กอ.รมน.ภาค 3 หารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่25 กันยายน 2566 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ .ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะให้การต้อนรับ พล.ท.วีรวัฒน์ วิวัตน์วานิช ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมคณะในโอกาสเข้าประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ ตื่น ฟื้น คืน ชีวิต สัมพันธ์ โดย โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ได้นำเสนอการขับเคลื่อนเพื่อให้อำเภอแม่เมาะเป็นเมืองแห่งพลังงานสีเขียว (Mae Moh Green Area) และ โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลผสมลิกไนต์ (Biomass Co-Firing) ซึ่งการหารือดังกล่าว กอ.รมนภาค 3 ได้นำเสนอรายงานผลการดำเนินโครงการฯ ระหว่างเดือน ตุลาคม 2564 กันยายน 2566 โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้ร่วมในกิจกรรมรับซื้อเชื้อเพลิงอัดแท่งจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อนำมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะเพิ่มสัดส่วน โดยในอนาคตหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โครงการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เป็นสาเหตุของการเผาและจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ได้อีกด้วย โครงการ ตื่น ฟื้น คืน ชีวิต สัมพันธ์ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีการดำเนินกิจกรรม สร้างป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง เพิ่มรายได้ โดยได้ขยายผลให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร

กฟผ.แม่เมาะ ลงนามความร่วมมือกับ วิทยาลัยเทคนิคลำปาง เดินหน้าต่อเนื่องเสริมสร้างศักยภาพ นักศึกษาอาชีวศึกษา จ.ลำปาง ด้านยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร รองรับการเติบโตตลาดแรงงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 นายธีระพล บุญตัน ปลัดอาวุโส อำเภอแม่เมาะ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU โครงการส่งเสริมทักษะความรู้ด้านการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนากำลังคนสายอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี นายอรรถพล อิ่มหนำ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษา โรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.แม่เมาะ และ นายณัฐนนท์ ภู่อริยพงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลำปาง จ.ลำปาง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมด้วย พลังงานจังหวัดลำปาง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง บริษัท ดับเบิลยูพีอีวี จำกัด ตลอดจนผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ กฟผ.แม่เมาะ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กล่าวถึงการลงนาม MOU ว่าดำเนินการพัฒนาขยายผลต่อเนื่องจากโครงการส่งเสริมการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion Project) หนึ่งในแผนงานด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) กฟผ.แม่เมาะ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ 22 สิงหาคม 2565 เพื่อสร้างบุคลากรและนักศึกษาสายอาชีวศึกษาใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ให้มีทักษะดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สู่ตลาดแรงงานอุตสาหกรรมรถ EV ที่ มีแนวโน้มเติบโตและเป็นที่นิยมมากขึ้นเนื่องมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และนโยบายส่งเสริม EV จากภาครัฐ ตลอดจนพัฒนาพลังงานสะอาดใน อ.แม่เมาะ เพื่อมุ่งสู่เขตสาธิตคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality) ตามนโยบายของรัฐ โดย กฟผ.แม่เมาะ จัดตั้งศูนย์อบรมดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าที่วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ เป็นแห่งแรกใน จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 พร้อมสนับสนุนรถยนต์ รถตู้และ มอเตอร์ไซค์ ใช้แล้วแต่สภาพดีนำมาใช้ในการเรียนการสอนร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง จ.ลำปาง และ จ.ลำพูน จนนักศึกษามีทักษะเชี่ยวชาญและดัดแปลงรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้าได้ สำเร็จและนำมาใช้งานได้จริงจึงขยายผลสร้างบุคลากรอาชีวศึกษาสู่วิทยาลัยเทคนิคลำปาง สำหรับความร่วมมือจากทาง กฟผ.แม่เมาะ

นายอรรถพล อิ่มหนำ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กฟผ แม่เมาะ เปิดเผยว่า กฟผ.แม่เมาะได้สนับสนุนรถกระบะ ใช้แล้วแต่สภาพดีมาใช้ในการเรียนการสอนที่วิทยาลัยเทคนิคลำปางจำนวน 1 คัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 รวมถึงงบสำหรับจัดซื้อครุภัณฑ์จำเป็นต่างๆ ในการเรียนการสอน เช่น ชุดดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ชุดใส่ฝึกเรียนรู้อุปกรณ์ทำสีรถ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ การดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนำยานยนต์ที่ดัดแปลงแล้วไปตรวจสอบมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าด้วยเครื่องวัดประสิทธิภาพ Chassis Dynamometer) ตลอดจนการจดทะเบียนอย่างถูกต้องที่สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปาง ถือเป็นการเรียนรู้ครบทุกกระบวนการในการส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะในการดัดแปลงยานยนต์ ไฟฟ้า

