กฟผ.แม่เมาะ นำร่องสร้าง 3ป่าชุมชนต้นแบบ “เห็ดป่าคืนถิ่น”

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จ.เชียงใหม่ นำร่องสร้าง 3 ป่าชุมชนต้นแบบ “เห็ดป่าคืนถิ่น” พร้อมติดตามการเจริญเติบโตของเชื้อเห็ด หวังช่วยรักษาสมดุลป่าพร้อมสร้างรายได้เสริมสู่ชุมชน อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ โดย โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่(Mae Moh Smart City) จัดอบรม “โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยมี นายเสกสรรค์ โลหะกิจ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอแม่เมาะ เป็นประธานในพิธี และนายเอนก แก้วกำพล นายกเทศมนตรีตำบลแม่เมาะ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนางสาวสิรินภรณ์ ทองคำฟูวิทยากรระดับ 7 หมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อม โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ และผู้ปฏิบัติงานในสังกัด นายรัฐพงษ์ เดชะวงศ์ พนักงานพิทักษ์ป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ประธานเครือข่ายป่าชุมชนอำเภอแม่เมาะและตัวแทนป่าชุมชนบ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ และ ต.สบป้าด เข้าร่วมอบรม โดยมี ดร.ดำรงค์ ปินทะนา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเห็ดป่าแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ดร. สุรีรัตน์ ลัคนาวิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยป่าไม้ และชุมชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการเพาะหัวเชื้อเห็ดป่าการนำเชื้อเห็ดป่าคืนสู่ถิ่นระบบนิเวศและการดูแลอย่างถูกวิธีให้ดอกเห็ดเกิดขึ้นหลังใส่เชื้อ 1-3 ปี ณ ป่าชุมชน บ้านเมาะหลวง (ภูเขาไฟจำป่าแดด) ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นางสาวสิรินภรณ์ ทองคำฟู วิทยากรระดับ 7 หมวดส่งเสริมสิ่งแวดล้อมโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

” กล่าวรายงานถึงการจัดอบรมว่า โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชนสร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 โดยได้รับความสนใจจากประชาชนและมีผู้ตอบรับเข้าร่วมการอบรมเป็นจำนวนมาก
จึงจัดอบรมเชิงลึกอีกครั้งในวันนี้ตามแผนนโยบายเพื่อนำร่องสร้าง 3 ป่าชุมชนต้นแบบเห็ดป่าคืนถิ่น ใน อ.แม่เมาะ ที่ป่าชุมชนบ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ ป่าชุมชนสวนบ้านป่าแม่จาง ต.สบป้าด และป่าชุมชนหมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง พร้อมติดตามการเจริญเติบโตของเชื้อเห็ด โดยโครงการดังกล่าวดำเนินงานภายใต้แผนงานด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาป่าชุมชนให้มีเห็ดป่าท้องถิ่นคงอยู่หลากหลาย ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้แก่ชุมชน เพราะเห็ดบางชนิดราคาสูง เช่น เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ เห็ดห้าหรือเห็ดตับเต่า กิโลกรัมละ 350 บาท รวมถึงสร้างความตระหนักรู้เสริมความเข้าใจไม่เผาทำลายป่าเพื่อหาเห็ด หาของป่า ก่อให้เกิดความสมดุลทางนิเวศวิทยา และความยั่งยืนของป่า โดยตัวแทนป่าชุมชนที่เข้าร่วมการอบรมได้รับองค์ความรู้ ต้นยาง และหัวเชื้อรวมเห็ดป่าไปปฏิบัติจริงในป่าชุมชนของตนเองต่อไป “