กฟผ.แม่เมาะ นำร่องสร้าง 3ป่าชุมชนต้นแบบ “เห็ดป่าคืนถิ่น”

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จ.เชียงใหม่ นำร่องสร้าง 3 ป่าชุมชนต้นแบบ “เห็ดป่าคืนถิ่น” พร้อมติดตามการเจริญเติบโตของเชื้อเห็ด หวังช่วยรักษาสมดุลป่าพร้อมสร้างรายได้เสริมสู่ชุมชน อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ โดย โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่(Mae Moh Smart City) จัดอบรม “โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยมี นายเสกสรรค์ โลหะกิจ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอแม่เมาะ เป็นประธานในพิธี และนายเอนก แก้วกำพล นายกเทศมนตรีตำบลแม่เมาะ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนางสาวสิรินภรณ์ ทองคำฟูวิทยากรระดับ 7 หมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อม โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ และผู้ปฏิบัติงานในสังกัด นายรัฐพงษ์ เดชะวงศ์ พนักงานพิทักษ์ป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ประธานเครือข่ายป่าชุมชนอำเภอแม่เมาะและตัวแทนป่าชุมชนบ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ และ ต.สบป้าด เข้าร่วมอบรม โดยมี ดร.ดำรงค์ ปินทะนา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเห็ดป่าแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ดร. สุรีรัตน์ ลัคนาวิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยป่าไม้ และชุมชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการเพาะหัวเชื้อเห็ดป่าการนำเชื้อเห็ดป่าคืนสู่ถิ่นระบบนิเวศและการดูแลอย่างถูกวิธีให้ดอกเห็ดเกิดขึ้นหลังใส่เชื้อ 1-3 ปี ณ ป่าชุมชน บ้านเมาะหลวง (ภูเขาไฟจำป่าแดด) ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นางสาวสิรินภรณ์ ทองคำฟู วิทยากรระดับ 7 หมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อมโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

” กล่าวรายงานถึงการจัดอบรมว่า โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชนสร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 โดยได้รับความสนใจจากประชาชนและมีผู้ตอบรับเข้าร่วมการอบรมเป็นจำนวนมาก
จึงจัดอบรมเชิงลึกอีกครั้งในวันนี้ตามแผนนโยบายเพื่อนำร่องสร้าง 3 ป่าชุมชนต้นแบบเห็ดป่าคืนถิ่น ใน อ.แม่เมาะ ที่ป่าชุมชนบ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ ป่าชุมชนสวนบ้านป่าแม่จาง ต.สบป้าด และป่าชุมชนหมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง พร้อมติดตามการเจริญเติบโตของเชื้อเห็ด โดยโครงการดังกล่าวดำเนินงานภายใต้แผนงานด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาป่าชุมชนให้มีเห็ดป่าท้องถิ่นคงอยู่หลากหลาย ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้แก่ชุมชน เพราะเห็ดบางชนิดราคาสูง เช่น เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ เห็ดห้าหรือเห็ดตับเต่า กิโลกรัมละ 350 บาท รวมถึงสร้างความตระหนักรู้เสริมความเข้าใจไม่เผาทำลายป่าเพื่อหาเห็ด หาของป่า ก่อให้เกิดความสมดุลทางนิเวศวิทยา และความยั่งยืนของป่า โดยตัวแทนป่าชุมชนที่เข้าร่วมการอบรมได้รับองค์ความรู้ ต้นยาง และหัวเชื้อรวมเห็ดป่าไปปฏิบัติจริงในป่าชุมชนของตนเองต่อไป “

กกส. เยี่ยมเยียนผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ พร้อมให้คำมั่น ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่คนและองค์กร กฟผ.

วันที่ 25 เมษายน 2566 คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ กฟผ. (กกส.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ โดยมีนาย ประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะให้การต้อนรับ และ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ บรรยายสรุปการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางที่สามารถเป็นรากฐานในการสร้างอาชีพแก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน จากนั้นคณะเข้าชมห้องสาธิตการเกษตรแนวตั้ง(Vertical Farm) การเกษตรสมัยใหม่ที่จะนำร่องดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่อพยพตำบลบ้านดง และเข้าชมโครงการศึกษาและทดสอบการนำเชื้อเพลิงอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน (Biomass Co-firing) ที่ช่วยลดปัญหาหมอกควันจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ และช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในชุมชนอีกด้วย

กฟผ. ดึงภาคีเครือข่ายถกแก้ปัญหาโลกร้อน ลดฝุ่น PM2.5 พร้อมชูแพลตฟอร์มการพัฒนาเมืองด้วย Big Data มุ่งสร้างสังคมคาร์บอนตํ่าอย่างยั่งยืน

กฟผ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายหาแนวทางแก้ปัญหาโลกร้อน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Net Zero) พร้อมเปิดตัวระบบสนับสนุนการวางแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วยข้อมูล (Mae Moh City Data Platform) เป็นเครื่องมือสนับสนุนการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม PM2.5 และการจัดการเมืองสู่ความยั่งยืน โดยใช้อำเภอแม่เมาะเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่พร้อมขยายผลสู่เมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ

วันนี้ (28 เมษายน 2566) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัวระบบสนับสนุนการวางแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วยข้อมูล (Mae Moh City Data Platform) โดยมีศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมด้วยนางลิสา เอ. บูเจนนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายจักรพงษ์ แย้มยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเมืองและสังคมคาร์บอนตํ่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า และผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมงาน ณ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาวิกฤตหมอกควันในภาคเหนือ ว่า

” กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานรับมอบหมายนโยบายในฐานะกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ด้วยการยกระดับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดลำปางได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ดำเนินการทั้งมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องเพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน “

” จังหวัดลำปางจึงมีความยินดีอย่างยิ่งและขอขอบคุณ กฟผ. ที่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำระบบสนับสนุนการวางแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วยข้อมูล ซึ่งจะกลายเป็นระบบสำคัญในการเสริมสร้างการพัฒนาเมือง ตลอดจนเป็นแนวทางในการรับมือการแก้ปัญหาทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านคุณภาพอากาศ หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการปรับตัวและการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ”

ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

” กล่าวถึงทางออกวิกฤติหมอกควันของประเทศไทย ว่า ปัจจุบันปัญหาหมอกควันในประเทศไทย
เริ่มทวีความรุนแรงในวงกว้าง ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ อาทิ การเผา การสันดาปของเครื่องยนต์ และการก่อสร้าง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก ดังนั้น เป้าหมายในการพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืนจึงต้องยึดหลักการสำคัญคือทำให้เมืองมีความปลอดภัย มีภูมิต้านทานที่ดี รวมถึงสร้างการเข้าถึงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นประชาชนได้ ซึ่งการสร้างเมืองน่าอยู่ต้องมีระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ประกอบด้วย ระบบการติดตามตรวจสอบ “

” รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เข้าถึงง่ายในการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ เช่น การพยากรณ์ค่าฝุ่นและมลพิษต่าง ๆ ทั้งจากชั้นบรรยากาศและแหล่งกำเนิด การส่งเสริมให้เกิดปรับ
เปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน รวมถึงมาตรการและนโยบายภาครัฐที่ต้องส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สีเขียวและมาตรฐานที่ดีในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม อุตสาหกรรม ตลอดจนการประสานขอความร่วมมือจากต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และประชาชนในทุกมิติ ”

” นอกจากนี้ การพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืนผ่านการบูรณาการเทคโนโลยี Big Data ยังเป็นกลไกสำคัญในการเร่งผลักดันประเทศไทยให้สามารถรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change) รวมถึงบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065 อีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคพลังงานสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการเชื่อมโยงด้านนโยบาย รวมถึงผลักดันและสนับสนุนให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน”

นางลิสา เอ. บูเจนนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ในการก้าวสู่พลังงานสะอาดในอนาคต ว่า

