วิ่งลดโลกร้อน แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 เส้นทางสายกรีนในแหล่งผลิตไฟฟ้าใหญ่สุดในภาคเหนือ Ready to Zero Carbon

แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 งานวิ่งใหญ่ประจำปีของจังหวัดลำปาง นักวิ่งทั่วประเทศ สุดประทับใจเส้นทางสายกรีนวิ่งลดโลกร้อนด้วยแนวคิด Ready to Zero Carbon ผ่านแลนด์มาร์คแหล่งผลิตไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2566 จังหวัดลำปางร่วมกับหอการค้าจังหวัดลำปางและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ จัดการแข่งขันเดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 ประจำปี 2566 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าการราชการจังหวัดลำปาง และ นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ร่วมเปิดการแข่งขันพร้อมประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ลานอเนกประสงค์ศูนย์บริการกลาง กฟผ.แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนในปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 30 ด้วยแนวคิด Ready to Zero Carbon รณรงค์ให้นักวิ่งและประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยลดการสร้างคาร์บอนซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเตรียมความพร้อมของ อำเภอแม่เมาะ และ จังหวัดลำปาง สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 2,754 คน แบ่งเป็นประเภทฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร 912 คน มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร 1,035 คน และฟันรัน 5 กิโลเมตร 807 คน ภายในงานมีรถมินิบัสไฟฟ้า EV บริการรับ-ส่ง นักวิ่งจากจุดต่าง ๆ ในอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มายังบริเวณงานเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตามแนวคิด Ready to Zero Carbon การใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการคัดแยกขยะตลอดงาน โดยมุ่งมั่นยกระดับการแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนสู่การเป็นสนามวิ่งระดับโลกตามมาตรฐาน World Athletics ของการกรีฑาโลก โดยปิดถนน 100% เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง รวมทั้งใช้กติกา การบริการด้านต่าง ๆ การดูแลทางการแพทย์และการปฐมพยาบาลที่เพียงพอ มีการจัดตั้งผู้อำนวยการทางการแพทย์ซึ่งผ่านการอบรมตามมาตรฐานระดับโลก

สำหรับเส้นทางวิ่งสายกรีนได้เปิดให้นักวิ่งทั้ง 3 ประเภทได้วิ่งชมวิวในพื้นที่แหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น สวยงามของเหมืองแม่เมาะ อ่างเก็บน้ำห้วยเป็ด อ่างเก็บน้ำแม่ขาม และโรงไฟฟ้าแม่เมาะ นับเป็นการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

ผลการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 ประจำปี 2566 มีดังนี้
• รางวัลชนะเลิศฮาล์ฟมาราธอน ประเภททั่วไป (Overall) ชาย ได้แก่ คุณสัญชัย นามเขต สถิติเวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที 23 วินาที ทำลายสถิติเดิม (1 ชั่วโมง 12 นาที 14 วินาที) สมความตั้งใจและรับถ้วยพระราชทานฯ ใบจริง เนื่องจากได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

• รางวัลชนะเลิศฮาล์ฟมาราธอน ประเภททั่วไป (Overall) หญิง ได้แก่ คุณปารียา สนเส็ม สถิติเวลา 1 ชั่วโมง 27 นาที 05 วินาที
• รางวัลชนะเลิศมินิมาราธอน ประเภททั่วไป (Overall) ชาย ได้แก่ คุณจาตุรนต์ เขื่อนแก้ว สถิติเวลา 34 นาที 16 วินาที
• รางวัลชนะเลิศมินิมาราธอน ประเภททั่วไป (Overall) หญิง ได้แก่ คุณณัฐธิดา เถาหน้อย สถิติเวลา 43 นาที 12 วินาที
สำหรับข้อมูลสรุปภาพรวมการแข่งขันและข้อมูลการแข่งขันด้านอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่ Facebook : Mae Moh Half Marathon

ชนะเลิศ 3 ปีซ้อน รับถ้วยพระราชทานฯ ใบจริง คุณสัญชัย นามเขต รางวัลรางวัลชนะเลิศฮาล์ฟมาราธอนประเภททั่วไป (Overrall) ชาย

กล่าวความรู้สึกหลังรับรางวัลว่า “รู้สึกดีใจ ที่ทำลายสถิติและรับถ้วยพระราชทานฯ ใบจริง เป็นใบที่ 2 ได้สมความตั้งใจ เพื่อให้น้องๆได้มาแข่งขันทำลายสถิติต่อไป เส้นทางสายกรีน ปีที่ 2 ของแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนสวยงามเหมือนเดิมและบางจุดเห็นทะเลหมอกอยากเชิญชวนนักวิ่งที่อยากท้าทายตัวเอง ปีหน้าต้องมาสัมผัสให้ได้ เพราะนอกจากมาวิ่งแล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ที่สวยงามให้ได้สัมผัสอีกด้วย”

สส.ลำปาง ประทับใจเส้นทางสายกรีน คุณชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลำปาง เขต 3 หนึ่งในผู้เข้าร่วมวิ่งแข่งขันฟันรัน ระยะ 5 กิโลเมตร

กล่าวว่า ” ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เข้าร่วมวิ่งแข่งขัน และรู้สึกพอใจกับสถิติการวิ่ง 40 นาทีซึ่งดีกว่าเดิม 5 นาที สำหรับเส้นทางสายกรีนปีที่ 2 ของแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนในระยะ 5 กิโลเมตรเป็นเส้นทางน่าค้นหา นอกจากอากาศดียังได้เห็นโรงไฟฟ้าแม่เมาะใกล้ๆ และเป็นเส้นทางวิ่งที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นวิ่งแข่งขันในการเปิดโอกาสตัวเองได้ออกกำลังกาย ในปีหน้าจะมาร่วมวิ่งแข่งขันอีก”

พิชิตเหรียญต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ซีรีส์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ คุณวิไลวรรณ ใจวังเย็น จ.ลำปาง

กล่าวว่า ” ตั้งใจมาร่วมวิ่งแข่งขันฟันรัน 5 กิโลเมตรเพื่อเหรียญรางวัลแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนชิ้นสุดท้ายเพราะมีเหรียญของปีที่ 28
และ 29 ดีใจที่ได้เหรียญมาต่อจิ๊กซอว์ครบเพื่อเก็บสะสมไว้เป็นที่ระลึกเพราะเป็นเหรียญที่ระลึกแบบ Limited Edition ภาพโมเดลโรงไฟฟ้าแม่เมาะครบทุกโรงที่บอกเล่าเรื่องราวโรงไฟฟ้าแม่เมาะและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอแม่เมาะ และจังหวัดลำปางสำหรับสนามเส้นทางสายกรีนปีที่ 2 บริเวณอ่างห้วยเป็ด เป็นถนนลาดยางทำให้วิ่งได้ดีขึ้นมาก “

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับชุมชน อ.แม่เมาะ เตรียมพร้อมเชียร์และส่งกำลังใจนักวิ่งงานแม่เมาะฮาล์ฟ มาราธอนครั้งที่ 30

เมื่อวันที่ 5-6 ตุลาคม 2566 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ เป็นผู้แทนกฟผ.แม่เมาะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เยี่ยมชมการซ้อมและให้กำลังใจกองเชียร์จากชุมชน ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ที่มาร่วมเชียร์และส่งกำลังใจให้กับนักวิ่งในการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2566 โดยกองเชียร์จะอยู่ประจำจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางการวิ่ง ดังนี้ 1.วงโยธวาทิต พร้อมลีดเดอร์ จากโรงเรียนแม่เมาะวิทยา ต.แม่เมาะ จะอยู่ประจำบริเวณ หน้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 2.กลุ่มรักษ์สุขภาพโดยการเต้นแอโรบิคและบาสโลบจากบ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ จะอยู่ประจำบริเวณหน้าทางเข้าออฟฟิศ กปอ.- ช. 3. พิณอีสานพร้อมลีดเดอร์จากบ้านเวียงสวรรค์ ต.แม่เมาะ จะอยู่ประจำบริเวณ จุดกลับตัว 10 กิโลเมตร 4 กองเชียร์ดนตรีบ้านดง ต.บ้านดง จะอยู่ประจำบริเวณระหว่างทางไปสะพานหัวฝายและสามแยกนาสัก

ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ศึกษาดูงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 ณ ห้องเทิดคุณธรรม อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ กฟผ แม่เมาะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก นำโดย นางเตือนจิต ช้างรบ วิทยากรระดับ 11 ในโอกาสศึกษาดูงานการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมรับฟังบรรยายโดยหัวหน้า โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการต่างๆ ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาดตาม แผนงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกันเพื่อเป็นแนวทาง ในการส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน จากนั้นคณะเข้าเยี่ยมชมสินค้าชุมชน อ.แม่เมาะ ที่อาคาร The Blocks กฟผ.แม่เมาะ โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm พื้นที่อพยพบ้านดง ต.บ้านดง และ โรงเรือนเมล่อนสวนลุงสิงห์ ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านใหม่นาแขม ต.แม่เมาะ

กฟผ.แม่เมาะ เปิดโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งแบบปิดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ นำร่องในพื้นที่อพยพต้นแบบบ้านดง อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ณ โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง พื้นที่อพยพบ้านดง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm นำร่องในพื้นที่อพยพต้นแบบ ต.บ้านดง โดยมีนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 ,นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ , นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัด พร้อมด้วย ผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ส่วนราชการ ภาคเอกชน ในพื้นที่ จ.ลำปาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และราษฎร ในพื้นที่ ต.บ้านดง เข้าร่วมงาน ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กฟผ.แม่เมาะ และ บริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัด ภายใต้การขับเคลื่อนของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ หนึ่งในโครงการ Smart Economy ที่ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่จำกัด

โดยโรงเรือนสามารถปลูกผักได้ประมาณ 1 หมื่นต้นต่อเดือน ในอนาคตวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมแนวตั้ง กฟผ. และคู่ความร่วมมือ จะช่วยกันขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของ ” โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ ” เป็นพื้นที่แห่งการท่องเที่ยว และ Landmark ที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.ลำปาง

นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด

กล่าวว่า “โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm ในระบบปิดเต็มรูปแบบที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ ขนาดพื้นที่โรงเรือน 156 ตารางเมตร มีผลผลิตทางการเกษตรเทียบเท่ากับการทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ และผักของโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งสามารถรองรับการรับประทานผักได้ 100 ครัวเรือน โดยผักที่ปลูกในที่แห่งนี้ มีการควบคุมคุณภาพอากาศ น้ำ และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผักทำให้สามารถปลูกผักที่ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี การทำงานในโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งแบบปิด คนที่เข้าทำงานจะต้องใส่ชุด PPE เพื่อเป็นการปกป้องผักควบคุมสิ่งปนเปื้อนที่มาจากภายนอก สร้างความมั่น ใจแก่ผู้บริโภคว่าเป็นผักที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง รับประทานได้โดยที่ไม่ต้องล้าง สามารถตรวจสอบการผลิตและแหล่งที่มาของผักได้ โดย บริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัดจะเป็นผู้ดูแลเรื่องการตลาด และ การขายให้กับโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งแห่งนี้ “

สำหรับพื้นที่รองรับการอพยพแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดรองรับสำหรับการอพยพถิ่นฐานของราษฎร ต.บ้านดง ที่ประกอบไปด้วย 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหัวฝาย หมู่ 1 , บ้านดง หมู่ 2 , บ้านสวนป่าแม่เมาะ หมู่ 7 และ บ้านหัวฝายหล่ายทุ่ง หมู่ 8 เพื่อให้พื้นที่อพยพแห่งนี้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่จึงมีแผนส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรที่อพยพไปยังบริเวณพื้นที่จัดสรรใหม่ ตามแผนงานเศรษฐกิจอัจฉริยะ (SMART ECONOMY) โดยนำร่องส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร นำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่เข้ามาใช้ในโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง (Vertical Farm)

กฟผ.แม่เมาะ และหน่วยงานราชการ จ.ลำปาง ร่วมหารือเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30

เมื่อวันที่27 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุม อาลัมภางค์ ศาลากลางจังหวัดลำปาง นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่ ว่าราชกาจังหวัดลำปาง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 2ประจำปี 2566 โดยมี นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานหมวดส่งเสริมเศรษฐกิจ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน จ.ลำปาง เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันฯ ในด้านต่างๆ ประกอบด้วย ฝ่ายการออกแบบและประชาสัมพันธ์ ฝ่ายระบบรับสมัครและจัดจำหน่าย ฝ่ายเทคนิคการกีฬาและการจัดการแข่งขัน ฝ่ายการแพทย์และการพยาบาล ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายประสานงานและ ชุมชนสัมพันธ์และฝ่ายสวัสดิการ โดยจะมีการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 30 ในวันที่ 15 ตุลาคม 2566

กอ.รมน.ภาค 3 หารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่25 กันยายน 2566 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ .ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะให้การต้อนรับ พล.ท.วีรวัฒน์ วิวัตน์วานิช ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมคณะในโอกาสเข้าประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ ตื่น ฟื้น คืน ชีวิต สัมพันธ์ โดย โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ได้นำเสนอการขับเคลื่อนเพื่อให้อำเภอแม่เมาะเป็นเมืองแห่งพลังงานสีเขียว (Mae Moh Green Area) และ โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลผสมลิกไนต์ (Biomass Co-Firing) ซึ่งการหารือดังกล่าว กอ.รมนภาค 3 ได้นำเสนอรายงานผลการดำเนินโครงการฯ ระหว่างเดือน ตุลาคม 2564 กันยายน 2566 โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้ร่วมในกิจกรรมรับซื้อเชื้อเพลิงอัดแท่งจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อนำมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะเพิ่มสัดส่วน โดยในอนาคตหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โครงการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เป็นสาเหตุของการเผาและจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ได้อีกด้วย โครงการ ตื่น ฟื้น คืน ชีวิต สัมพันธ์ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีการดำเนินกิจกรรม สร้างป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง เพิ่มรายได้ โดยได้ขยายผลให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร

กฟผ.แม่เมาะ ลงนามความร่วมมือกับ วิทยาลัยเทคนิคลำปาง เดินหน้าต่อเนื่องเสริมสร้างศักยภาพ นักศึกษาอาชีวศึกษา จ.ลำปาง ด้านยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร รองรับการเติบโตตลาดแรงงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 นายธีระพล บุญตัน ปลัดอาวุโส อำเภอแม่เมาะ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU โครงการส่งเสริมทักษะความรู้ด้านการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนากำลังคนสายอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี นายอรรถพล อิ่มหนำ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษา โรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.แม่เมาะ และ นายณัฐนนท์ ภู่อริยพงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลำปาง จ.ลำปาง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมด้วย พลังงานจังหวัดลำปาง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง บริษัท ดับเบิลยูพีอีวี จำกัด ตลอดจนผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ กฟผ.แม่เมาะ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กล่าวถึงการลงนาม MOU ว่าดำเนินการพัฒนาขยายผลต่อเนื่องจากโครงการส่งเสริมการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion Project) หนึ่งในแผนงานด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) กฟผ.แม่เมาะ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ 22 สิงหาคม 2565 เพื่อสร้างบุคลากรและนักศึกษาสายอาชีวศึกษาใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ให้มีทักษะดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สู่ตลาดแรงงานอุตสาหกรรมรถ EV ที่ มีแนวโน้มเติบโตและเป็นที่นิยมมากขึ้นเนื่องมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และนโยบายส่งเสริม EV จากภาครัฐ ตลอดจนพัฒนาพลังงานสะอาดใน อ.แม่เมาะ เพื่อมุ่งสู่เขตสาธิตคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality) ตามนโยบายของรัฐ โดย กฟผ.แม่เมาะ จัดตั้งศูนย์อบรมดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าที่วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ เป็นแห่งแรกใน จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 พร้อมสนับสนุนรถยนต์ รถตู้และ มอเตอร์ไซค์ ใช้แล้วแต่สภาพดีนำมาใช้ในการเรียนการสอนร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง จ.ลำปาง และ จ.ลำพูน จนนักศึกษามีทักษะเชี่ยวชาญและดัดแปลงรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้าได้ สำเร็จและนำมาใช้งานได้จริงจึงขยายผลสร้างบุคลากรอาชีวศึกษาสู่วิทยาลัยเทคนิคลำปาง สำหรับความร่วมมือจากทาง กฟผ.แม่เมาะ

นายอรรถพล อิ่มหนำ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กฟผ แม่เมาะ เปิดเผยว่า กฟผ.แม่เมาะได้สนับสนุนรถกระบะ ใช้แล้วแต่สภาพดีมาใช้ในการเรียนการสอนที่วิทยาลัยเทคนิคลำปางจำนวน 1 คัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 รวมถึงงบสำหรับจัดซื้อครุภัณฑ์จำเป็นต่างๆ ในการเรียนการสอน เช่น ชุดดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ชุดใส่ฝึกเรียนรู้อุปกรณ์ทำสีรถ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ การดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนำยานยนต์ที่ดัดแปลงแล้วไปตรวจสอบมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าด้วยเครื่องวัดประสิทธิภาพ Chassis Dynamometer) ตลอดจนการจดทะเบียนอย่างถูกต้องที่สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปาง ถือเป็นการเรียนรู้ครบทุกกระบวนการในการส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะในการดัดแปลงยานยนต์ ไฟฟ้า

ด้าน นายณัฐนนท์ ภู่อริยพงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลำปาง จ.ลำปาง กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคลำปาง ได้ดำเนินตามนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัว โดยในปี 2566 ได้เป็นสถาบันอาชีวศึกษานำร่อง 1 ใน 51 สถานศึกษาที่เปิดสอนสาขาวิชายานยนต์ไฟฟ้า ระดับ ปวช . รับนักศึกษาจำนวน 20 คน และ สาขาวิชาเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า ระดับ ปวส. จำนวน 20 คน และเริ่มจัดให้มีการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เป็นต้นไป การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ กฟผ.แม่เมาะ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มศักยภาพพัฒนาบุคลากรสายงานอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศอีกด้วย

กฟผ.แม่เมาะ มอบงบจัดซื้อรถไถฟาร์มแทรกเตอร์ บรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุสาธารณภัย ต.บ้านดง

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านท่าสี ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ .) แม่เมาะ นำโดย นางจันทร์ฉาย พงษ์ลังกา ผู้บริหารหน่วยชุมชนสัมพันธ์ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ มอบงบสนับสนุนโครงการภายใต้แผนงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตและราษฎรอำเภอแม่เมาะ ประจำปี 2566 ดังนี้
1. โครงการสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มตัดเย็บ ผ้าพื้นเมือง บ้านสวนป่าแม่เมาะ หมู่ 7 จำนวน 60,000 บาท จัดซื้ออุปกรณ์จำเป็นในการตัดเย็บเช่น จักรเย็บผ้า เครื่องตัดผ้า เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนว่างงานในหมู่บ้านที่เป็นผู้สูงอายุ แม่บ้านรวมถึงเยาวชนที่ต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และมีรายได้ เสริมและโครงการบำรุงระบบประปาหมู่บ้าน บ้านสวนป่าแม่เมาะ หมู่ 7 จำนวน 80,000 บาท จัดซื้ออุปกรณ์จำเป็น ในการตรวจสอบระบบประปาหมู่บ้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชุมชนมีน้ำ ใช้ที่สะอาดและปลอดภัย โดยมีนายธนภัทร พาระแพน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสวนป่าแม่เมาะ เป็นผู้รับมอบ

2. โครงการจัดซื้อรถไถฟาร์มแทรกเตอร์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ขนาดไม่น้อยกว่า 75 แรงม้า พร้อมอุปกรณ์ฯ ประจำปี 2566 จำนวน 1,900,000 บาท ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง โดยมีนางณัฐิยา อุปกิจ เลขานุการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดงเป็น ผู้รับมอบ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนชุมชน ต.บ้านดง จากเหตุสาธารณภัยต่างๆ เช่น น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ ต้นไม้หักโค่นปิดทับเส้นทางสัญจร ที่ประสบปัญหาด้านสาธารณภัยเป็นประจำทุกปี ได้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ขยายผลต่อเนื่อง “เห็ดป่าคืนถิ่นฯ” รักษาสมดุลป่า สร้างแหล่งอาหารและรายได้สู่ 2 ชุมชน ต.นาสัก

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านสบจาง ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ แม่เมาะ เป็นประธานเปิดอบรมเชิงลึกโครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ” แก่ชุมชนบ้านทุ่งเลางามและบ้านสบจาง ต.นาสัก จำนวน 106 คน โดยมี นางรุ่งทิวา วงค์แสน วิทยากรจากศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถ่ายทอดองค์ความรู้หลักการเพาะเห็ดและสาธิตขั้นตอนการทำหัวเชื้อเห็ดป่า พร้อมนำผู้เข้าอบรมลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ทั้งนี้การอบรมเชิงลึก โครงการเห็ดป่าคืนถิ่นฯ ดำเนินการต่อยอดขยายผลต่อเนื่อง โดยผู้เข้าอบรมจะนำองค์ความรู้ และต้นยาง นำที่มีเชื้อเห็ดบริเวณรากพร้อมหัวเชื้อเห็ดที่ได้รับไปต่อยอดและปฏิบัติจริงในพื้นที่ป่าชุมชนแล และพื้นที่ของตนเองเพื่อชุมชนสามารถต่อยอดเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้จากการเพาะเชื้อเห็ด ตลอดจนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชุมชนให้มีเห็ดหลากหลาย ลดการเผาป่าเพื่อหาเห็ดก่อให้เกิดความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของป่า

กฟผ. จัดโครงการแว่นแก้วหน่วยที่ 518 ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรีให้ประชาชนอำเภอแม่เมาะ 500 คน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ร่วมกับโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง)และ บริษัท หอแว่นกรุ๊ป จำกัด ออกหน่วยให้บริการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอำเภอแม่เมาะ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 ณ องค์การบริหารส่วนตาบลนาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมออกหน่วยให้บริการตรวจวัดสายตา ในโครงการแว่นแก้ว หน่วยที่ 518 เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่มีปัญหาสายตา โดยมอบแว่นตาโดยไม่คิดมูลค่าให้กับผู้มีปัญหาทางสายตา ในอำเภอแม่เมาะ 5 ตำบล จำนวน 500 คน พร้อมมอบงบประมาณ 300,000 บาท สนับสนุนโรงพยาบาลเมตตา ประชารักษ์(วัดไร่ขิง) โดยมีนายบุญเทียน กาคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก นายศุภณัฐกรณ์ มูลฟู สาธารณสุขอำเภอแม่เมาะ นางสุมนา ธรรมเมธา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำชุมชนอำเภอแม่เมาะ ร่วมต้อนรับ

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2

กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความร่วมแรงร่วมใจของภาครัฐ และภาคเอกชนที่ร่วมกันทาความดีเพื่อสังคม เป็น
โครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและผู้มีปัญหาทางสายตา โดยแว่นตาที่ได้รับจากโครงการแว่นแก้วจะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพทางสายตาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การจัดโครงการแว่นแก้วหน่วยที่ 518 ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กฟผ. และบุคลากรในการออกหน่วย ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) องค์การบริหารส่วนตำบลนาสักและหน่วยงานต่างๆ ที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้”

นายบุญศรี อินเตชะ ราษฎรบ้านทุ่งเลางาม ต.นาสัก อ.แม่เมาะ

กล่าวว่า “ทราบข่าวจากผู้ใหญ่บ้านว่า กฟผ. จะมาออกหน่วยตัดแว่นตาให้ฟรี ตนเองมีปัญหาสายตายาวตามอายุ ทำให้มีปัญหาในการมองเห็น ประกอบกับการตัดแว่นแต่ละครั้งต้องเดินทางไกลไปในเมืองลำปาง มีค่าใช้จ่ายที่สูง ดีใจที่ กฟผ.มาตัดแว่นตาให้ฟรีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้”

ด.ญ.กฤติญา พิมพ์แก้ว นักเรียนโรงเรียนสบจางวิทยา ต.นาสัก อ.แม่เมาะ

กล่าวว่า “มีปัญหาด้านสายตาสั้น ได้ตรวจวัดสายตาและได้แว่นใหม่จาก กฟผ.รู้สึกดีใจมาก ขอขอบคุณ กฟผ.ที่มีโครงการดีๆ แบบนี้”

นายคมศิลป์ นิวรรณเปี้ย ราษฎรบ้านใหม่นาแขม ต.แม่เมาะ

กล่าวว่า “ครงการดังกล่าวช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาทางสายตาได้เข้าถึง นอกจากจะได้แว่นตาฟรีโดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย
แล้ว ในรายที่มีปัญหาสายตาก็สามารถขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ นับว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์กับชาวบ้านมาก ต้องขอบคุณ กฟผ.”

กฟผ.ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่มีปัญหาด้านสายตาให้เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจึงจัด “โครงการแว่นแก้ว” ขึ้นตั้งแต่ปี 2546.. เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 48พรรษาโดยร่วมกับธนาคารแว่นตาโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) และบริษัท หอแว่น กรุ๊ป จำกัด ออกหน่วยวัดสายตาประกอบแว่นโดยไม่คิดมูลค่า จำนวน 517 ครั้ง ครอบคลุม 64 จังหวัด ทั่วประเทศ นับเป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี