แนวทางการจัดการชีวมวลเหลือใช้จากภาคการเกษตร ของชุมชนแม่เมาะเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน และผลการศึกษาการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อรองรับเชื้อเพลิงชีวมวลในอนาคต

ผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควันไฟป่าในงานรวมพลังสังคมไทย แก้ไขปัญหา ไฟป่าหมอกควัน อย่างยั่งยืน โดยนำเสนอแนวทางการจัดการชีวมวลเหลือใช้จากภาคการเกษตร ของชุมชนแม่เมาะเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน และผลการศึกษาการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อรองรับเชื้อเพลิงชีวมวลในอนาคต

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ผลิตไฟฟ้า 2 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ร่วมงานกิจกรรมรวมพลังสังคมไทย แก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน อย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ “ตื่น ฟื้น คืน ชีวิตสัมพันธ์” ภายในงานมีการประชุมสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหา ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ประจำปี 2566 และการเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาวิกฤต หมอกควัน ไฟป่าเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตของประชาชนรวมไปถึงการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัชพืชทางการเกษตร จากชุมชนต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการเศษวัชพืช โดยกฟผ.แม่เมาะ นำกิจกรรมปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ และงานทดลองการนำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ (Biomass..Co-Firing)มาร่วมจัดแสดง โดยมี พล.ท.สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 นายพิชิต สมบัติมาก รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมประชุมและเยี่ยมชมนิทรรศการ

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2

กล่าวถึง “แนวทางการจัดการชีวมวลเหลือใช้ในการเกษตรของชุมชนแม่เมาะเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน และแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้รองรับเชื้อเพลิงชีวมวล ตลอดจนการเข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนของชุมชนว่า ภายหลังจากที่รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มาตรวจเยี่ยมและได้มอบโจทย์ให้โรงไฟฟ้า แม่เมาะช่วยลดปัญหาหมอกควันไฟป่า ทำให้ในปี 2565 โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ทดลองสร้างโรงงานรับซื้อชีวมวลและนำมาอัดเป็นเม็ด (pellet) ทดลองนำไปผสมกับถ่านหินลิกไนต์ในการเผาไหม้ในสัดส่วน 2 %โดยโรงไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอุปกรณ์ในการเผาไหม้ ซึ่งจำนวน 2 % คิดเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่ต้องการต่อปี ที่ 200,000 ตัน หากเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 1 โรงผลิต 300 เมกกะวัตต์ จะใช้เชื้อเพลิงที่ 1.3 ล้านตันต่อปี”

ทั้งหมดเป็นตัวเลขที่ได้จากการคำนวณค่าความร้อนเทียบกับถ่านหินลิกไนต์ หลังจากที่ได้รับนโยบายได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ โดยคณะแรกจะศึกษาในเรื่องศักยภาพของเชื้อเพลิงในภาคเหนือ คณะที่สองศึกษาการปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงที่เป็นชีวมวลได้ 100 % และ คณะที่สามศึกษาเกี่ยวกับใบอนุญาตขั้นตอนต่างๆ รวมไปถึงงบประมาณ และการลงทุน เป็นต้น โดยข้อมูลเหล่านี้จะนำเสนอต่อกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่กำกับดูแล กฟผ.

จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ราคาเชื้อเพลิงชีวมวลมีราคาที่สูงกว่าถ่านหินลิกไนต์ถึง 3 เท่า นั่นหมายความว่าหากมีการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจริงอาจส่งผลกระทบกับค่าไฟฟ้าของประเทศแต่การแลกมาด้วยการลดฝุ่นควันไฟป่า อาจต้องยอมจ่ายเพื่อแลกกับการลดฝุ่นควันไฟป่า โดยขณะนี้ได้เปลี่ยนหัวข้อการศึกษาเป็นการศึกษาการเผาไหม้ชีวมวลร่วมกับถ่านหินลิกไนต์(Co-Firing) โดยจะเพิ่มปริมาณการเผาไหม้เชื้อเพลิงชีวมวลจากเดิมที่ศึกษาไว้ที่ 2% เป็น 15 % หากการศึกษาดังกล่าวได้ผลลัพธ์ที่ดี กฟผ.จะนาข้อมูลเสนอต่อหน่วยงานที่กากับดูแลและหากได้รับความเห็นชอบ กฟผ.พร้อมดำเนินการปรับปรุงโรงไฟฟ้ารวมถึงมีการรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวล

ปัจจุบัน กฟผ.แม่เมาะ มีการรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวลจากชุมชนโดยรอบอำเภอแม่เมาะ 5 ตำบล และมีการส่งเสริมให้แต่ละตำบลมีโรงงานที่สามารถผลิต pellet เพื่อมาส่งให้ กฟผ.แม่เมาะและหากการศึกษาการเผาไหม้ชีวมวล 15 %ได้รับการอนุมัติจะต้องใช้เชื้อเพลิงมากกว่านี้ กฟผ.แม่เมาะอาจมีการขยายการรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวลจากภาคเหนือตอนบน หรือทั่วทั้งภาคเหนือก็เป็นได้

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ คว้า 2 รางวัล ผลงานโครงการมุ่งมั่น ลดก๊าซเรือนกระจก เตรียมก้าวสู่เวทีระดับโลก ปลายปี 66

ผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ คว้า 2 รางวัล จากเวที EGAT Climate Leader Conference 2023 โดยนาเสนอโครงการมุ่งมั่นลดก๊าซเรือนกระจก แก้วิกฤตโลกร้อน โดยทีมชนะเลิศเตรียมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมนำเสนอผลงานในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 28 (COP28) ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปลายปีนี้

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ณ ห้อง Press Conferenceชั้น 3 อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โรงไฟฟ้าแม่เมาะ รับ 2 รางวัล ในงาน EGAT Climate Leader Conference (EGAT CLEC) 2023 ซึ่ง กฟผ. จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพ ในการสร้างโอกาสนำมาพัฒนาเป็นมาตรการใหม่ในการลดก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. ตลอดจนช่วยส่งเสริมให้คนในองค์การตระหนักในเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อนำพาองค์การมุ่งสู่เป้าหมายความ เป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ให้สำเร็จ ปีเดียวกับเป้าหมายของประเทศไทยในปี 2050 โดยโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกที่ผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะเข้าร่วมนำเสนอได้รับรางวัล ดังนี้

1.รางวัลชนะเลิศ จากทีมโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ โดย น.ส.พัชรีพรรณ ดวงมุสิทธิ์ น.ส.เบญจมาศ ขัตติยากุล นายศีลวันต์ โสฬสลิขิต ร่วมกันนาเสนอโครงการ “From Coal to Clean Energy : A City’s Journey Towards a Low Carbon Future” เป็นภารกิจเพื่อมุ่งมั่นลดคาร์บอนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ให้เป็นเมืองพลังงานสะอาด เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกาลังผลิต 38.50 เมกะวัตต์, โครงการ Biomass Co-Firing นำเชื้อเพลิงชีวมวลมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินเพื่อลดปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี 2.รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากทีม ABC โดย น.ส.จิรา พงษ์สุวรรณ น.ส.วรุณกาญจน์ สุริยะ น.ส.นนทนัน วิเชียรสาร ร่วมกันนาเสนอโครงการเกี่ยวกับการนำโปรแกรม Active Boiler Condition Monitor (ABC) ไปใช้ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแม่เมาะ เครื่องที่ 14 (MM-T14) เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ทั้งนี้ งาน EGAT Climate Leader Conference (EGAT CLEC) 2023 มีทีมจาก กฟผ. ทั่วประเทศ 8 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน โดยหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนแก่ทีมชนะเลิศ คณะกรรมการพิจารณาจาก ความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจก, งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในหน่วยบาท, ลักษณะของโครงการและการดำเนินงานที่ชัดเจน, เป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกแนวคิดใหม่, มีผลดีต่อธุรกิจของ กฟผ. สามารถสร้างรายได้เพิ่มและโอกาสต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ได้, สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ กฟผ. ตลอดจนผู้นำเสนอโครงการมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและบุคลิกที่ดีในการนำเสนอ โดยผู้ชนะการประกวด EGAT CLEC 2023 จะได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทน กฟผ. เดินทางไปนำเสนอรายละเอียดโครงการฯ ในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 28 (COP28) ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน -12 ธันวาคม 2566เพื่อร่วมเผยแพร่ความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สำเร็จต่อไป

กฟผ.. แม่เมาะ จัด Mae Moh Foresight มองการณ์ไกล 42 ปี ตั้งเป้าการพัฒนานำพื้นที่ อ. แม่เมาะ ร่วมกับชุมชน

กฟผ. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการศึกษาอนาคต อ.แม่เมาะ ในอีก 42 ปี Mae MohForesight โดยการคาดการณ์อนาคตเชิงยุทธศาสตร์ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตามนโยบายรัฐ และคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน อ.แม่เมาะ อย่างยั่งยืน ภายหลังจาการยุติการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค(APEC Center for Technology Foresight)จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การศึกษาอนาคตโดยการมองการณ์ไกลเพื่อการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะ (Mae Moh Foresight) ร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สาคัญ” โดยมี นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดลำปาง เป็นประธาน นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นาชุมชน จ.ลำปาง และ อ.แม่เมาะ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมเมาะหลวง ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ภายในงานมีการแบ่งกลุ่มเพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยการคาดการณ์อนาคตเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic..Foresight) มองการณ์ไกลในการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะในอีก 42 ปีข้างหน้า หรือใน พ.ศ. 2608 ภายหลังเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จะปิดตัวลงตามอายุการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และ การท่องเที่ยวที่จะหายไป เพื่อวาดภาพอนาคต ที่ต้องการในพื้นที่ อ.แม่เมาะ สำหรับเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ โดยผลจากการระดมความคิดเห็นมีมุมมองว่า เมื่อยุติการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหิน กฟผ.แม่เมาะ ควรเปลี่ยนรูปแบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะก่อให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ด้านพลังงานสะอาดนำไปสู่เมืองแห่งพลังงานสะอาดและสุขภาพดีเพราะอากาศบริสุทธิ์ ไร้มลพิษ รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนระยะยาวด้านสุขภาพของทั้งคนไทยและต่างชาติ ตลอดจนเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและดิจิทัล คนหนุ่มสาวมีงานทำในพื้นที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระดับภูมิภาค ศูนย์การค้าด้านการเกษตรและแหล่งผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์และเป็นเมืองท่องเที่ยวด้านการผจญภัย

ทั้งนี้การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทาภาพอนาคตในการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะหรือMae Moh Foresight ดำเนินการโดย สอวช. เป็นการคาดการณ์อนาคต (Foresight)เป็นกระบวนการเพื่อนำไปสู่การกาหนดประเด็นสาคัญ (Agenda Setting) รวมทั้งการจัดลำดับความสาคัญของสิ่งที่ควรดำเนินการ (Priority Setting) เพื่อนำข้อมูลจากการระดมความเห็นร่วมกันในครั้งนี้ไปเป็นกรอบ (Framework) แนวทางกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์เชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาพื้นที่ อ.แม่เมาะ ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ชุมชน อ.แม่เมาะ มีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนภายหลังจากการยุติการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

กฟผ. จับมือ เซ็นทรัลลำปาง และ บ.คิวบ็อคซ์ พอยท์ ลงนามความร่วมมือสร้างโอกาส ต่อยอด สร้างรายได้ แก่ชุมชน อ.แม่เมาะ

กฟผ. ลงนามความร่วมมือร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจากัด (มหาชน) สร้าง “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” พื้นที่กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจของ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง และบริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์จากัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Farmbook ร่วมมือใน “โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ” เชื่อมโยง ต่อยอด ไปยังตลาดสำคัญอาทิ ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ

เเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง นายชัชวาลย์ ฉายะบุตรผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในงานลงนามความร่วมมือ (MOU)ของ กฟผ. ร่วมกับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ บริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับประกอบธุรกิจเทคโนโลยีทางการเกษตร หรือ Farmbookโดย กฟผ. จะร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในการสร้าง “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” ให้เป็นลานกิจกรรมที่สื่อสารภารกิจการดำเนินงานของ กฟผ. ในการจัดแสดงนิทรรศการและสินค้าชุมชน โครงการโคกหนองนาโมเดล