ด้าน นายณัฐนนท์ ภู่อริยพงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลำปาง จ.ลำปาง กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคลำปาง ได้ดำเนินตามนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัว โดยในปี 2566 ได้เป็นสถาบันอาชีวศึกษานำร่อง 1 ใน 51 สถานศึกษาที่เปิดสอนสาขาวิชายานยนต์ไฟฟ้า ระดับ ปวช . รับนักศึกษาจำนวน 20 คน และ สาขาวิชาเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า ระดับ ปวส. จำนวน 20 คน และเริ่มจัดให้มีการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เป็นต้นไป การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ กฟผ.แม่เมาะ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มศักยภาพพัฒนาบุคลากรสายงานอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศอีกด้วย

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ขยายผลต่อเนื่อง “เห็ดป่าคืนถิ่นฯ” รักษาสมดุลป่า สร้างแหล่งอาหารและรายได้สู่ 2 ชุมชน ต.นาสัก

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านสบจาง ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ แม่เมาะ เป็นประธานเปิดอบรมเชิงลึกโครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ” แก่ชุมชนบ้านทุ่งเลางามและบ้านสบจาง ต.นาสัก จำนวน 106 คน โดยมี นางรุ่งทิวา วงค์แสน วิทยากรจากศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถ่ายทอดองค์ความรู้หลักการเพาะเห็ดและสาธิตขั้นตอนการทำหัวเชื้อเห็ดป่า พร้อมนำผู้เข้าอบรมลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ทั้งนี้การอบรมเชิงลึก โครงการเห็ดป่าคืนถิ่นฯ ดำเนินการต่อยอดขยายผลต่อเนื่อง โดยผู้เข้าอบรมจะนำองค์ความรู้ และต้นยาง นำที่มีเชื้อเห็ดบริเวณรากพร้อมหัวเชื้อเห็ดที่ได้รับไปต่อยอดและปฏิบัติจริงในพื้นที่ป่าชุมชนแล และพื้นที่ของตนเองเพื่อชุมชนสามารถต่อยอดเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้จากการเพาะเชื้อเห็ด ตลอดจนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชุมชนให้มีเห็ดหลากหลาย ลดการเผาป่าเพื่อหาเห็ดก่อให้เกิดความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของป่า

แนวทางการจัดการชีวมวลเหลือใช้จากภาคการเกษตร ของชุมชนแม่เมาะเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน และผลการศึกษาการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อรองรับเชื้อเพลิงชีวมวลในอนาคต

ผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตหมอกควันไฟป่าในงานรวมพลังสังคมไทย แก้ไขปัญหา ไฟป่าหมอกควัน อย่างยั่งยืน โดยนำเสนอแนวทางการจัดการชีวมวลเหลือใช้จากภาคการเกษตร ของชุมชนแม่เมาะเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน และผลการศึกษาการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อรองรับเชื้อเพลิงชีวมวลในอนาคต

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ผลิตไฟฟ้า 2 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ร่วมงานกิจกรรมรวมพลังสังคมไทย แก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน อย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ “ตื่น ฟื้น คืน ชีวิตสัมพันธ์” ภายในงานมีการประชุมสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหา ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ประจำปี 2566 และการเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาวิกฤต หมอกควัน ไฟป่าเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตของประชาชนรวมไปถึงการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัชพืชทางการเกษตร จากชุมชนต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการเศษวัชพืช โดยกฟผ.แม่เมาะ นำกิจกรรมปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ และงานทดลองการนำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ (Biomass..Co-Firing)มาร่วมจัดแสดง โดยมี พล.ท.สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 นายพิชิต สมบัติมาก รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมประชุมและเยี่ยมชมนิทรรศการ

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2

กล่าวถึง “แนวทางการจัดการชีวมวลเหลือใช้ในการเกษตรของชุมชนแม่เมาะเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน และแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้รองรับเชื้อเพลิงชีวมวล ตลอดจนการเข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนของชุมชนว่า ภายหลังจากที่รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มาตรวจเยี่ยมและได้มอบโจทย์ให้โรงไฟฟ้า แม่เมาะช่วยลดปัญหาหมอกควันไฟป่า ทำให้ในปี 2565 โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ทดลองสร้างโรงงานรับซื้อชีวมวลและนำมาอัดเป็นเม็ด (pellet) ทดลองนำไปผสมกับถ่านหินลิกไนต์ในการเผาไหม้ในสัดส่วน 2 %โดยโรงไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอุปกรณ์ในการเผาไหม้ ซึ่งจำนวน 2 % คิดเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่ต้องการต่อปี ที่ 200,000 ตัน หากเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 1 โรงผลิต 300 เมกกะวัตต์ จะใช้เชื้อเพลิงที่ 1.3 ล้านตันต่อปี”

ทั้งหมดเป็นตัวเลขที่ได้จากการคำนวณค่าความร้อนเทียบกับถ่านหินลิกไนต์ หลังจากที่ได้รับนโยบายได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ โดยคณะแรกจะศึกษาในเรื่องศักยภาพของเชื้อเพลิงในภาคเหนือ คณะที่สองศึกษาการปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงที่เป็นชีวมวลได้ 100 % และ คณะที่สามศึกษาเกี่ยวกับใบอนุญาตขั้นตอนต่างๆ รวมไปถึงงบประมาณ และการลงทุน เป็นต้น โดยข้อมูลเหล่านี้จะนำเสนอต่อกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่กำกับดูแล กฟผ.

จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ราคาเชื้อเพลิงชีวมวลมีราคาที่สูงกว่าถ่านหินลิกไนต์ถึง 3 เท่า นั่นหมายความว่าหากมีการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจริงอาจส่งผลกระทบกับค่าไฟฟ้าของประเทศแต่การแลกมาด้วยการลดฝุ่นควันไฟป่า อาจต้องยอมจ่ายเพื่อแลกกับการลดฝุ่นควันไฟป่า โดยขณะนี้ได้เปลี่ยนหัวข้อการศึกษาเป็นการศึกษาการเผาไหม้ชีวมวลร่วมกับถ่านหินลิกไนต์(Co-Firing) โดยจะเพิ่มปริมาณการเผาไหม้เชื้อเพลิงชีวมวลจากเดิมที่ศึกษาไว้ที่ 2% เป็น 15 % หากการศึกษาดังกล่าวได้ผลลัพธ์ที่ดี กฟผ.จะนาข้อมูลเสนอต่อหน่วยงานที่กากับดูแลและหากได้รับความเห็นชอบ กฟผ.พร้อมดำเนินการปรับปรุงโรงไฟฟ้ารวมถึงมีการรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวล

ปัจจุบัน กฟผ.แม่เมาะ มีการรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวลจากชุมชนโดยรอบอำเภอแม่เมาะ 5 ตำบล และมีการส่งเสริมให้แต่ละตำบลมีโรงงานที่สามารถผลิต pellet เพื่อมาส่งให้ กฟผ.แม่เมาะและหากการศึกษาการเผาไหม้ชีวมวล 15 %ได้รับการอนุมัติจะต้องใช้เชื้อเพลิงมากกว่านี้ กฟผ.แม่เมาะอาจมีการขยายการรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวลจากภาคเหนือตอนบน หรือทั่วทั้งภาคเหนือก็เป็นได้

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ คว้า 2 รางวัล ผลงานโครงการมุ่งมั่น ลดก๊าซเรือนกระจก เตรียมก้าวสู่เวทีระดับโลก ปลายปี 66

ผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ คว้า 2 รางวัล จากเวที EGAT Climate Leader Conference 2023 โดยนาเสนอโครงการมุ่งมั่นลดก๊าซเรือนกระจก แก้วิกฤตโลกร้อน โดยทีมชนะเลิศเตรียมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมนำเสนอผลงานในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 28 (COP28) ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปลายปีนี้

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ณ ห้อง Press Conferenceชั้น 3 อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โรงไฟฟ้าแม่เมาะ รับ 2 รางวัล ในงาน EGAT Climate Leader Conference (EGAT CLEC) 2023 ซึ่ง กฟผ. จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพ ในการสร้างโอกาสนำมาพัฒนาเป็นมาตรการใหม่ในการลดก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. ตลอดจนช่วยส่งเสริมให้คนในองค์การตระหนักในเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อนำพาองค์การมุ่งสู่เป้าหมายความ เป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ให้สำเร็จ ปีเดียวกับเป้าหมายของประเทศไทยในปี 2050 โดยโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกที่ผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะเข้าร่วมนำเสนอได้รับรางวัล ดังนี้

1.รางวัลชนะเลิศ จากทีมโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ โดย น.ส.พัชรีพรรณ ดวงมุสิทธิ์ น.ส.เบญจมาศ ขัตติยากุล นายศีลวันต์ โสฬสลิขิต ร่วมกันนาเสนอโครงการ “From Coal to Clean Energy : A City’s Journey Towards a Low Carbon Future” เป็นภารกิจเพื่อมุ่งมั่นลดคาร์บอนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ให้เป็นเมืองพลังงานสะอาด เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกาลังผลิต 38.50 เมกะวัตต์, โครงการ Biomass Co-Firing นำเชื้อเพลิงชีวมวลมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินเพื่อลดปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี 2.รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากทีม ABC โดย น.ส.จิรา พงษ์สุวรรณ น.ส.วรุณกาญจน์ สุริยะ น.ส.นนทนัน วิเชียรสาร ร่วมกันนาเสนอโครงการเกี่ยวกับการนำโปรแกรม Active Boiler Condition Monitor (ABC) ไปใช้ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแม่เมาะ เครื่องที่ 14 (MM-T14) เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ทั้งนี้ งาน EGAT Climate Leader Conference (EGAT CLEC) 2023 มีทีมจาก กฟผ. ทั่วประเทศ 8 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน โดยหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนแก่ทีมชนะเลิศ คณะกรรมการพิจารณาจาก ความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจก, งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในหน่วยบาท, ลักษณะของโครงการและการดำเนินงานที่ชัดเจน, เป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกแนวคิดใหม่, มีผลดีต่อธุรกิจของ กฟผ. สามารถสร้างรายได้เพิ่มและโอกาสต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ได้, สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ กฟผ. ตลอดจนผู้นำเสนอโครงการมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและบุคลิกที่ดีในการนำเสนอ โดยผู้ชนะการประกวด EGAT CLEC 2023 จะได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทน กฟผ. เดินทางไปนำเสนอรายละเอียดโครงการฯ ในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 28 (COP28) ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน -12 ธันวาคม 2566เพื่อร่วมเผยแพร่ความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สำเร็จต่อไป

กฟผ.. แม่เมาะ จัด Mae Moh Foresight มองการณ์ไกล 42 ปี ตั้งเป้าการพัฒนานำพื้นที่ อ. แม่เมาะ ร่วมกับชุมชน

กฟผ. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการศึกษาอนาคต อ.แม่เมาะ ในอีก 42 ปี Mae MohForesight โดยการคาดการณ์อนาคตเชิงยุทธศาสตร์ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตามนโยบายรัฐ และคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน อ.แม่เมาะ อย่างยั่งยืน ภายหลังจาการยุติการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค(APEC Center for Technology Foresight)จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การศึกษาอนาคตโดยการมองการณ์ไกลเพื่อการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะ (Mae Moh Foresight) ร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สาคัญ” โดยมี นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดลำปาง เป็นประธาน นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นาชุมชน จ.ลำปาง และ อ.แม่เมาะ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมเมาะหลวง ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ภายในงานมีการแบ่งกลุ่มเพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยการคาดการณ์อนาคตเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic..Foresight) มองการณ์ไกลในการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะในอีก 42 ปีข้างหน้า หรือใน พ.ศ. 2608 ภายหลังเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จะปิดตัวลงตามอายุการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และ การท่องเที่ยวที่จะหายไป เพื่อวาดภาพอนาคต ที่ต้องการในพื้นที่ อ.แม่เมาะ สำหรับเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ โดยผลจากการระดมความคิดเห็นมีมุมมองว่า เมื่อยุติการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหิน กฟผ.แม่เมาะ ควรเปลี่ยนรูปแบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะก่อให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ด้านพลังงานสะอาดนำไปสู่เมืองแห่งพลังงานสะอาดและสุขภาพดีเพราะอากาศบริสุทธิ์ ไร้มลพิษ รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนระยะยาวด้านสุขภาพของทั้งคนไทยและต่างชาติ ตลอดจนเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและดิจิทัล คนหนุ่มสาวมีงานทำในพื้นที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระดับภูมิภาค ศูนย์การค้าด้านการเกษตรและแหล่งผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์และเป็นเมืองท่องเที่ยวด้านการผจญภัย

ทั้งนี้การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทาภาพอนาคตในการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะหรือMae Moh Foresight ดำเนินการโดย สอวช. เป็นการคาดการณ์อนาคต (Foresight)เป็นกระบวนการเพื่อนำไปสู่การกาหนดประเด็นสาคัญ (Agenda Setting) รวมทั้งการจัดลำดับความสาคัญของสิ่งที่ควรดำเนินการ (Priority Setting) เพื่อนำข้อมูลจากการระดมความเห็นร่วมกันในครั้งนี้ไปเป็นกรอบ (Framework) แนวทางกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์เชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาพื้นที่ อ.แม่เมาะ ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ชุมชน อ.แม่เมาะ มีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนภายหลังจากการยุติการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

กฟผ. จับมือ เซ็นทรัลลำปาง และ บ.คิวบ็อคซ์ พอยท์ ลงนามความร่วมมือสร้างโอกาส ต่อยอด สร้างรายได้ แก่ชุมชน อ.แม่เมาะ

กฟผ. ลงนามความร่วมมือร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจากัด (มหาชน) สร้าง “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” พื้นที่กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจของ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง และบริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์จากัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Farmbook ร่วมมือใน “โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ” เชื่อมโยง ต่อยอด ไปยังตลาดสำคัญอาทิ ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ

เเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง นายชัชวาลย์ ฉายะบุตรผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในงานลงนามความร่วมมือ (MOU)ของ กฟผ. ร่วมกับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ บริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับประกอบธุรกิจเทคโนโลยีทางการเกษตร หรือ Farmbookโดย กฟผ. จะร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในการสร้าง “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” ให้เป็นลานกิจกรรมที่สื่อสารภารกิจการดำเนินงานของ กฟผ. ในการจัดแสดงนิทรรศการและสินค้าชุมชน โครงการโคกหนองนาโมเดล

ตลอดจนส่งเสริมให้เป็นลานกิจกรรมของคนลำปางให้ได้ มาใช้ประโยชน์โดยมีคุณจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ คุณอรชร จันทร์วิวัฒน.SVP–Property..Management บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม มีผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ และ ผู้บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” คาดจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2567 สำหรับ การลงนาม MOUระหว่าง กฟผ. และ บริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์ จำกัด และ หน่วยงานในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ใน “โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ” เป็นการร่วมมือกันต่อยอด เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตไปยังตลาดที่สำคัญ เช่น ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถดำเนินการตรวจสอบสินค้ากลับไปยังแหล่งผลิตได้ สร้างความมั่นใจในคุณภาพความปลอดภัย และพร้อมให้การสนับสนุนต่อไปในอนาคต โดยมีคุณจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.),คุณฐิติพันธ์ บุญมี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทคิวบ็อคซ์พอยท์จำกัด, คุณสุภารัตน์ สมดวง นายกสมาคมพัฒนาแม่เมาะ และว่าที่ร้อยตรี ธนพงษ์พันธุ์ เกี๋ยงแก้ว กำนันตำบลบ้านดง ในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชน ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ร่วมลงนาม

นายชัชวาล ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เกิดความร่วมมือของสองโครงการนี้ “ลานแม่เมาะเมืองน่าอยู่” เป็นโครงการยกระดับการส่งเสริมโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ สู่การเป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ของ จ.ลำปาง เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ให้ชาวลำปางได้มีพื้นที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับจังหวัดของเรา ส่วน “โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ” เป็นโครงการต่อยอดขยายโอกาสให้กับเกษตรกรใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง อันจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ต่อไปได้ในอนาคต”

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ สนับสนุนงบอย่างต่อเนื่อง ดูแลสุนัขจรจัด และทำนุบำรุงวัดเวฬุวนาราม อ.แม่ทะ

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ สนับสนุนงบอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ณ วัดเวฬุวนาราม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ถวายงบงวดที่ 2 สำหรับทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้กับวัดเวฬุวนารามใช้ในการดูแลสุนัขจรจัด จำนวน 200,000 บาท โดยมีพระครูมหาวิชัย อัคเดโช เจ้าอาวาสวัดเวฬุวนาราม เป็นผู้รับถวายซึ่งวัดเวฬุวนารามอนุเคราะห์รับดูแลสุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะและจำเป็นต้องนำสุนัขจรจัดออกนอกเขตพื้นที่ โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้ดำเนินการทำหมันและฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัขจรจัดก่อนส่งมอบให้กับวัด เพื่อจัดระเบียบความปลอดภัย ตลอดจนป้องกันอุบัติเหตุจากสุนัขจรจัดในเขตพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทั้งนี้ งบประมาณสนับสนุนดังกล่าว วัดจะนำไปบริหารจัดการดูแลสุนัขจรจัดให้ทั่วถึง และทำนุบำรุงวัดเวฬุวนารามต่อไป

ผู้ใจบุญที่อยากสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัขจรจัด อาทิ ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าวัคซีนสามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชี ได้ที่ ชื่อบัญชี : วัดเวฬุวนาราม ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 163-1-25882-0 และสแกนคิวอาร์โค้ดหรือสามารถบริจาคปัจจัยต่างๆ ด้วยตนเอง ได้ที่วัดเวฬุวนาราม ถนนสายลำปาง เด่นชัย ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

สแกนบริจำคสมทบทุนช่วยเหลือค่ำใช้จ่ำยดูแลสุนัขจรจัดได้ที่นี่ >>>

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ขยายผลต่อเนื่อง “เห็ดป่าคืนถิ่นฯ” สร้างแหล่งอาหารและรายได้สู่ชุมชนบ้านสบเมาะ

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จัดอบรมขยายผลต่อเนื่องสร้างชุมชน “เห็ดป่าคืนถิ่น” ช่วยรักษาสมดุลป่า พร้อมสร้างรายได้เสริมสู่ชุมชน อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ โดย หมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับหมวดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หน่วยชุมชนสัมพันธ์ พร้อมผู้ปฏิบัติงานในสังกัด จัดอบรมเชิงลึก “โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” แก่ชุมชนบ้านสบเมาะ ต.สบป้าด จานวน 50 คน โดยมี นางธัญพร เมืองนพเก้า ปลัดอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานเปิดการอบรม และนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะ เมืองน่าอยู่กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นางรุ่งทิวา วงค์แสน วิทยากรจากศูนย์ศึกษาและพัฒนา ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงร่วมให้ความรู้หลักการเพาะเห็ดและสาธิตขั้นตอนการทำหัวเชื้อเห็ดป่าพร้อมนาชุมชนปฏิบัติจริง ณ อาคารเอนกประสงค์วัดสบเมาะ บ้านสบเมาะ หมู่ 4 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ทั้งนี้โครงการเห็ดป่าคืนถิ่นฯ ดำเนินการขยายผลต่อเนื่องจากความสำเร็จระหว่าง กฟผ. ร่วมกับ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทีมวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเห็ดป่าแม่โจ้จัดอบรมและนำร่องนำเชื้อเห็ดป่า คืนสู่ถิ่นได้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 ในป่าชุมชน อ.แม่เมาะ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ ป่าชุมชนบ้านสวนป่าแม่จาง ต.สบป้าด และป่าชุมชนพื้นที่หมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงบูรณาการความรู้จากการอบรมดังกล่าวขยายผลสู่หมู่บ้านสบเมาะ ต.สบป้าด เป็นแห่งแรก และ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2566 ที่ป่าห้วยคิงตอนบน ต.แม่เมาะ และในเดือนกันยายน 2566 ที่บ้านทุ่งเลางาม ต.นาสัก และบ้านจางเหนือพัฒนา ต.จางเหนือ โดยผู้เข้าร่วมอบรม จะได้รับองค์ความรู้ ต้นยางนาที่มีเชื้อเห็ดบริเวณราก และหัวเชื้อเห็ดไปต่อยอดและปฏิบัติจริงในพื้นที่ป่าชุมชนและพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้จากการเพาะเชื้อเห็ด ตลอดจอนุรักษ์และพัฒนาป่าชุมชนให้มีเห็ดหลากหลาย ลดการเผาป่าเพื่อหาเห็ด ก่อให้เกิดความสมดุล ด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของป่า

นักวิ่งเตรียมพร้อม “30 ปี แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน” ปีนี้ชวนสัมผัสเส้นทางสายกรีน อินไปกับการท่องเที่ยวลำปาง

แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ปีที่ 30 “Ready to Zero Carbon ” งานสายกรีนบนพื้นที่สีเขียว พร้อมรับนักวิ่งจากทั่วประเทศ สมัครด่วนภายในเดือนสิงหาคม สัมผัส ประสบการณ์ Low Carbon วันวิ่งจริง 15 ตุลาคม 2566 นี้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 จังหวัดลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ และหอการค้าจังหวัดลำปาง จัดแถลงข่าวความพร้อมในการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี งานวิ่งยิ่งใหญ่ ของจังหวัดลำปาง ดำเนินการต่อเนื่อง มาถึงครั้งที่ 30 ในปีนี้ ด้วยแนวคิด Ready to Zero Carbon เตรียมความพร้อมของ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่่ำ ตลอดจนรณรงค์ให้นักวิ่งและประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ลดการสร้างคาร์บอนซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก โดยมี นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง มาปฏิบัติการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะประธาน คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน พร้อมด้วย นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ กฟผ. นายกิติพันธ์ นวลจันทร์ฉาย ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดลำปาง และ นายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร นายกสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย ร่วมแถลงข่าว ณ ลานรถม้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลำปาง

นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

กล่าวว่า “การแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ได้รับความนิยมจากนักวิ่ง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นงานวิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำปางและภาคเหนือ ในปีนี้นับเป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่30 ที่ผ่านมาได้จัดงานอย่างสมพระเกียรติและยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ขณะนี้คณะทำงานจัดงานฯ ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อยกระดับการแข่งขันแม่เมาะ ฮาล์ฟมาราธอนสู่ระดับโลก ในขณะที่ยังคงความเป็นงานที่ทรงเกียรติและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด นอกจากนี้จังหวัดลำปางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และเส้นทางวิ่งที่สวยงาม นักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานจะได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กันอีกด้วย”

นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ

“เผยว่าการแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 นี้ ได้เปิด รับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีการแข่งขัน 3 ประเภท ประกอบด้วย ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และไมโครมาราธอน 5 กิโลเมตร ทั้งสามเส้นทาง เป็นการวิ่งชมทัศนียภาพรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เหมืองแม่เมาะ ตลอดจนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งอ่างห้วยเป็ดและ อ่างเก็บน้ำแม่ขามซึ่งเป็นวิวที่มีความงดงามเข้ากับบรรยากาศ ในฤดูหนาว ภายในงานยังมีรถบริการรับ-ส่ง นักวิ่งด้วยรถมินิบัสไฟฟ้า EV ทั้งหมดเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ตามแนวคิด Ready to Zero Carbon”

นายพีระรักษ์ พิชญกุล รองประธานกรรมการหอการค้า จังหวัดลำปาง

กล่าวว่า “การจัดงานแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนทุกปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดลำปางเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านค้า ในชุมชน ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการ จัดงาน จากการประเมินผลลัพธ์ของงานแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน งานลำปางมาราธอน และงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ โดยศูนย์เศรษฐมิติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คิดเป็นผลรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดงาน จากเงินลงทุนและการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้กว่า 191 ล้านบาท หรือประมาณ 13 เท่าของเงินลงทุน ซึ่งเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมาก และเราหวังว่านักวิ่งเหล่านี้ จะกลับมาเที่ยวที่ลำปางซ้ำอีกในอนาคตอย่างแน่นอน”

นายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร นายกสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย

สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยในการแข่งขันวิ่งแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 กล่าวว่า “จากความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการจัดงานแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนไปสู่ระดับสากลภายใต้ข้อกาหนดตามมาตรฐานของสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักวิ่ง โดยใช้เส้นทางวิ่ง กติกา และการบริการด้านต่างๆ ตลอดจนการดูแลทางการแพทย์ที่เพียงพอกับจำนวน ของนักวิ่ง โดยมีการจัดตั้งผู้อำนวยการทางการแพทย์ซึ่งผ่านการอบรมตามมาตรฐานระดับโลก”

ทั้งนี้ คณะทำงานทุกฝ่ายร่วมมือเตรียมความพร้อมกันอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักวิ่งและรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ในการจัดการแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟ ครั้งที่ 30 ที่จะเกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม 2566 จะนาไปสนับสนุนสาธารณประโยชน์แก่สังคมต่างๆ ในจังหวัดลำปางต่อไป

สแกนสมัครแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ได้ที่นี่ >>>