” การมุ่งเป้าแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นเสาหลักของนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ที่ดำเนินการร่วมกับนานาประเทศทั่วโลก ในการปฏิบัติตามพันธะสัญญาเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศ และนำมารับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้ได้ ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคเศรษฐกิจพลังงาน และการจัดการของเสียจากภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรของประเทศไทย โดยที่ผ่านมา กฟผ. ได้รับทุนจากองค์กรของสหรัฐอเมริกาในการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าร่วมกับบริษัทอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญในการนำพาประเทศไทยไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไปสู่พลังงานสะอาดเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น สหรัฐอเมริกาได้มองหาแนวทางใหม่ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคผ่านโครงการด้านพลังงานสะอาดและ Net Zero ของกระทรวงพลังงานของสหรัฐ ทั้งนี้ วิกฤตหมอกควันในภาคเหนือของประเทศไทย ส่งผลกระทบอย่างมากทั้งด้านสุขภาพของประชาชน รวมถึงการเติบโตด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สหรัฐอเมริการจึงสนับสนุนงบประมาณสำหรับปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนสนับสนุนระบบดาวเทียมและเซนเซอร์วัดคุณภาพอากาศแก่มหาวิทยาลัยและนักวิจัยสำหรับติดตามค่าคุณภาพอากาศให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบออนไลน์ได้ “

นายจักรพงษ์ แย้มยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเมืองและสังคมคาร์บอนตํ่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กล่าวถึงเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ว่า

” Net Zero เป็นโอกาสที่ทำให้เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในภาพรวมของประเทศดีขึ้น อาทิ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ การเพิ่มขึ้นของความหลากหลายทางชีวภาพตลอดจนของเสียและมลพิษที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การไปสู่เป้าหมาย Net Zero มีหลายองค์ ประกอบที่ต้องดำเนินการไปควบคู่กัน ทั้งนโยบาย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การค้าการลงทุนต้นทุนทางธุรกิจ ด้านกฎหมาย รวมไปถึงการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้จัดตั้งเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย หรือ Thailand Carbon Neutral Network (TCNN) เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาคท้องถิ่นและชุมชน ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันมีสมาชิก 406 องค์กร โดยมี 77 องค์กรที่ตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ “

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บคพ.) กล่าวถึงการสนับสนุนทางด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเกี่ยวกับ Net Zero ว่า

” บพค. ตั้งเป้าพัฒนากำลังคนใน 3 ด้าน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Smart Nationคือ สังคมแห่งความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมอัจฉริยะ และประชาชนอัจฉริยะ ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ขององค์กรควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้รองรับต่อการเปลี่ยนแปลง ทั้งการประเมินตรวจสอบก๊าซเรือนกระจกเพื่อรองรับมาตรฐานสากล การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายNet Zeroหรือการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของไทย ตลอดจนผลักดันกลไกการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานสำคัญทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การขับเคลื่อนสู่เป้าหมายมีความสอดประสานและประสบความสำเร็จ “

นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. กล่าวถึงการยกระดับเมืองสู่ Net Zero ด้วย City Data Platform ว่า

” กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนโดยรอบเสมอมา โดยการพัฒนาระบบสนับสนุนการวางแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วยข้อมูล (Mae MohCity Data Platform) โดยใช้พื้นที่อำเภอแม่เมาะเป็นพื้นที่นำร่อง ถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการยกระดับเมืองสู่ NetZero แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็น การรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลเมืองด้านต่าง ๆ อาทิ คุณภาพอากาศ จุดความร้อนและไฟป่า พื้นที่สีเขียว ขยะและของเสีย นํ้า และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลจริงจาก Big Data แบบ Real time เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการขับเคลื่อนและพัฒนาเมือง สำหรับประชาชนเจ้าหน้าที่ และผู้บริหารเมือง ในการตัดสินใจทั้งการบริหารจัดการ การเตือนภัยและแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวมีความสอดรับกับบริบทของการก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ซึ่งขณะนี้พร้อมขยาย
ผลไปสู่ระดับจังหวัดและเมืองต่าง ๆ ในอนาคต “

นอกจากนี้ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและพลังงานสีเขียว การเสวนากลุ่มในหัวข้อ Clean Air Solutions to Net Zero:ถกทางออกเพื่อทุกลมหายใจ ในโลกที่ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีนายสุรชัย แสงศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง รองศาสตราจารย์ดร.เศรษฐ สัมภัตตะกุล หัวหน้าโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการวางแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วยข้อมูล นายอรรถวิท ขุนทอง ปลัดอำเภอแม่เมาะ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ และนางปลายอ้อ ทองสวัสดิ์ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมเสวนา

กฟผ.แม่เมาะ จับมือหอการค้า จ.ลำปาง ลงนามความร่วมมือจัดการแข่งขันวิ่งฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนและลำปางมาราธอน ประจาปี 2566 กระตุ้นเศรษฐกิจ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ณ ห้องประชุมสานักงานหอการค้า จังหวัดลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ และ นายกิติพันธ์ นวลจันทร์ฉาย ประธานหอการค้า จังหวัดลำปาง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน และลำปางมาราธอน ประจำปี 2566 เพื่อส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจในแง่ของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ไปสู่การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านกีฬาในระดับจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนเปิดบ้านให้นักวิ่งจากทั่วประเทศได้มาสัมผัสวิถีชีวิตของชาวลำปาง และรู้จักจังหวัดลำปางในมุมมองที่แตกต่าง โดยแบ่งออกเป็น 2 การแข่งขัน คือ การแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนใช้สนามแข่งขันเป็นพื้นที่ใน อ.แม่เมาะ และการแข่งขันวิ่ง

ลำปางมาราธอน ใช้สนามแข่งขันในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลำปาง ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพร้อมก้าวสู่การรับรองมาตรฐานระดับโลก โดยอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่ในระดับจังหวัด อำเภอ ส่วนท้องถิ่น และชุมชนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของทั้งจังหวัด ให้เกิดรายได้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรองรับนักวิ่ง ทั้งด้านที่พัก ร้านอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ

ทั้งนี้ กฟผ.แม่เมาะ กาหนดจัดการแข่งขันวิ่งฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 ประจำปี 2566 ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2566 ณ สนามแข่งขันในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Mae Moh Half Marathon

กฟผ.แม่เมาะ ประชุมร่วมกับหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และวัด 11 แห่ง อ.แม่เมาะ เตรียมขยายผลพลังงานสะอาดสู่ชุมชน ภายใต้งบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าฯ ปี 67

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ประชุมหารือการดำเนินโครงการขับเคลื่อนแนวทางการส่งเสริมพลังงานทดแทน ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานราชการ วัด และสถานศึกษาทั้ง 11 แห่ง อ.แม่เมาะ ได้แก่ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ค่ายประตูผา,ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ, สถานีตำรวจภูธรแม่เมาะ, โรงเรียนเทศบาลตำบลแม่เมาะ, โรงเรียนสบเมาะวิทยา,โรงเรียนกอรวก พิทยาสรรค์,โรงเรียนวัดบ้านแขม,วัดทุ่งกล้วยโพธาราม,องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง,องค์การบริหารส่วนตำบลจางเหนือ และองค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

โครงการขับเคลื่อนแนวทางการส่งเสริมพลังงานทดแทน เป็นหนึ่งในแผนงานด้านพลังงานอัจฉริยะของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ซึ่ง กฟผ. รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทั้งด้านงบประมาณ การจัดการและการติดตั้งระบบ Solar Cell และระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอร์รี่ (BESS) แก่หน่วยงานราชการ วัด และสถานศึกษาใน อ.แม่เมาะ ภายใต้งบประมาณลงทุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยในปี 2566 เริ่มติดตั้งระบบแก่หน่วยงานนำร่อง 10 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลแม่เมาะ เทศบาลตำบลแม่เมาะวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา โรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ รพ.สต.บ้านท่าสี รพ.สต.บ้านสบป้าด รพ.สต.บ้านใหม่รัตนโกสินทร์ รพ.สต.บ้านกอรวก และ รพ.สต.บ้านทานในวงเงินรวม 13 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถนำระบบเข้าใช้งานจริงได้ภายในปีนี้

สำหรับการขยายผลโครงการสู่ทั้ง 11 หน่วยงานข้างต้น อยู่ระหว่างเตรียมเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะประจำปี2567 ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในชุมชน อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณค่าไฟฟ้าได้กว่าปีละ 1-2 แสนบาท ส่งผลให้หน่วยงานราชการ วัด และสถานศึกษาสามารถนำงบประมาณที่ลดลงจากการจ่ายค่าไฟฟ้าไปใช้ยกระดับงานด้านอื่นๆ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนแม่เมาะต่อไป

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมเวที Smart City Summit & Expo 2023

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นำโดยนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ นายอริย คำยา หัวหน้าหมวดสารสนเทศการพัฒนาโครงการ นายศีลวันต์ โสฬสลิขิต หัวหน้าหมวดส่งเสริมเศรษฐกิจและ นางสาวพัชรีวรรณ ดวงมุสิทธิ์ หัวหน้าหมวดส่งเสริมพลังงานสะอาด ร่วมงาน Smart City Summit & Expo 2023 ครั้งที่ 10 ณ เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ตามคำเชิญจาก Taiwan Computer Association (TCA)หรือสมาคมคอมพิวเตอร์ไต้หวัน โดยมี Mr.Kung Ming-Hsin ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ (National Development Council, NDC) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และ Mr.Chiang Wan-an นายกเทศมนตรีเมืองไทเป ร่วมพิธีเปิดงานระหว่างวันที่ 28-31 มีนาคม 2566

ภายในงานมีการประชุม Net Zero City Leaders Summit ซึ่งมีผู้นำด้านการพัฒนาเมืองจากหลากหลายประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 30 แห่งทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด “Digital Transformation Takes Smart Cities to New Heights” ก้าวไปอีกขั้นสู่การสร้างเมืองอัจฉริยะ ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีการสัมมนาในหัวข้อ Sustainability,Governance, Smart Applications and Innovation รวมถึงการศึกษาดูงานโทรคมนาคมและดิจิทัลขนาดใหญ่ของประเทศไต้หวัน ตลอดทั้ง 4 วัน

โดยวันที่ 29-31 มีนาคม 2566 หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ได้ร่วมสัมมนาบนเวที ในฐานะ Key Note ในประเด็นการพัฒนา อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ภายใต้การดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเมืองกับผู้นำจากหลากหลายประเทศ อาทิ Mr.Park Gyeong-gwi นายกเทศมนตรีเมืองอาซาน ประเทศเกาหลีใต้ และ Mr.Grant Smith นายกเทศมนตรีเมือง Palmerston North ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นต้น รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนพร้อมตอบข้อซักถามแก่ผู้ร่วมงาน (Panel discussion) ตลอดการจัดงานอีกด้วย จากนั้นทีมงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เข้าเยี่ยมชมบริษัท ChunghwaTelecom ซึ่งเป็นบริษัทด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลขนาดใหญ่ของประเทศไต้หวัน ผู้ครอบคลุมธุรกิจด้านเครือข่ายโทรศัพท์ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต รวมทั้งให้บริการข้อมูลและการสื่อสาร เช่น Big Data, ความปลอดภัยของข้อมูล, ระบบคลาวด์, IoT, AI และศูนย์ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

สำหรับการศึกษาดูงานในครั้งนี้ กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ มีความตั้งใจและมุ่งมั่นนำแนวทางการพัฒนาเมืองจากการร่วมงานในครั้งนี้ กลับไปพัฒนาอำเภอแม่เมาะและจังหวัดลำปางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนตํ่า และพื้นที่สำคัญทางพลังงานของประเทศไทยต่อไป

กฟผ.แม่เมาะ มอบสิ่งของจำเป็น พร้อมสนับสนุนงบช่วยเหลือพระสงฆ์ เหตุไฟไหม้กุฎิวัดทุ่งกล้วยโพธาราม

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 นายประจวบ ดอนคำมูลผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะพร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ มอบของใช้จำเป็น อาทิ ชุดเครื่องนอน ผ้าห่ม เตียงนอนและนํ้าดื่ม พร้อมสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 10,000 บาท แก่วัดทุ่งกล้วยโพธาราม ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยมีพระครูมนูญ กิจปรีชา ดร.เจ้าอาวาสวัดทุ่งกล้วยโพธาราม เจ้าคณะอำเภอแม่เมาะเป็นผู้รับมอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อคืนวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมาซึ่งเทศบาลตำบลแม่เมาะ ร่วมกับ กฟผ.แม่เมาะ นำรถและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าปฏิบัติการจนสามารถระงับเหตุได้

ทั้งนี้ ท่านสามารถร่วมทำบุญบริจาคบูรณะกุฏิพระสงฆ์วัดทุ่งกล้วยโพธิราม จากเหตุเพลิงไหม้ ได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี “เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์” เลขที่บัญชี 500-0-55105-2 จนถึงวันที่ 17 เมษายน 2566 เพื่อรวบรวมปัจจัยถวายให้แก่วัดทุ่งกล้วยโพธารามต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมวดส่งเสริมความสัมพันธ์ชุมชน โทร 6640, 6644

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมพิธีรำลึก รัชกาลที่ 1 ครบรอบก่อตั้งราชวงศ์จักรี 241 ปี เนื่องในวันจักรี

มื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 (ชฟฟ2.) พร้อมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมงานพิธีรำลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และมหาจักรีบรมราชวงศ์ เนื่องในวันจักรีโดยมี นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานในพิธี ณ หอประชุมจำป่าแดด ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง

1 ปีในโครงการ NEW JOBBER รุ่นที่ 2 กฟผ.แม่เมาะ บ่มเพาะเยาวชนเป็นต้นกล้าคุณภาพงาม สู่ตลาดแรงงานในประเทศ

ปี 2564 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนองนโยบายจากกระทรวงพลังงานจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ วุฒิปวส.-ปริญญาตรี ที่มีภูมิลำเนารอบเขตเขื่อนของ กฟผ. ภายใต้โครงการ “พลังงานร่วมใจ สร้างงานพัฒนาชุมชน (New Jobber)” มีระยะสัญญาจ้าง 1 ปี โดยในปี 2565 กฟผ.แม่เมาะ ยังคงสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเปิดโอกาสให้ New Jobber รุ่นที่ 1 ผ่านเข้ากระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นขึ้น และเพิ่มความรับผิดชอบในการทำงานผ่านโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่วันนี้นักศึกษาจบใหม่ทั้ง 39 คน จบโครงการในรุ่นที่ 2 แล้ว และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะก้าวออกไปสู่สนามแรงงานจริงในสาขาที่แตกต่างกันไป

นางสาวณัฐชา ปิงยอม ต.จางเหนือ

“การระบาดของโควิด-19 ทำให้เด็กจบใหม่หางานยากมาก แต่ถือเป็นโอกาสอันดีของเด็ก อ.แม่เมาะ ที่ กฟผ. เปิดรับสมัครโครงการ New Jobber จึงลองไปสมัครและเข้าร่วมโครงการ เพราะจะได้ทำงานใกล้บ้านและช่วยกิจการที่บ้านไปพร้อมๆ กัน อย่างไรก็ตามเราเป็นเด็กจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์การทำงานพอเข้ามาทำงานที่โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ได้ทำงานที่หลากหลาย ทั้งด้านเอกสาร การประสานงาน และการลงพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะในปีที่ 2 ของการเข้าร่วมโครงการฯ ได้ทำโปรเจคร่วมกับพี่ๆ กฟผ. ด้านพลังงานทดแทน จึงเห็นช่องทางในการหารายได้เมื่อจบโครงการไปแล้ว ที่นางสาวณัฐชา ปิงยอม สามารถสร้างเป็นวิสาหกิจชุมชนจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ป้อนกลับไปยังโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ดของ กฟผ. ทั้งยังสามารถต่อยอดไปยังพื้นที่อื่นๆได้อีกด้วย จะเห็นว่า New Jobber ไม่ได้ให้แค่งานแต่ยังเป็นโอกาสของเด็กท้องถิ่นในการสร้างอาชีพและพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองไปพร้อมๆ กัน”