ตลอดจนส่งเสริมให้เป็นลานกิจกรรมของคนลำปางให้ได้ มาใช้ประโยชน์โดยมีคุณจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ คุณอรชร จันทร์วิวัฒน.SVP–Property..Management บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม มีผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ และ ผู้บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” คาดจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2567 สำหรับ การลงนาม MOUระหว่าง กฟผ. และ บริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์ จำกัด และ หน่วยงานในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ใน “โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ” เป็นการร่วมมือกันต่อยอด เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตไปยังตลาดที่สำคัญ เช่น ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถดำเนินการตรวจสอบสินค้ากลับไปยังแหล่งผลิตได้ สร้างความมั่นใจในคุณภาพความปลอดภัย และพร้อมให้การสนับสนุนต่อไปในอนาคต โดยมีคุณจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.),คุณฐิติพันธ์ บุญมี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์จำกัด, คุณสุภารัตน์ สมดวง นายกสมาคมพัฒนาแม่เมาะ และว่าที่ร้อยตรี ธนพงษ์พันธุ์ เกี๋ยงแก้ว กำนันตำบลบ้านดง ในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชน ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ร่วมลงนาม

นายชัชวาล ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เกิดความร่วมมือของสองโครงการนี้ “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” เป็นโครงการยกระดับการส่งเสริมโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ สู่การเป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ของ จ.ลำปาง เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ให้ชาวลำปางได้มีพื้นที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับจังหวัดของเรา ส่วน “โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ” เป็นโครงการต่อยอดขยายโอกาสให้กับเกษตรกรใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง อันจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ต่อไปได้ในอนาคต”

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ สนับสนุนงบอย่างต่อเนื่อง ดูแลสุนัขจรจัด และทำนุบำรุงวัดเวฬุวนาราม อ.แม่ทะ

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ สนับสนุนงบอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ณ วัดเวฬุวนาราม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ถวายงบงวดที่ 2 สำหรับทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้กับวัดเวฬุวนารามใช้ในการดูแลสุนัขจรจัด จำนวน 200,000 บาท โดยมีพระครูมหาวิชัย อัคเดโช เจ้าอาวาสวัดเวฬุวนาราม เป็นผู้รับถวายซึ่งวัดเวฬุวนารามอนุเคราะห์รับดูแลสุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะและจำเป็นต้องนำสุนัขจรจัดออกนอกเขตพื้นที่ โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้ดำเนินการทำหมันและฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัขจรจัดก่อนส่งมอบให้กับวัด เพื่อจัดระเบียบความปลอดภัย ตลอดจนป้องกันอุบัติเหตุจากสุนัขจรจัดในเขตพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทั้งนี้ งบประมาณสนับสนุนดังกล่าว วัดจะนำไปบริหารจัดการดูแลสุนัขจรจัดให้ทั่วถึง และทำนุบำรุงวัดเวฬุวนารามต่อไป

ผู้ใจบุญที่อยากสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัขจรจัด อาทิ ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าวัคซีนสามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชี ได้ที่ ชื่อบัญชี : วัดเวฬุวนาราม ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 163-1-25882-0 และสแกนคิวอาร์โค้ดหรือสามารถบริจาคปัจจัยต่างๆ ด้วยตนเอง ได้ที่วัดเวฬุวนาราม ถนนสายลำปาง เด่นชัย ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

สแกนบริจำคสมทบทุนช่วยเหลือค่ำใช้จ่ำยดูแลสุนัขจรจัดได้ที่นี่ >>>

กฟผ.แม่เมาะ รวมพลังสามัคคี ร่วมสร้างกิจกรรมดีๆ สู่ชุมชน ถวายเป็นราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ แสดงพลังสามัคคี ร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ สร้างประโยชน์ต่อชุมชน อ.แม่เมาะ อย่างถาวร เพื่อเฉลิมพระเกียรติและ ถวายเป็นพระราชกุศล แสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดจนสร้างความรักความสามัคคี สัมพันธภาพที่ดีระหว่าง กฟผ.แม่เมาะและชุมชนตลอดจนทุกภาคส่วน ใน อ.แม่เมาะ ดังนี้

1.ช่วงเช้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป และช่วงค่าร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติ ณ หอประชุมจาป่าแดด ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ

2.สนับสนุนน้ำดื่มพร้อมร่วมกับชุมชมทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาทิ กวาดพื้นถนน เก็บขยะ ตัดแต่งกิ่งไม้ริมถนน และปลูกต้นไม้ ณ บ้านหาดประชาสามัคคี ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ

3.ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชนในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชนน่าอยู่หมู่บ้านสะอาด ภายใต้แผนส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตราษฎรอาเภอแม่เมาะ บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 1 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ขยายผลต่อเนื่อง “เห็ดป่าคืนถิ่นฯ” สร้างแหล่งอาหารและรายได้สู่ชุมชนบ้านสบเมาะ

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จัดอบรมขยายผลต่อเนื่องสร้างชุมชน “เห็ดป่าคืนถิ่น” ช่วยรักษาสมดุลป่า พร้อมสร้างรายได้เสริมสู่ชุมชน อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ โดย หมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับหมวดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หน่วยชุมชนสัมพันธ์ พร้อมผู้ปฏิบัติงานในสังกัด จัดอบรมเชิงลึก “โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” แก่ชุมชนบ้านสบเมาะ ต.สบป้าด จานวน 50 คน โดยมี นางธัญพร เมืองนพเก้า ปลัดอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานเปิดการอบรม และนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะ เมืองน่าอยู่กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นางรุ่งทิวา วงค์แสน วิทยากรจากศูนย์ศึกษาและพัฒนา ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงร่วมให้ความรู้หลักการเพาะเห็ดและสาธิตขั้นตอนการทำหัวเชื้อเห็ดป่าพร้อมนาชุมชนปฏิบัติจริง ณ อาคารเอนกประสงค์วัดสบเมาะ บ้านสบเมาะ หมู่ 4 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ทั้งนี้โครงการเห็ดป่าคืนถิ่นฯ ดำเนินการขยายผลต่อเนื่องจากความสำเร็จระหว่าง กฟผ. ร่วมกับ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทีมวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเห็ดป่าแม่โจ้จัดอบรมและนำร่องนำเชื้อเห็ดป่า คืนสู่ถิ่นได้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 ในป่าชุมชน อ.แม่เมาะ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ ป่าชุมชนบ้านสวนป่าแม่จาง ต.สบป้าด และป่าชุมชนพื้นที่หมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงบูรณาการความรู้จากการอบรมดังกล่าวขยายผลสู่หมู่บ้านสบเมาะ ต.สบป้าด เป็นแห่งแรก และ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2566 ที่ป่าห้วยคิงตอนบน ต.แม่เมาะ และในเดือนกันยายน 2566 ที่บ้านทุ่งเลางาม ต.นาสัก และบ้านจางเหนือพัฒนา ต.จางเหนือ โดยผู้เข้าร่วมอบรม จะได้รับองค์ความรู้ ต้นยางนาที่มีเชื้อเห็ดบริเวณราก และหัวเชื้อเห็ดไปต่อยอดและปฏิบัติจริงในพื้นที่ป่าชุมชนและพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้จากการเพาะเชื้อเห็ด ตลอดจอนุรักษ์และพัฒนาป่าชุมชนให้มีเห็ดหลากหลาย ลดการเผาป่าเพื่อหาเห็ด ก่อให้เกิดความสมดุล ด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของป่า

กฟผ.สนับสนุนปรับปรุงศาลาธรรมสังเวชชุมชน สถานที่สร้างกุศลให้ผู้วายชนม์ที่ล่วงลับ

ศาลาธรรมสังเวช เป็นศาลาที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ใช้จัดงานศพให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ มีทั้งอาคารสำหรับตั้งบำเพ็ญกุศลศพและอาคารโครงสร้างสูงรองรับการทำพิธีในช่วงที่หีบศพถูกบรรจุในปราสาทศพแล้ว ซึ่งปราสาทบรรจุศพเป็นปราสาทโครงสร้างไม้มีความสูงหลายเมตรใช้ประกอบในพิธีส่งศพก่อนประชุมเพลิง จึงจำเป็นต้องมีศาลาดังกล่าวไว้กันแดดกันฝน ในระหว่างทำพิธีเพื่อให้ญาติประกอบพิธีได้อย่างราบรื่นตามความเชื่อท้องถิ่นเมื่อมีการจัดงานอวมงคล จะมีการตั้งสวด บำเพ็ญกุศลศพก่อนจากนั้นจึงนำหีบศพเข้าบรรจุในปราสาทแล้วทำบุญอุทิศให้ผู้ตายด้วยกุศโลบายการให้เกียรติยกย่อง ส่งดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตให้ไปสถิตอยู่บนวิมานสวรรค์ ศาลาธรรมสังเวชจึงเป็นสถานที่สาธารณประโยชน์ที่ชุมชนให้ความสำคัญในการดูแลสถานที่ให้มีความพร้อมใช้งาน

