานร่วมใจสร้างงานพัฒนาชุมชน รุ่นที่ 2 เป็นโครงการที่ส่งเสริมการมีงานทำ ของนักศึกษาจบใหม่ในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ มีระยะเวลาการจ้างงานตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565–28 กุมภาพันธ์ 2566 (สัญญาจ้างงาน 1 ปี) โดยช่วยสนับสนุนภารกิจของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ด้านงานพัฒนาต่างๆในพื้นที่อำ เภอแม่เมาะ อาทิ การพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และ พลังงาน ตลอดจนการลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมชุมชนเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน การติดต่อประสานงานต่างๆระหว่างชุมชน และหน่วยงานราชการในท้องถิ่น รวมถึงการทำแผนงานพัฒนาโครงการต่างๆ ร่วมกับ ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ตามความสามารถและศักยภาพของผู้เข้าร่วมโครงการฯ

กฟผ.แม่เมาะ เปิดตัวอาคาร THE BLOCKS พร้อมแนะนำ แบรนด์ผักน้องใหม่ MAE MOH FRESH ในงาน HAPPY VEGGIE & COFFEE IN LOVE

กฟผ.แม่เมาะ จัดกิจกรรม Happy Veggie & Coffee in Love เปิดตัว อาคาร The Blocks พร้อมแนะนำ แบรนด์ผักน้องใหม่ Mae Moh Fresh ตลอดจนการออกร้านกาแฟชื่อดังทั้งใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ทั้งยังมีกิจกรรมคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการ The Blocks โดยร้านที่ได้รับการคัดเลือกได้แก่ร้าน At Mine Cafe โดยจะเริ่มจำหน่ายสินค้าภายในเดือนเมษายนนี้

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ลานหน้าอาคาร The Blocks ข้างอาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะอ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ และประชาชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ร่วมงาน Happy Veggie & Coffee in Love จัดโดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เพื่อเปิดตัวอาคาร The Blocks และกิจกรรมออกบูธร้านกาแฟ จาก อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง โรงไฟฟ้าแม่เมาะผ่านการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานประจำ ปี 2565พร้อมเปิดให้ผู้สนใจงานลงทะเบียนร่วมโหวตร้านที่ผ่านรอบคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการของอาคาร The Blocks ในกิจกรรม coffee contest โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ รองศาสตราจารย์ ดร.วันเพ็ญ จิตรเจริญ อาจารย์ประจำ หลักสูตรวิชาเอกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเกษตร มทร.ล้านนา ลำปาง และนายตะวัน ปัญญาโชติ ผู้ประกอบการ ร้านเครื่องดื่ม ที่ประสบความสำ เร็จในจังหวัดลำปาง ร่วมเป็นคณะกรรมการในการคัดเลือกผู้ประกอบการในครั้งนี้ด้วยซึ่งร้าน At Mine Cafe จาก อ.แม่เมาะ ได้รับคัดเลือกในกิจกรรม ดังกล่าว และจะพร้อมเปิดให้บริการที่อาคาร The Blocks ภายในเดือนเมษายน 2566 นี้ ทั้งนี้ กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ขอบคุณคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟที่เข้าร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการ และร้านกาแฟที่มาร่วมออกบูธ ตลอดจน ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ และชุมชน ที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างคึกคัก

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมเปิดตัวแบรนด์ผัก “Mae Moh Fresh” ที่ดำเนินการโดยกลุ่มวิสาหกิจบริหารจัดการเกษตรกรรมแนวตั้ง อ.แม่เมาะ โดยนำ กลุ่มเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการพลังงานร่วมใจ สร้างงาน พัฒนาชุมชน (New Jobber) ของ กฟผ.แม่เมาะ และได้รับการฝึกปฏิบัติทักษะการปลูกพืชแนวตั้งแบบครบวงจรจากบริษัท ไดสตาร์ เฟรช ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเกษตรกรรมแนวตั้ง (Vertical Farm) ในประเทศไทยมาบริหารจัดการและต่อยอดการทำ เกษตรกรรมแนวตั้ง โดยใช้พื้นที่หน้าอาคาร The Blocks เป็นพื้นที่จัดตั้งโรงเรือนนำ ร่องในการเพาะปลูก ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผักคุณภาพดี และติดตามข่าวสาร Mae Moh Fresh ได้ที่ Facebook: Mae Moh Fresh,IG : MaeMoh.Fresh และ Line ID : @323wzkun

สำหรับอาคาร The Blocks กฟผ. ได้ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) วิจัยเรื่องการพัฒนาโรงงานต้นแบบการผลิตบล็อกประสานจากวัตถุพลอยได้ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่นำเถ้าหนักมาเป็นส่วนผสมที่สำคัญ ซึ่งอาคาร The Blocks เป็นอาคารตัวอย่างที่เป็นผลลัพธ์จากงานวิจัยและเป็นโมเดลต้นแบบ สามารถเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้สนใจ ได้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเถ้าหนักของโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ยังไม่มีการนำ มาใช้งานและสามารถนำมาจำ หน่ายในเชิงพาณิชย์มากนักให้ถูกนำ มาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ซึ่งอาคาร The Blocks แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์จำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารที่มีผักคุณภาพดีจาก Mae Moh Fresh เป็นส่วนประกอบ พร้อมจำหน่ายสินค้าชุมชน อ.แม่เมาะ แก่ผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ อีกด้วย

สภาอุตสาหกรรม จ.ลำปาง ถ่ายทอดความรู้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนาสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ แก่เครือข่ายในพื้นที่ อ.แม่เมาะ

มื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ให้การต้อนรับ นายสุภชัย ไวยาวัจมัย อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง และผู้เข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนาสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ภายใต้โครงการเตรียมความพร้อมพื้นที่อุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับพื้นที่ ประจำ ปี 2566 เพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่เป้าหมายรองรับไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สนับสนุนการดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนรวมทั้งให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารและแนวทางการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในพื้นที่โดยมีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องงานด้านความปลอดภัย สถานประกอบการ ภาครัฐ เอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ เข้าร่วม ทั้งนี้หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ได้บรรยายภารกิจการดำ เนินงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ในการขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่ อ.แม่เมาะ สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ ภายใต้แนวทางพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่ พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy), เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) และ สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)

สำหรับโครงการเตรียมความพร้อมพื้นที่อุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับพื้นที่ ประจำปี 2566 เป็นโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระยะที่ 3 เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นรูปธรรม และบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสร้างความสมดุลทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ทำให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเป็นสุข

กฟผ.แม่เมาะ ประชุมความคืบหน้าโครงการขับเคลื่อนแนวทางการส่งเสริมพลังงานทดแทน ร่วมกับส่วนราชการและสถานศึกษา อ.แม่เมาะ คาดนำระบบเข้าใช้งานได้จริงปลายปี 66 นี้

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566

นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ประชุมหารือความคืบหน้าโครงการขับเคลื่อนแนวทางการส่งเสริมพลังงานทดแทน ร่วมกับนายเอนก แก้วกำพล นายกเทศมนตรีตำบลแม่เมาะ หัวหน้าส่วนราชการ และสถานศึกษาอำ เภอแม่เมาะ อาทิ โรงพยาบาลแม่เมาะ สาธารณสุข อ.แม่เมาะ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา และโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ ณ ห้องประชุมแม่เมาะ (137) อาคารบริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

โครงการขับเคลื่อนแนวทางการส่งเสริมพลังงานทดแทน เป็นโครงการที่ กฟผ. โดยฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทั้งด้านงบประมาณ การจัดการและการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอร์รี่ (BESS) แก่หน่วยงานนำร่อง 10 หน่วยงานใน อ.แม่เมาะ ได้แก่ โรงพยาบาลแม่เมาะ เทศบาลตำบลแม่เมาะ วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา โรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ รพ.สต.บ้านท่าสี รพ.สต.บ้านสบป้าด รพ.สต.บ้านใหม่รัตนโกสินทร์ รพ.สต.บ้านกอรวก และ รพ.สต.บ้านทาน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะประจำปี 2566 ในวงเงินรวม 13 ล้านบาท เริ่มดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความพร้อมในการติดตั้งระบบปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2566 และคาดว่าจะสามารถนำ ระบบเข้าใช้งานจริงได้ภายในปี 2566 นี้

