กฟผ.แม่เมาะ ชู Lampang Green Model ทางรอด จังหวัดลำปาง ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว

กฟผ.แม่เมาะ จัดกิจกรรมจิบกาแฟแฉไอเดีย พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับสื่อมวลชน จ.ลำปาง ถึงความก้าวหน้าภาพรวมของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ตลอดจนโครงการ Mae Moh Green Model สู่ Lampang Green Model จังหวัดลำปางสู่เส้นทางการเป็นต้นแบบเมืองสีเขียว เชิญชวนสื่อมวลชนในพื้นที่เป็นอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนโครงการต่อยอดเศรษฐกิจและการพัฒนาจังหวัดลำปาง

เเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุม Tara Hall A โรงแรม Tree Tara อ.เมือง จ.ลำปาง แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)แม่เมาะ จัดกิจกรรมจิบกาแฟแฉไอเดีย เพื่อให้ผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ พบปะสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับสื่อมวลชนในพื้นที่ จ.ลำปาง ในหัวข้อ “Mae Moh Green Model สร้างสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสู่เมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” เพื่อแถลงถึงความคืบหน้าตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีในการขับเคลื่อนโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ที่มุ่งพัฒนาพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมใน 3 มิติ ได้แก่เศรษฐกิจสิ่งแวดล้อมและพลังงานรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินไปสู่พลังงานสะอาดในอนาคต โดยมีนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City), นางฐิติพร สุภาษี หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ และนายศีลวันต์ โสฬสลิขิต หัวหน้าหมวดบริหารจัดการพื้นที่ หน่วยวางแผนและบริหารจัดการ เป็นผู้ให้ข้อมูลและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับสื่อมวลชน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ จ.ลำปาง ได้ให้ความสนใจในประเด็นการก้าวไปสู่ Lampang Green Model จังหวัดลำปางสู่เส้นทางการเป็นต้นแบบเมืองสีเขียวตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(PDP 2024) เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะจะลดลงกว่าครึ่งในปี 2569 และกิจกรรมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะและเหมืองแม่เมาะจะสิ้นสุดลงในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) ของจังหวัดลำปางกว่า 12,505 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17.5 ซึ่งจังหวัดลำปางเป็น 1 ใน 10 เมืองรองที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ มิติด้านการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมรับการผลักดันสู่การเป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) ผ่านการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะ และจังหวัดลำปาง เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกส์ ผ่านแผนศึกษาพัฒนาพลังงานสะอาด ของ กฟผ. อาทิ Solar Farm, Biomass, Hydrogen Fuel source, Pump Storage และ Carbon Capture Storage เพื่อเพิ่มทางเลือกและตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ สื่อมวลชนยังให้ความสนใจกิจกรรมการท่องเที่ยวด้านกีฬาอย่างงานวิ่งแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนที่ล่าสุดสามารถยกระดับสนามแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนสู่มาตรฐาน World Athletics แห่งแรกในภาคเหนือ สามารถต่อยอดสร้างเศรษฐกิจให้กับผู้คนในพื้นที่ ตลอดจนการหาตลาดจำหน่ายสินค้าให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ให้เกิดความยั่งยืนในการสร้างอาชีพ และได้ชื่นชมการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ ภายใต้การดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ที่ได้เตรียมความพร้อมในการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ชุมในพื้นที่ อ.แม่เมาะ อย่างยั่งยืน หาก กฟผ.แม่เมาะ หยุดกิจการผลิตไฟฟ้า ซึ่งสื่อมวลชนมองว่าโครงการของโครงการแม่แม่เมาะเมืองน่าอยู่เป็นโปรเจคใหญ่ระดับจังหวัดและระดับประเทศต้องดึงทุกภาคส่วนในจังหวัดลำปางเข้ามาร่วมกันดำเนินงานในการขับเคลื่อนให้สำเร็จและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) กล่าวช่วงท้ายของงานในครั้งนี้ว่า ขอบคุณสื่อมวลชนทุกๆท่านที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่มาโดยตลอด ทำให้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาดูศึกษางานเป็นจำนวนมาก หลายๆโครงการสามารถนำไปขยายผลต่อยอดในพื้นที่อื่นๆได้ สื่อมวลชนถือเป็นอีกพันธมิตรหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่แม่เมาะ และลำปาง เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดลำปาง กฟผ. จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะเติบโตและยั่งยืนไปด้วยกัน

กฟผ. มุ่งสร้างชุมชนยั่งยืน ดึงชุมชนและพันธมิตรพัฒนาแม่เมาะสู่นิคมชุมชนเกษตร เตรียมพร้อมสู่ธุรกิจเพื่อสังคม มุ่งสู่เมืองอุตสาหกรรมสีเขียว

กฟผ. ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจ และ Startup ด้านอุตสาหกรรมเกษตร เปิดตัวโครงการ นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะบนพื้นที่รองรับการอพยพราษฎรบ้านดง ผลิตผักปลอดสารพิษส่งตลาดชั้นนำ ของประเทศ พร้อมพัฒนาสู่ Social Enterprise สร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567) นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ และโรงเรือนส่งเสริมเกษตรอินทรีย์แห่งใหม่บนพื้นที่รองรับการอพยพราษฎรบ้านดง โดยมีนายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายวิชัย ทองแตง ที่ปรึกษาบริษัท คิว บ็อกซ์ พอยท์ จำกัด นายธิติพันธ์ บุญมี ประธานบริหารบริษัท คิว บ็อกซ์ พอยท์ จำกัด นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ ประธานบริหารบริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด ว่าที่ รต. ธนพงษ์พันธ์ เกี๋ยงแก้ว กำนันตำบลบ้านดง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ จำกัด กานต์-ชนนิกานต์ สุพิทยาพร นางสาวไทยประจำปี 2566 ณิชา-ณิชา พูลโภคะ รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร ผู้แทนจากหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เข้าร่วมงาน ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่ เกษตรใหม่ เศรษฐกิจใหม่ ชีวิตใหม่” ณ โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง หมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ อยู่ภายใต้การดำเนินงานด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ของ กฟผ. นำร่องที่ชุมชนหมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยปี 2566 ส่งเสริมเกษตรกรรมแนวตั้ง (Vertical Farm) ปลูกผักปลอดสารพิษ ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน (บริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด) นำเทคโนโลยี มาผสมผสานกับการทำเกษตรกรรมและถ่ายทอดสู่ชุมชนเป็นแห่งแรกของภาคเหนือ กำลังการผลิต 1 ตัน/เดือน ส่งขายถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่านช่องทางตลาด Online ในแบรนด์ Mae Moh Fresh ซึ่งวิสาหกิจชุมชนเกษตรแนวตั้งตำบลบ้านดง เป็นเจ้าของธุรกิจ และบริหารจัดการโดยคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ในนามของบริษัท นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ จำกัด และในปี 2567 นี้ จะมีการเปิดตัวหน่วยธุรกิจใหม่คือเกษตรอินทรีย์ 6 โรงเรือน กำลังการผลิต 4.8 ตัน/เดือน มีอาคารรวบรวมสินค้าระบบพลังโซลาร์เซลล์ โดย กฟผ. ได้ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน (บริษัท คิว บ็อกซ์ พอยท์ จํากัด) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตรด้านการผลิตพืชผักอาหารปลอดภัยภายใต้แพลตฟอร์ม “Farmbook” เชื่อมโยงผู้ผลิตไปยังตลาดที่สำคัญ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร โรงแรม สร้างรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ยังมีแผนในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพใน อ.แม่เมาะ ต่อไปด้วย

กฟผ.ร่วมเวทีสัมมนาเชิงนโยบาย NEC-Creative LANNA ปักหมุดพัฒนาแม่เมาะเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอนาคต

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ร่วมเวทีสัมมนาเชิงนโยบายกลไกการขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC-Creative Lanna) ด้วยแนวคิด (BCG Economy)ผลักดันนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ 4 จังหวัดแกนกลาง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และ จังหวัดลำปาง โดยเตรียมพัฒนาจังหวัดลำปางเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกสในอนาคต

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วย นายศีลวันต์ โสฬสลิขิต หัวหน้าหมวดส่งเสริมเศรษฐกิจ หน่วยพัฒนาโครงการ และนางจุฬาลักษณ์ เมืองทา หัวหน้าหมวดแผนงานโครงการ หน่วยงางแผนและบริหารจัดการ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ แม่เมาะ ร่วมประชุมสัมมนาเชิงนโยบายกลไกการขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC-Creative Lanna) ด้วยแนวคิด BCG Economy ภายใต้โครงการ การพัฒนาแผนแม่บทระเบียงเศรษฐกิจ ด้วยแนวคิด BCG Economy ที่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อน ผู้ประกอบการและธุรกิจในพื้นที่ภายใต้ความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการลงทุน การสร้างงาน สร้างเมืองผลิตภัณฑ์บริการต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดแกนกลาง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษาและภาคประชาสังคมเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนิน โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ตั้งแต่ปี 2565 เป็นการการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่แม่เมาะในมิติ Smart Economy, Smart Environment และ Smart Energy มีแผนส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม สีเขียวในพื้นที่อำเภอแม่เมาะที่สอดรับตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือบนฐาน Bio-Circular–Green Economy ของจังหวัดลำปาง ด้วยโครงการเรือธง (Flagship Projects)คือ การเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกส์ โดยจะพัฒนาพื้นที่ให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและแหล่งผลิตพลังงานสะอาดใน อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาให้อำเภอแม่เมาะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมดิจิทัล Digital Park ภาคเหนือ มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ในพื้นที่ ตามเส้นทางรถไฟทางคู่เพื่อสร้างเป็นลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ Container Yard ในพื้นที่เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็น Logistics and Wholesale Hub ในอนาคต

กฟผ.แม่เมาะ เปิดโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งแบบปิดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ นำร่องในพื้นที่อพยพต้นแบบบ้านดง อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ณ โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง พื้นที่อพยพบ้านดง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm นำร่องในพื้นที่อพยพต้นแบบ ต.บ้านดง โดยมีนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 ,นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ , นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัด พร้อมด้วย ผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ส่วนราชการ ภาคเอกชน ในพื้นที่ จ.ลำปาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และราษฎร ในพื้นที่ ต.บ้านดง เข้าร่วมงาน ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กฟผ.แม่เมาะ และ บริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัด ภายใต้การขับเคลื่อนของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ หนึ่งในโครงการ Smart Economy ที่ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่จำกัด

โดยโรงเรือนสามารถปลูกผักได้ประมาณ 1 หมื่นต้นต่อเดือน ในอนาคตวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมแนวตั้ง กฟผ. และคู่ความร่วมมือ จะช่วยกันขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของ ” โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ ” เป็นพื้นที่แห่งการท่องเที่ยว และ Landmark ที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.ลำปาง

นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด

กล่าวว่า “โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm ในระบบปิดเต็มรูปแบบที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ ขนาดพื้นที่โรงเรือน 156 ตารางเมตร มีผลผลิตทางการเกษตรเทียบเท่ากับการทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ และผักของโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งสามารถรองรับการรับประทานผักได้ 100 ครัวเรือน โดยผักที่ปลูกในที่แห่งนี้ มีการควบคุมคุณภาพอากาศ น้ำ และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผักทำให้สามารถปลูกผักที่ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี การทำงานในโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งแบบปิด คนที่เข้าทำงานจะต้องใส่ชุด PPE เพื่อเป็นการปกป้องผักควบคุมสิ่งปนเปื้อนที่มาจากภายนอก สร้างความมั่น ใจแก่ผู้บริโภคว่าเป็นผักที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง รับประทานได้โดยที่ไม่ต้องล้าง สามารถตรวจสอบการผลิตและแหล่งที่มาของผักได้ โดย บริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัดจะเป็นผู้ดูแลเรื่องการตลาด และ การขายให้กับโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งแห่งนี้ “

สำหรับพื้นที่รองรับการอพยพแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดรองรับสำหรับการอพยพถิ่นฐานของราษฎร ต.บ้านดง ที่ประกอบไปด้วย 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหัวฝาย หมู่ 1 , บ้านดง หมู่ 2 , บ้านสวนป่าแม่เมาะ หมู่ 7 และ บ้านหัวฝายหล่ายทุ่ง หมู่ 8 เพื่อให้พื้นที่อพยพแห่งนี้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่จึงมีแผนส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรที่อพยพไปยังบริเวณพื้นที่จัดสรรใหม่ ตามแผนงานเศรษฐกิจอัจฉริยะ (SMART ECONOMY) โดยนำร่องส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร นำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่เข้ามาใช้ในโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง (Vertical Farm)

แม่เมาะเมืองน่าอยู่ ดันเด็กรุ่นใหม่แม่เมาะ สู่กลุ่มวิสาหกิจบริหารจัดการเกษตรกรรมแนวตั้ง นำร่องพื้นที่อพยพบ้านดง

“สิ่งนี้ไม่ใช่แค่พรหมลิขิต แต่มันคือโอกาสดีๆ ที่ กฟผ. ช่วยเปิดทางให้เยาวชนท้องถื่นอย่างพวกเรา” น้องผักบุ้งกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มวิสาหกิจบริหารจัดการเกษตรกรรมแนวตั้ง อ.แม่เมาะ

ผักบุ้ง เบ็นซ์ มุก และโบ๊ทเป็นเยาวชน อ.แม่เมาะ ที่เข้าร่วมโครงการพลังงานร่วมใจ สร้างาน พัฒนาชุมชน (New Jobber) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ มาตั้งแต่ปี 2564 ต่อเนื่องมายังปี 2565 โดยได้ดูแลโครงการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรรมแนวตั้ง นำร่องพื้นที่อพยพต้นแบบ ต.บ้านดง ซึ่งโครงการที่ กฟผ. โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเกษรกรรมแนวตั้งในประเทศไทย ร่วมกันพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ อ.แม่เมาะ ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการทำเกษตรกรรมแนวตั้ง นำร่องในพื้นที่อพยพ ต.บ้านดง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีพื้นที่ทำการเกษตรต่อครัวเรือนน้อย ทั้งดินที่ไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก การปลูกพืชแนวตั้งจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับพื้นที่อพยพ เนื่องจากเป็นการปลูกพืชไร้ดิน ใช้พื้นที่น้อยแต่ได้ผลผลิตเยอะกว่าการเกษตรแบบเดิม ทั้งช่วยลดข้อจำกัดต่างๆ ด้านภูมิศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ โรคและแมลงศัตรูพืชอีกด้วย

เพื่อให้การบริหารจัดการฟาร์มแนวตั้งเป็นไปอย่างมีระบบ จึงมีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจบริหารจัดการเกษตรกรรมแนวตั้ง อ.แม่เมาะ ขึ้น โดยนำกลุ่มเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ New Jobber ที่มีทักษะความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ทั้งด้านอุตสาหกรรมเกษตรสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ด้านบัญชี และด้านการตลาดซึ่งก็คือผักบุ้ง เบ็นซ์ มุก และโบ๊ทเข้ามาเป็นลุ่มวิสาหกิจ เริ่มต้น โดยได้รับการฝึกปฏิบัติทักษะการปลูกพืชแนวตั้งแบบครบวงจรจากบริษัท ไดสตาร์ เฟรช และจัดตั้งโรงเรือนสาธิต สำหรับเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ กฟผ.แม่เมาะ ทั้งนี้ในปี 2566 จะมีการจัดตั้งโรงเรือนนำร่องขนาด 156 ตารางเมตร ขึ้นในพื้นที่อพยพ ต.บ้านดง ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนที่มีชุมชนบ้านดงเป็นเจ้าของและนำกำไรส่วนหนึ่งจากการขายผลผลิตมาเป็นค่าจ้างกลุ่มวิสาหกิจบริหารจัดการเกษตรกรรมแนวตั้งฯ ทำให้เยาวชนกลุ่มนี้มีอาชีพและรายได้ไม่ต่างจากการทำงานในเมืองใหญ่และยังได้ทำงานอยู่ที่บ้านเกิดอีกด้วย

ในอนาคตอันใกล้ จะมีการขยายผลการจัดตั้งฟาร์มแนวตั้งขึ้นในหมู่บ้านอื่นๆ ของ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง เปิดโอกาสให้เยาวชนท้องถิ่นได้ทำงานที่บ้านเกิดของตนเอง พร้อมๆ กับการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ได้ร่ำเรียนมาพัฒนาพื้นที่ ทั้งส่งเสริมให้เกิดอาชีพใหม่ ที่สร้างรายได้เทียบเคียงกับค่าครองชีพในเมืองใหญ่ นำพา อ.แม่เมาะ สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง

อพยพราษฎร ต.บ้านดง งานก่อสร้างสาธารณูปโภคแล้วเสร็จเกือบครบเตรียมนำร่องโรงเรือนการเกษตรแนวตั้งในพื้นที่

ความก้าวหน้างานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่จัดสรรเพื่อรองรับการอพยพราษฎรของ ตำบลบ้านดง 4 หมู่บ้าน โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำปางรับผิดชอบดำเนินการในงาน ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ได้ดำเนินการปรับพื้นที่เพื่อแบ่งแปลง งานก่อสร้างโรงเรียนวัดหัวฝาย งานก่อสร้างตลาด งานก่อสร้างถนน-สะพาน งานก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน (หมู่1,หมู่2,หมู่7 และหมู่8) งานปรับพื้นที่พร้อมวางท่อระบายน้ำเชื่อมแปลง และงานระบบน้ำแบบฝาปิดหน้าโรงเรียนแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย คงเหลือเพียงงานก่อสร้างวัดหัวฝาย,หัวฝายหล่ายทุ่ง ดำเนินการไปแล้ว 90% งานก่อสร้างฌาปนสถาน หมู่2 ดำเนินการไปแล้ว 87% และหมู่1 ดำเนินการไปแล้ว 60% สำหรับการจัดราษฎรเข้าพื้นที่จัดสรรในพื้นที่รองรับการอพยพ 4 หมู่บ้าน ต.บ้านดง สำนักงานที่ดินจังหวัดลำปางได้ดำเนินการจัดทำสมุดประจำตัวผู้ได้รับการช่วยเหลือให้รับที่จัดสรรจำนวน 810 แปลง แล้วเสร็จโดย กฟผ.แม่เมาะ เตรียมส่งมอบให้กับเจ้าของพื้นที่จัดสรรในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนงานปรับพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับการปลูกบ้านพักอาศัย ครั้งที่2 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการโดยโยธาธิการและผังเมืองลำปาง ทั้งนี้งานจับสลากแปลงจัดสรรพื้นที่รองรับอพยพราษฎร 4 หมู่บ้าน ต.บ้านดง ครั้งที่2 จำนวน 26 ราย 26 แปลง ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันราษฎรที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่ได้เข้าก่อสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่แปลงจัดสรรที่ได้รับแล้ว

ด้านงานเศรษฐกิจอัจฉริยะ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เตรียมจัดตั้งโรงเรือนสำหรับทำการเกษตรกรรมแนวตั้งระบบปิดต้นแบบบนพื้นที่รองรับการอพยพราษฎร 4 หมู่บ้าน ต.บ้านดง ที่ปัจจุบันมีราษฎรได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจบริหารจัดการเกษตรกรรมแนวตั้งอำภอแม่เมาะ เพื่อเตรียมประกอบธุรกิจเพาะปลูกพืชผักใบเขียวในอาคารโรงเรือนแบบแนวตั้ง โดยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมแนวตั้งอย่างบริษัทไดสตาร์ เฟรช จำกัด เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่เริ่มกระบวนการจนถึงการจัดหาสถานที่ในการจำหน่ายผลผลิต ซึ่งโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2566 จากนั้นจะเริ่มเพาะปลูกและเก็บผลผลิตพร้อมจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจได้ในปีเดียวกันคาดว่าวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้จาการขายผลผลิตทางการเกษตรรวมทั้งพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวร่วมกับ กฟผ.แม่เมาะ ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนในอนาคตอีกด้วย

กิน เที่ยว พัก สุดฟินที่แม่เมาะแบบสมาร์ต ผ่านเว็บไซต์ Mae Moh Tourism

www.maemohtourism.com

เว็บไซต์ที่โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ( Mae Moh Smart City) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล ทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก และกิจกรรม งานอีเวนต์ต่างๆ รวมถึงข่าวสารที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อ.แม่เมาะ ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งยังใช้เครื่องมือ SEO: Search Engine Optimization และ SEM: Search Engine Marketing ซึ่งเป็นการทำการตลาดออนไลน์ ผ่านเครื่องมือค้นหาทางอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เว็บไซต์ maemohtourism ขึ้นมาอยู่หน้าแรกเมื่อมีคนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อ.แม่เมาะ

www.maemohtourism.com พร้อมเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2565 โดยมุ่งเป้าให้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารด้านการท่องเที่ยวของ อ.แม่เมาะ ไปพร้อมๆ กับการทำแผนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านช่องทางอื่นๆ ของ กฟผ.แม่เมาะ อาทิ สารสารรายเดือน Social Media ทั้งยังดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในพื้นที่ให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยมุ่งเป้าผลักดันให้ อ.แม่เมาะ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายห้ามพลาดของการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคเหนือในอนาคตอันใกล้ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาความเจริญในพื้นที่ การเติบโตของเศรษฐกิจ เงินหมุนเวียน และการจ้างงานของคนในพื้นที่อีกด้วย

สบู่ส้มป่อยรำเผย ผลิตภัณฑ์ชุมชน อ.แม่เมาะ สู่ตลาดอินเตอร์วางจำหน่ายบนห้างสรรพสินค้าที่เชียงใหม่

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสมุนไพรรำเพยบ้านเวียงสวรรค์ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ของป้ารำเพย ผ่านสุวรรณ เป็น 1 ใน 7 ของผลิตภัณฑ์ที่เข้ารอบสุดท้ายในโครงการเพิ่มทักษะด้านการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในอำเภอแม่เมาะ ที่ กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(STeP) จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมการอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านแผนธุรกิจ และคัดเลือกผู้ประกอบการที่โดดเด่นและแตกต่างในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สู่ตลาดระดับประเทศ ในปี 2564 ซึ่งกลุ่มอาชีพสมุนไพรรำเพย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท

ด้วยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่นำ “ส้มป่อย” พืชสมุนไพรพื้นบ้านทางภาคเหนือมาเป็นวัตถุดิบสำคัญของผลิตภัณฑ์เนื้อสบู่ที่ถูกคิดค้นได้อย่างลงตัว มีกลิ่นหอมอ่อนๆจากส้มป่อยอาบแล้วผิวนุ่มลื่น ทำให้สบู่ส้มป่อยรำเพยเป็นที่ชื่นชอบจากกลุ่มลูกค้าสายผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเป็นอย่างมาก

ในโครงการ กฟผ.แม่เมาะ และ STeP ได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเปิดตลาดสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ 7 ผู้ประกอบการ อ.แม่เมาะ ได้พบปะนักลงทุนในภาคอุตสาหกรรม อาทิ Alibaba,ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน),บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), วันนิมมาน และริมปิงซุปเปอร์มาเก็ตฯที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จากเวทีการจับคู่ธุรกิจในวันนั้น ทำให้วันนี้สบู่ส้มป่อยรำเพยได้วางจำหน่ายบนศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ จ.เชียงใหม่ อีกด้วย

ป้ารำเพยเล่าว่า ดีใจเป็นอย่างมากที่ผลิตภัณฑ์ได้วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ต้องขอบคุณ กฟผ.แม่เมาะ ที่ได้จัดอบรมพัฒนาต่อยอดสินค้าของชุมชน อ.แม่เมาะ เงินรางวัลที่ได้รับในครั้งนั้นได้นำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์สินค้า อย. ให้สามารถทำงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากจะส่งสบู่ส้มป่อยให้กับสปาที่ประเทศพม่า เเละรีสอร์ตที่ จ.ภูเก็ต ในอนาคตสบู่รำเพยจะพัฒนาสูตรให้เป็นเจลอาบน้ำอีกด้วย ถึงเเม้ว่าผลิตภัณฑ์จะได้รับความสนใจจากตลาดที่หลากหลายมาก แต่ป้ารำเพยไม่หยุดที่จะพัมนาตัวเอง เมื่อมีโครงการอบรมให้ความรู้จาก กฟผ.แม่เมาะ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้ารำเพยจะเข้าร่วมทุกๆครั้ง

สนใจสบู่ส้มป่อยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100%
ได้ใบรับรองมาตรฐานจาก อย. ลองใช้สักครั้งแล้วจะติดใจ
สั่งซื้อได้ที่ ตลาดนัดกรีนมาร์เก็ต กฟผ.แม่เมาะ
และร้าน Northern Souvenirs ชั้น 4 ศูนย์การค้าเมญ่า จ.เชียงใหม่
: สบู่สมุนไพรส้มป่อยรำเพย
หรือสั่งโดยตรงได้ที่ป้ารำเพย โทร 08 9986 7474

ไผ่บงหสานเพชรน้ำผึ้ง พืชเศรษฐกิจน่าสนใจ โรคเกาต์ก็ทานได้

ไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง พืชเศรษฐกิจตัวใหม่อีกชนิดที่น่าสนใจเนื่องจากปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้ทั้งปี เป็นไผ่ที่สามารถ “ทานสด” ได้ทันที หรือนำไปประกอบอาหารได้โดยไม่ต้องนำมาต้ม เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งตอบโจทย์ผู้ป่วย “โรคเกาต์” และคนรักสุขภาพผู้ชื่นชอบการรับประทานหน่อไม้ เพราะไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ไม่มีสารยูริก และสารไซยาไนด์ ที่ส่งผลกระทบต่ออาการปวดของผู้ป่วยโรคเกาต์ ทั้งยังเป็นไผ่ที่เลี้ยงง่ายไม่มีโรคและแมลงรบกวน ทำให้ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ผู้ผลิตและผู้บริโภคปลอดจากสารพิษ ถือเป็นพืชอินทรีย์ที่ปลอดภัยสร้างรายได้จากการขายหน่อไม้ให้ผู้ปลูกในกิโลกรัมละ 70 บาท ทั้งนี้ยังสามารถขุดต้นไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งจำหน่ายขยายต้นกล้าพันธุ์ได้ในราคาต้นละ 100 บาท

ปัจจุบันมีเกษตรกรหลายพื้นที่ทั้งในจังหวัดลำปาง และใกล้เคียงที่นำไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง มาปลูกสร้างเป็นอาชีพ สร้างรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนบ้านต่อปี อาทิ สวนภูมิคำ ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง,ไร่ ธนน ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ต.แม่สุก อ.แม่ใจ จ.พะเยา,สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่

การปลูกไผ่บงหวาน เพชรน้ำผึ้ง

ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกต้นไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งด้วยวิธีการปลูกต้นกล้าพันธุ์เพราะให้ผลผลิตได้เร็วมีวิธีการปลูกดังนี้ 1.ไถเตรียมตดินเพื่อกำจัดวัชพืช โดยยกร่องห่างกันประมาณ 6-7เมตร ในระยะระหว่างต้น 2 เมตร ระยะระหว่างแถว 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ต้นไผ่บงหวาน 200 ต้น ขุดหลุมกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร คลุมหลุมปลูกด้วยขี้เถ้าแกลบเพื่อเก็บความชื้นจะทำให้ไผ่บงหวานโตเร็ว 2.นำกล้าไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งอายุ 6 เดือน ที่ขยายพันธุ์ด้วยการการขุดแยกเหง้าจากต้นกอไผ่หลักลงปลูกในแปลง 3.ให้น้ำ 3-4 วัน ต่อครั้ง แต่ละครั้งต้องให้น้ำจนกว่าโคนกอไผ่เปียกอย่างทั่วถึง หากเป็นช่วงฤดูฝน การให้น้ำควรดูตามสภาพอากาศ ถ้าดินชื้นตลอดควรให้น้ำตามด้วยการบำรุงด้วยการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเช่น มูลวัว มูลควาย และวัสดุที่เหลือจากการเกษตร เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด ใส่ที่โคนไผ่กอละ หนึ่งกระสอบปุ๋ย หรือประมาณ 30 กิโลกรัม ปีละ 2 ครั้ง การขยายพันธุ์โดยการขุดแยกเหง้าจากต้นจะให้ผลผลิตเร็ว ใช้เวลา 6-8 เดือนก็สามารถเก็บหน่อได

ด้านการตลาด

ปัจจุบันมีเกษตรกรหลายพื้นที่ในจังหวัดลำปาง และใกล้เคียงที่นำไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง มาปลูกสร้างเป็นอาชีพทำให้เกิดรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อปี อาทิ สวนภูมิคำ ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง,ไร่ ธนน ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ต.แม่สุก อ.แม่ใจ จ.พะเยา, สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพ

สอบถามข้อมูลการเลี้ยงไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งได้ที่สวนภูมิคำ: 091 096 3418
ไร่ธนน ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง: 065 474 5743
สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง: 088 964 4264
ข้อมูลจาก: www.technologychaoban.com

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมต้อนรับ ผวจ.ลำปางและส่วนราชการในการประชุมคณะกรรมการและหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมแถลงข้อมูลการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 18

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565

ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ พร้อมด้วยผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำปาง ในการประชุมคณะกรรมการและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำปาง ประจำเดือนกันยายน 2565 พร้อมประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

โอกาสนี้ นายประจวบ ดอนคำ มูล ชชม. ได้กล่าวรายงานในที่ประชุมว่า เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 18 ประจำ ปี 2565 จะจัดขึ้นในวันที่ 12-13 และ 19-20 พฤศจิกายน 2565 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ (ทุ่งบัวตอง) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดลำปางให้มีการจับจ่ายใช้สอยในจังหวัด โดยกำหนดจัดพิธีเปิดในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565 ภายในงานมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมมากมาย อาทิ กาดหมั้วบัวตอง การแสดงดนตรีในสวน กิจกรรมวิ่งเทรล โดย กฟผ.แม่เมาะ ได้จัดบริการรถรับ-ส่ง และจัดสรรพื้นที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยว จึงขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้พร้อมกับครอบครัวมาท่องเที่ยวในแม่เมาะ นอกจากนี้ยังได้แนะนำ คณะผู้บริหารจาก กฟผ.แม่เมาะ ทั้งที่ยังปฏิบัติหน้าที่และกำลังจะเกษียณอายุราชการ พร้อมทั้งผู้ปฏิบัติงานที่จะมาทำหน้าที่แทนผู้เกษียณ เพื่อให้การดำเนินงานร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดลำปางมีความคล่องตัวในการร่วมกันพัฒนาจังหวัดลำปางต่อไป