โดยปี 2566 ชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่เมาะ มีแผนปรับปรุงหลังคาศาลาธรรมสังเวชที่ชำรุดจากการเสื่อมสภาพของอาคาร ซึ่งบูรณาการกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ผ่านแผนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร อำเภอแม่เมาะ ประจำปี 2566 ได้แก่

1.โครงการซ่อมแซมหลังคาคลุมปราสาทศาลาธรรมสังเวชบ้านใหม่มงคล งบประมาณ 54,000 บาท
2.โครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารศาลาธรรมสังเวช 2 ของวัดนาแขม บ้านนาแขมพัฒนา งบประมาณ 220,000 บาท

รวมงบประมาณ 274,000 บาท สาหรับสนับสนุนงานซ่อมแซมหลังคาศาลาธรรมสังเวชที่ชำรุดให้มีความมั่นคงแข็งแรง ป้องกันโครงหลังคาทรุดรวมถึงแก้ไขปัญหาฝนรั่วซึม เป็นโครงการที่ร่วมกันดูแลรักษาสถานที่สาธารณะประโยชน์ภายในชุมชน ให้ประชาชนมีความสะดวกและปลอดภัยในการดำเนินกิจกรรมตามวัฒนธรรมท้องถิ่น

นักวิ่งเตรียมพร้อม “30 ปี แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน” ปีนี้ชวนสัมผัสเส้นทางสายกรีน อินไปกับการท่องเที่ยวลำปาง

แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ปีที่ 30 “Ready to Zero Carbon ” งานสายกรีนบนพื้นที่สีเขียว พร้อมรับนักวิ่งจากทั่วประเทศ สมัครด่วนภายในเดือนสิงหาคม สัมผัส ประสบการณ์ Low Carbon วันวิ่งจริง 15 ตุลาคม 2566 นี้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 จังหวัดลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ และหอการค้าจังหวัดลำปาง จัดแถลงข่าวความพร้อมในการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี งานวิ่งยิ่งใหญ่ ของจังหวัดลำปาง ดำเนินการต่อเนื่อง มาถึงครั้งที่ 30 ในปีนี้ ด้วยแนวคิด Ready to Zero Carbon เตรียมความพร้อมของ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่่ำ ตลอดจนรณรงค์ให้นักวิ่งและประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ลดการสร้างคาร์บอนซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก โดยมี นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง มาปฏิบัติการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะประธาน คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน พร้อมด้วย นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ กฟผ. นายกิติพันธ์ นวลจันทร์ฉาย ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดลำปาง และ นายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร นายกสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย ร่วมแถลงข่าว ณ ลานรถม้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลำปาง

นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

กล่าวว่า “การแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ได้รับความนิยมจากนักวิ่ง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นงานวิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำปางและภาคเหนือ ในปีนี้นับเป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่30 ที่ผ่านมาได้จัดงานอย่างสมพระเกียรติและยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ขณะนี้คณะทำงานจัดงานฯ ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อยกระดับการแข่งขันแม่เมาะ ฮาล์ฟมาราธอนสู่ระดับโลก ในขณะที่ยังคงความเป็นงานที่ทรงเกียรติและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด นอกจากนี้จังหวัดลำปางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และเส้นทางวิ่งที่สวยงาม นักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานจะได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กันอีกด้วย”

นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ

“เผยว่าการแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 นี้ ได้เปิด รับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีการแข่งขัน 3 ประเภท ประกอบด้วย ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และไมโครมาราธอน 5 กิโลเมตร ทั้งสามเส้นทาง เป็นการวิ่งชมทัศนียภาพรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เหมืองแม่เมาะ ตลอดจนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งอ่างห้วยเป็ดและ อ่างเก็บน้ำแม่ขามซึ่งเป็นวิวที่มีความงดงามเข้ากับบรรยากาศ ในฤดูหนาว ภายในงานยังมีรถบริการรับ-ส่ง นักวิ่งด้วยรถมินิบัสไฟฟ้า EV ทั้งหมดเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ตามแนวคิด Ready to Zero Carbon”

นายพีระรักษ์ พิชญกุล รองประธานกรรมการหอการค้า จังหวัดลำปาง

กล่าวว่า “การจัดงานแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนทุกปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดลำปางเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านค้า ในชุมชน ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการ จัดงาน จากการประเมินผลลัพธ์ของงานแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน งานลำปางมาราธอน และงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ โดยศูนย์เศรษฐมิติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คิดเป็นผลรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดงาน จากเงินลงทุนและการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้กว่า 191 ล้านบาท หรือประมาณ 13 เท่าของเงินลงทุน ซึ่งเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมาก และเราหวังว่านักวิ่งเหล่านี้ จะกลับมาเที่ยวที่ลำปางซ้ำอีกในอนาคตอย่างแน่นอน”

นายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร นายกสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย

สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยในการแข่งขันวิ่งแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 กล่าวว่า “จากความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการจัดงานแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนไปสู่ระดับสากลภายใต้ข้อกาหนดตามมาตรฐานของสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักวิ่ง โดยใช้เส้นทางวิ่ง กติกา และการบริการด้านต่างๆ ตลอดจนการดูแลทางการแพทย์ที่เพียงพอกับจำนวน ของนักวิ่ง โดยมีการจัดตั้งผู้อำนวยการทางการแพทย์ซึ่งผ่านการอบรมตามมาตรฐานระดับโลก”

ทั้งนี้ คณะทำงานทุกฝ่ายร่วมมือเตรียมความพร้อมกันอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักวิ่งและรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ในการจัดการแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟ ครั้งที่ 30 ที่จะเกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม 2566 จะนาไปสนับสนุนสาธารณประโยชน์แก่สังคมต่างๆ ในจังหวัดลำปางต่อไป

สแกนสมัครแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ได้ที่นี่ >>>

กฟผ.แม่เมาะ จัดโครงการบรรยาย กฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนการขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า โดยกองการอนุญาต กรมป่าไม้ ให้กับส่วนราชการท้องถิ่น อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับ หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอแม่เมาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอแม่เมาะ สถานีตำรวจภูธรแม่เมาะ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง อำเภอแม่เมาะ เขต 2 ผู้นาชุมชน และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ในการเข้ารับฟังบรรยายหัวข้อ กฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนการขออนุญาต ทำประโยชน์ในเขตป่า โดยมี นายประยุทธ เสี้ยวยิ้ม ผู้อำนวยการ ส่วนอนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ กองการอนุญาต กรมป่าไม้ และนางสาวรตยา จุมปาทอง นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ กองการอนุญาต กรมป่าไม้ เป็นวิทยากรให้ความรู้ ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรม ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้านกฎหมาย ระเบียบ ขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ ให้กับหน่วยงานราชการท้องถิ่นและผู้นำชุมชนพื้นที่ อ.แม่เมาะ ในการขออนุญาตทำประโยชน์พื้นที่เขตป่าเพื่อพัฒนาโครงการด้านสาธารณูปโภคของชุมชน โดยมี นายธีระพล บุญตัน ปลัดอาวุโสอาเภอแม่เมาะ เป็นประธาน ณ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กฟผ. แม่เมาะ ตระหนักถึงความสาคัญในการดำเนินการโครงการต่างๆของชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ที่มีข้อจำกัดในสิทธิการใช้พื้นที่เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่สงวนสิทธิไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ จึงไม่สามารถนำงบประมาณ ที่ได้รับจาก กฟผ.แม่เมาะ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า หรือส่วนราชการ ไปพัฒนาโครงการต่างๆได้โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค ซึ่งการบรรยายให้ความรู้ ดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานหลายภาคส่วนต้องร่วมหารือและสร้างความเข้าใจในกฎหมายร่วมกันรวมถึงนำความรู้ที่ได้รับไปขับเคลื่อนแผนงานในการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกันเพื่อผลักดันการดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนชาวแม่เมาะ ผ่านกิจกรรมรับฟังการบรรยายครั้งนี้