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนงานด้านพลังงานอัจฉริยะของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในชุมชน อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณค่าไฟฟ้าได้กว่าปีละ 1-2 แสนบาท ส่งผลให้หน่วยงานราชการสามารถนำงบประมาณที่ลดลงจากการจ่ายค่าไฟฟ้า ไปใช้ยกระดับงานบริการด้านอื่นๆเพื่อรองรับประชาชนที่มาใช้บริการ นอกจากนั้นพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์จะเป็นแหล่งพลังงานสำรองให้แก่สถานพยาบาลในชุมชนหากเกิดเหตุไฟตกไฟดับ ให้การรักษาผู้ป่วยตลอดจนการเก็บรักษาเวชภัณฑ์และยามีความต่อเนื่องและสะดวกมากยิ่งขึ้น

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมงานสรงน้ำ พระธาตุวัดหลวงนาแช่ สืบสานวัฒนธรรมชุมชน

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566

นายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์โครงการแม่เมาะ เมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาและทำบุญจัดตั้งโรงทานแจกอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชนผู้เข้าร่วมศาสนพิธีในงานประเพณีสรงน้ำ พระธาตุวัดหลวงนาแช่ เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ณ วัดหลวงนาแช่ ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

งานประเพณีสรงน้ำ พระธาตุวัดหลวงนาแช่ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า งานประเพณี 5 เป็ง เป็นประเพณีสำคัญที่สืบต่อกันมายาวนานมากกว่า 70 ปีนับตั้งแต่มีการสร้างพระธาตุขึ้นในวัดโดยจะจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ตามปฏิทินพื้นเมืองภายในงานจะมีพิธีทำบุญตักบาตร และการบวงสรวงสิ่งศักดิ์ภายในวัด ตลอดจนสรงน้ำพระธาตุ และสวดเข้าเบิกส่งเคราะห์สืบชะตาเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลของคนในชุมชน

พัฒนาเส้นทางสัญจร สร้างความสะดวกต่อราษฎรตำบลบ้านดงในการเดินทาง

เส้นทางสัญจรที่ดีเป็นคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ทำ ให้มีความสะดวกปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ โดยพื้นที่อำเภอแม่เมาะมีโครงการปรับปรุงพัฒนาและซ่อมแซมถนนหลายสายตามแผนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรอำเภอแม่เมาะ ซึ่งถนนสายจำปุย-ห้วยตาด บ้านจำปุย และถนนสายห้วยตาด-แม่ส้าน บ้านแม่ส้าน ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบปัญหาเส้นทางชำรุดในช่วงฤดูน้ำ หลากเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ใกล้กับภูเขาทำให้เจอกับปัญหาน้ำหลากและถนนทรุดตัวทำให้ประชาชนผู้สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อนเดินทางไม่สะดวกเกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินทางชุมชนจึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.แม่เมาะ ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อน โดย กฟผ.แม่เมาะ ได้สนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรอำเภอแม่เมาะในการพัฒนาเส้นทาง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้สัญจรในเส้นทางดังกล่าว โดยมีโครงการพัฒนาเส้นทางได้แก่
1.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายห้วยตาด-บ้านแม่ส้าน บ้านแม่ส้าน งบประมาณ 1,790,350 บาท
2.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านแม่ส้าน งบประมาณ 493,750 บาท
3.โครงการซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านแม่ส้าน งบประมาณ 126,700 บาท
4.โครงการก่อสร้างกำ แพงกันดินไหล่ทาง สายจำปุย-ห้วยตาด บ้านจำปุย งบประมาณ 494,200 บาท
รวมงบประมาณ 2,905,000 บาท เป็นโครงการที่ช่วยแก้ไขและบรรเทาปัญหาให้กับประชาชนจากความต้องการและความร่วมมือของประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ กฟผ.แม่เมาะที่อยากให้คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือนได้มีเส้นทางสัญจรที่ดีขึ้นเกิดความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางตลอดจนสร้างความสุขในการอยู่อาศัยในท้องถิ่นเป็นโครงการพัฒนาแบบพึ่งพาอาศัยระหว่างหน่วยงานในท้องถิ่นและชุมชน โดย กฟผ.แม่เมาะ เป็นเสมือนคนบ้านเดียวกันที่จะคอยส่งเสริมดูแลพัฒนาท้องถิ่นอำเภอแม่เมาะไปพร้อมกับประชาชนให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นดังคำกล่าวที่ว่ากฟผ.ชุมชน คนบ้านเดียวกัน