นายภูธเนตร เหลี่ยมมงคล ต.แม่เมาะ

“ในปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ ได้ทำงานสนับสนุนทั่วๆไปเช่น การเก็บข้อมูลชุมชนต่างๆ และงานเอกสารในสำ นักงาน พอเข้าปีที่ 2 ได้รับผิดชอบงานที่ยากและซับซ้อนขึ้น โดยทำงานร่วมกับพี่ๆ ในหมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อม โครงการด้านคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยหาข้อมูลสนับสนุน การเสนอความเห็นในการดำเนินงานการจัดกิจกรรมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งเข้ารับการอบรมเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งระยะเวลา 2 ปี นี้นอกเหนือจากประสบการณ์ทำงานหน้างานจริงแล้ว ตนยังได้ฝึกการทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนและรู้จักยอมรับความเห็นของผู้อื่นโดยทักษะที่ได้รับมาจากการทำงานในโครงการช่วยเสริมความมั่นใจอย่างมากในการสมัครงานและการทำงานร่วมกับผู้อื่นในอนาคต”

นางสาวฉัตรสุดา คงตระกูล ต.แม่เมาะ

“เข้าร่วมโครงการฯ รุ่นที่ 1 แล้วพบว่าได้ทำงานที่สนุกและท้าทายมาก พอ กฟผ.แม่เมาะ เปิดรับรุ่นที่ 2 จึงรีบสมัครทันที หน้าที่รับผิดชอบจะเป็นการสนับสนุนงานพี่ๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การเกษตร แม้จะเป็นคนท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่การได้เข้าร่วมทำงานกับโครงการทำให้มองบ้านเกิดในมุมที่ต่างไป จากเดิมที่ดูแม่เมาะเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ หนึ่งพอได้เข้าไปสัมผัสแบบใกล้ชิดจากการลงพื้นที่พูดคุยกับชุมชนในหลายๆ ตำบล พบว่าอำเภอของเรายังพัฒนาได้อีกมาก ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรม หรือแม้แต่อาหารการกิน หากนับจากวันแรกที่เข้าทำงานในโครงการจนถึงวันนี้ตนพูดได้เต็มปากว่าได้รับการพัฒนาด้านทักษะการทำงานหลายด้านโดยเฉพาะการปรับตัวเข้ากับผู้อื่นและความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายนอกจากนั้นผลจากการเข้าร่วมโครงการทำให้ได้รับโอกาสเข้าร่วมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบริหารจัดการเกษตรกรรมแนวตั้ง อ.แม่เมาะ ที่ทำร่วมกับเพื่อนๆ New Jobber ซึ่งจะกลายเป็นอาชีพหลักที่ทำหลังจากจบโครงการ นอกจากนั้นระยะเวลา 2 ปีที่ได้ทำงานร่วมกับ กฟผ. ทำให้เห็นว่าทุกโครงของ กฟผ. มีประโยชน์ต่ออำเภอแม่เมาะในทุกมิติ ทั้งคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ การมีสิ่งแวดล้อมที่ดีผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยกฟผ. ได้วางรากฐานให้ชุมชนแข็งแรงสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้ในระยะยาว เพื่อรองรับอนาคตที่เหมืองและโรงไฟฟ้าหยุดดำเนินการลง”

บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 ณ ห้องเทิดคุณธรรม อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ นายประดิษฐ์ หมู่เมืองสอง หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ พร้อมผู้ปฏิบัติงานหมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อมโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ให้การต้อนรับคณะดูงานจากบริษั ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด นำโดย นายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่โดยหัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ได้บรรยายสรุปภารกิจการดำเนินงานของกฟผ.แม่เมาะ และการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่เข้าชมโครงการศึกษาและทดสอบการนำเชื้อเพลิงอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน (Biomass Co-firing)ศึกษาการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปอัดเม็ดเพื่อนำไปเผาไหม้ร่วมกับเชื้อเพลิงถ่านหินที่ช่วยลดปัญหาหมอกควันจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ และช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในชุมชนอีกด้วย