กฟผ.แม่เมาะ จับมือ STEP มช. ดันเกษตรกร จ.ลำปาง สู่ผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการบ่มเพาะและพัฒนาทักษะเทคโนโลยีเชิงธุรกิจสู่การสร้างเกษตรกรอัจฉริยะ (Technology and Business Incubation for Smart Farmer) มีระยะการดำเนินการระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2565 – เดือนมิถุนายน 2566 โดยรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกรในจังหวัดลำปางที่มีความสนใจพัฒนาทักษะด้านธุรกิจและนวัตกรรมการเกษตร ซึ่งมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำ นวน 17 คน เข้าร่วมกิจกรรมบ่มเพาะและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่จากอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจและการทำเกษตรกรรมยุคใหม่ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้นำเสนอรูปแบบธุรกิจของตัวเองที่ได้รับการพัฒนาจากการอบรมและคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบอย่างน้อย 8 คน เข้าสู่การจับคู่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านเทคโนโลยีการเกษตรและนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจตนเองพร้อมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ต้นแบบสู่ตลาดทดลองจำหน่ายนอกจากนั้นผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้ร่วมกิจกรรมจับคู่นักธุรกิจและนักลงทุน (Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางการค้าสู่นักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมหรือลงทุนในกิจการอีกด้วย

โครงการบ่มเพาะและพัฒนาทักษะเทคโนโลยีเชิงธุรกิจสู่การสร้างเกษตรกรอัจฉริยะ (Technology and Business Incubation for Smart Farmer) นอกจากจะเป็นการสำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพ ในการประกอบธุรกิจและการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำปางด้วยแนวคิดนวัตกรรมแบบเปิดแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในกระบวนการทำเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ จ.ลำปาง ทั้งยังสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.ลำปาง และ อ.แม่เมาะ พัฒนาการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่ผ่านการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร การจัดการน้ำ ดิน ความชื้น เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ตลอดจนการพัฒนาโมเดลธุรกิจ รูปแบบการสร้างรายได้และการพัฒนาระบบตลาดและเครือข่ายจัดจำหน่าย นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพสูงสามารถแข่งขันในตลาดได้

หก-มน. สื่อสารทิศทางนโยบายปี 2566 มุ่งขับเคลื่อนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่สู่เมืองต้นแบบพลังงานสีเขียว

พี่ไลท์ นำทีมผู้บริหาร 3 หน่วยงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่แจ้งผลการดำเนินงานปี 2565 พร้อมสื่อสารทิศทางปี 2566 มุ่งสร้างสัมพันธ์ชุมชนผนึกกำลังขับเคลื่อนแม่เมาะเป็นต้นแบบพลังงานสีเขียว นำไปสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หรือ พี่ไลท์ หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) เป็นประธานงาน “สื่อสารนโยบาย หก-มน. ปี 2566” โดยมี นายประกอบ ปะระมะ หัวหน้าหน่วยวางแผนและบริหาร นายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์ และนายประดิษฐ์ หมู่เมืองสอง หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ พร้อมหัวหน้าหมวดทั้ง 3 หน่วย ถ่ายทอดทิศทางและแผนการดำเนินงานปี 2566 และตอบข้อซักถามแก่ผู้ปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่และ New Jobber ในสังกัดจำนวน 132 คน ให้รับทราบทิศทางการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ให้ อ.แม่เมาะ เป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ ชุมชนมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มั่นคงและยั่งยืนภายหลังการปิดเหมืองและโรงไฟฟ้าในปี 2593 ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

สำหรับผลการดำเนินงานต่างๆของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ตลอด 1 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อต้นปี 2565 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กล่าวชื่นชมและขอบคุณผู้ปฏิบัติงานในสายงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ที่ร่วมมือด้วยดี ช่วยกันสานสัมพันธ์ สื่อสารและสร้างความเข้าใจกับชุมชนถึงโครงการต่างๆ ได้สำเร็จตามเป้าหมาย อีกทั้งสร้างเครือข่ายครอบคลุมทั้ง 5 ตำบล ของแม่เมาะจนเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นๆ มาศึกษาดูงาน

ปี 2566 ทิศทางการดำเนินงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ยังมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโครงการต่างๆสู่ชุมชนมากขึ้นต่อไปเพื่อให้ อ.แม่เมาะ เป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ มุ่งสู่เมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเป็นแหล่งพลังงานสีเขียว และนำ ไปสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต (Role Model Power Green Area) โดยการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ต่างๆสร้างพลังงานสะอาดร่วมกับชุมชนภายใต้โครงการต่างๆ อาทิ โครงการ BIOMASS Co-Firing ในปี 2565 รับซื้อเศษชีวมวลจากวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายจำนวนกว่า 1,000 ตัน ได้ตามเป้าหมาย นำ มาผลิตเป็นเม็ดชีวมวลเผาร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน รวมทั้งลดปัญหาหมอกควันที่เกิดจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยในปี 2566 ตั้งเป้ารับซื้อเศษชีวมวลจำ นวน 5,000 ตัน และผลักดันสร้างโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ดจำ นวน 1 โรงในพื้นที่ชุมชน,การนำ เทคโนโลยีมาพัฒนาการเกษตรดั้งเดิมสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ โดยจะนำ ร่องสร้างโรงเรือนเกษตรแนวตั้ง (VerticalFarm) 1 โรง ในพื้นที่อพยพ ต.บ้านดง และในอนาคตจะสร้าง Vertical Farm ตำบลละ 2 แห่ง รวมทั้งหมด 10 แห่ง ซึ่งคาดว่าสร้างรายได้ 25 ล้านบาทต่อปี,เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนเพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนภายใต้โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่า สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน นำร่องสร้างต้นแบบป่าชุมชน 1 พื้นที่, นำ ร่อง Solar Farm 50 MW และโครงการปลูกพืชสมุนไพรใต้แผง Solar, สร้าง City Data Platformเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับแพลตฟอร์มสิ่งแวดล้อมและติดตั้งเครื่องรับ-
ส่งสัญญาณตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่รอบ อ.แม่เมาะ

และ จ.ลำปาง รายงานสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในจังหวัดลำปางให้เจ้าหน้าที่ทีมดับไฟป่าใช้เฝ้าระวังพื้นที่ได้ทันท่วงทีเพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือและปฏิบัติตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ, บริหารจัดการขยะและของเสียในพื้นที่เพื่อช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบลง 20 % อีกทั้งช่วยลดภาวะก๊าซเรือนกระจก, สร้างเกษตรกรเครือข่าย 10 ราย เพื่อนำวัตถุผลพลอยได้จาก กฟผ. ไปใช้ลดต้นทุนการเกษตร, ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬายกระดับ Mae Moh Half Marathon สู่มาตรฐาน World Athletics รวมถึงสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง เป็นต้น

ในโอกาสนี้ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ได้ฝากข้อคิดแก่ผู้ปฏิบัติงาน หก-มน. เพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันทำ งานให้สำเร็จด้วยหลักคิด SPEED : Synergy “ในปีนี้จะลงพื้นที่กับชุมชนมากขึ้นเพื่อกระจายโครงการต่างๆไปแต่ละตำบล โดยพัฒนาตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ให้ตรงตามความต้องการของชุมชน หากทำได้สำเร็จในอนาคตจะทำให้แม่เมาะเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่พลังงานสะอาด และเกิดอุตสาหกรรมสีเขียวต่างๆ เข้ามา ทำ ให้แม่เมาะจะเป็นเมืองที่น่าอยู่ ฝากพี่ๆ น้องๆ หก-มน. ทุกคนที่ลงพื้นที่ ช่วยกันขับเคลื่อนและสื่อสารโครงการต่างๆ ให้กับชุมชนอย่างถูกต้อง ทำความเข้าใจและขอข้อมูลจากหัวหน้าหมวดโดยยึดหลักค่านิยม SPEED Synergy รวมพลังประสาน อ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อเข้าพบชุมชนและหน่วยงานราชการ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ร่วมกันจับมือประสาน ทำงานร่วมกัน สรรสร้าง Ecosystem เพื่อมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการและแม่เมาะให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ เติบโต แข็งแรง ยั่งยืน คู่กับชุมชนไปด้วยกันต่อไป”

แม่เมาะเมืองน่าอยู่ ฟ้าใสไร้หมอกควัน

หมอกควันจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่คู่ชาวแม่เมาะและพื้นที่ภาคเหนือมาหลายปี ด้วยต้นตอหลักจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่ป่าและกิจกรรมอื่นๆที่อาจเป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของปริมาณฝุ่นควัน ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและร่วมกันหาทางบรรเทาและหยุดต้นตอของปัญหามาโดยตลอด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) จึงกำหนดแผนงานมุ่งเป้าลดปัญหาหมอกควันอย่างจริงจังเพื่อคืนฟ้าใสให้ อ.แม่เมาะ

โครงการเซนเซอร์ ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล 44 หมู่บ้าน อ.แม่เมาะ โดยดำเนินการ
ติดตั้งเซนเซอร์และเชื่อมข้อมูลกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อติดตามค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และ PM2.5 รวมถึงอุณหภูมิค่าความชื้น และทิศทางลม โดยในอนาคตจะมีการรายงานผลผ่านบัญชีทางการของไลน์ (Line Official Account)เพื่อแจ้งเตือนแก่ประชาชน ในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตัวให้ สอดคล้องกับสภาพอากาศ ตลอดจนการแสดงผลจำนวนจุดความร้อน(Hot Spot) จากดาวเทียมและรายงานความเสี่ยงที่อาจเกิดการเผาไหม้ตามขนาดพื้นที่ นอกจากนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกแสดงผลผ่านระบบเว็บไซต์ เป็นฐานข้อมูลการบริหารจัดการเมืองสำหรัับผู้นำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเมือง

การจัดตั้ง War Room ป้องกันไฟป่า อ.แม่เมาะ โดยนำระบบฐานข้อมูลด้านคุณภาพอากาศ อาทิ ค่าจุดความร้อน(Hot Spot) ความชื้น อุณหภูมิ มาแสดงผลใน War Roomเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้นำส่วนราชการและนักวิชาการในพื้นที่่ร่วมกันวิเคราะห์หาจุดเสี่ยงภัยต่อการเกิดไฟป่าที่มีความแม่นยำ ก่อนดำเนินการออกลาดตระเวน ตลอดจนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ ซึ่งพิจารณาจากทิศทางลมค่าความชื้นความกดอากาศ เพื่อสามารถกำหนดช่วงเวลาตำแหน่งของการเผาให้เหมาะสมและเกิดมลพิษน้อยที่สุด(ความสมบูรณ์ในการเผา) โดยมีแพลตฟอร์มขออนุญาตเผาสำหรับชุมชนที่ต้องการเผาพื้นที่เกษตรกรรม ภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับช่วงเวลาในการเผา

การดำเนินโครงการ เห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่า สร้างรายได้สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาเห็ดป่า ถ่ายทอดองค์ความรู้กระบวนการเพาะและนำเชื้อเห็ดป่าคืนสู่ป่าชุมชน ตลอดจนความสำคัญของการงดเผาป่าเพื่อเก็บเห็ด เพื่อสร้างระบบนิเวศคืนความสมบูรณ์สู่ป่าชุมชนนำร่องทั้ง 20 แห่งของ อ.แม่เมาะทั้งยังเป็นการรักษาแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้ในระยะยาว

โครงการนำเชื้อเพลิงชีวมวลเผาร่วมกับถ่านหินลิกไนต์(Biomass Co-Firing) เป็นอีกหนึ่งแผนงานสำคัญที่ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 โดยนำร่องรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากชุมชนอย่างเปลือก ตอและซังข้าวโพด มาผลิตเป็นชีวมวลอัดเม็ด ป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าแม่เมาะเผาร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพทั้งยัังช่วยลดการเผาในพื้นที่ ลดมลพิษทางอากาศ และเสริมรายได้ให้ชุมชน
อีกด้วย

โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น ลดการเผาปลูกต้นไม้สร้างความเข้าใจการเพิ่มจำนวนเห็ดป่า

โครงการ เห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นโครงการพัฒนาท้องถิ่นตามแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)ภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เริ่มขึ้นในปี 2565 ดำเนินโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ และประชาชนอำเภอแม่เมาะ บูรณาการองค์ความรู้กับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจาก ศูนย์วิจัยป่าไม้และชุมชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยพัฒนานวัตกรรมเห็ดป่าแม่โจ้สร้างความรู้ความเข้าใจให้ชุมชน เกี่ยวกับการงดเผาป่าเพื่อลดการสะสมของฝุ่น pm2.5 ตลอดจนรักษาระบบนิเวศของป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์เพื่อเป็นแหล่งอาหาร ทั้งนี้ได้มีการอบรมเรียนรู้วิธีขยายพันธุ์เห็ดคืนสู่ป่าเพื่อเป็นอาหารและรายได้ให้ชุมชนสร้างการหมุุนเวียนเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยมีการสาธิิตการขยายพันธุ์เห็ดเติบโตในใต้ต้ นไม้วงศ์ยาง ตระกูลเอคโตไมคอร์ไร ได้แก่ เห็ดระโงก (ระโงกขาว ระโงกเหลืองและระโงกแดง) กลุ่มเห็ดตะไค (เห็ดตะไคขาวเห็ดหล่มกระเขียว) เห็ดหน้าม่อย เห็ดแดงน้ำหมากกลุ่มเห็ดมันปู เห็ดน้ำแป้ง เห็ดตับเต่า และ เห็ดเผาะ(หรือเห็ดถอบ) ให้กับประชาชนและตัวเเทนเครือข่ายป่าชุมชนอำเภอแม่เมาะทั้ง 20 แห่ง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565ที่ผ่านมา ณ ป่าชุมชนบ้านเมาะหลวง (ภูเขาไฟจำป่าแดด)แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อขยายผลนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติในป่าชุมชนพื้นที่่ตนเอง และขยายไปยังชุมชนอื่นๆต่อไป

การขยายพันธุ์ของเห็ดป่า
เสริมเชื้อพันธุ์เห็ดให้กับป่าการขยายพันธ์ของเห็ดป่าจะขยายพันธุ์ในช่วงที่เห็ดมีอายุที่แก่จัดเท่านั้น โดยเห็ดจะปล่อยสปอร์ หรือเมล็ดพันธุ์ที่มีอณูขนาดเล็กซึมลงสู่ดินและรากไม้และสร้างเส้นใยเพื่อเจริญเติบโต หลายพื้นที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องของการเผาป่าเพื่อหาเห็ด ส่วนใหญ่เชื่อว่าหากไม่เผาป่าเห็ดจะไม่ออกเเท้จริงแล้ว การเผาป่าเป็นการทำลายสภาพเเวดล้อมการเจริญ เติบโตของเห็ดอย่างมาก ไฟป่าจะทำลายเชื้อพันธุ์เห็ดให้ตายทำให้เห็ดออกน้อยลงและป่าไม้เสื่อมโทรม นอกจากนี้ยังเป็นการก่อเกิดการสะสมของฝุ่น pm2.5 ที่ทำลายสุขภาพระบบทางเดินหายใจ

เสริมเชื้อพันธุ์เห็ดให้กับป่า
การสร้างแหล่งเก็บเห็ดทำได้ด้วยการปลูกต้นไม้วงศ์ยางเพิ่มในพื้นที่ป่าชุมชนหรือปลูกในไร่สวนและนำเห็ดที่แก่จัด 1 กก. มาขยี้ตำหรือปั่นผสมกับน้ำ 20 ลิตรให้ละเอียด นำน้ำไปรดไม้วงศ์ยางบริเวณรอบรากฝอยทรงพุ่ม โดยขุดรอบลึก 1 หน้าจอบหากเป็นต้นไม้ใหญ่อาจขุดใกล้บริเวณโคนต้นซึ่งจะมีรากต้น(เติมน้ำ 4 ลิตรก่อนใช้) กลบดินและคลุมด้วยฟางหรือใบไม้ดูแลรดน้ำให้ความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ หากเป็นกล้าไม้ให้เจาะรูรอบต้น ก่อนหยอดน้ำหัวเชื้อเห็ด 50 มิลลิลิตร ลงในรูที่เจาะใส่เชื้อเห็ดประมาณ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งใส่ห่างกันนาน 1 เดือนภายใต้เงื่อนไขสภาพแวดล้อมคือ ห้ามใช้สารเคมีในพื้นที่ โดยหลังหยอดเชื้อเห็ดลงไปเห็ดจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ในการขยายพันธุ์จนมีจำนวนมากพอให้เก็บไปเป็นอาหารและขายได้ เป็นการช่วยให้เห็ดป่าขยายพันธุ์ได้มากเสริมสร้างทรัพยากรที่มี อยู่ใ่ห้มี ความสมบูรณ์เพื่อให้คงอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน