กฟผ.แม่เมาะ ผนึกกำลังหน่วยงานด้านการศึกษา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และภาคเอกชน ส่งเสริมสมรรถนะบุคลากร ด้านอาชีวศึกษา เดินหน้าโครงการยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565

ณ อาคารปฏิบัติการสาขางาน เฉพาะทางด้าน อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นำโดย นายอรรถพล อิ่มหนา ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมประชุมกับนายรุ่งโรจน์ อาริยะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ คณาจารย์ และนายวีระศักดิ์ แป้นพ่วง ผู้จัดการบริษัท WPEV จำกัด เพื่อหารือความพร้อมของสถานที่และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion Project) ซึ่งเป็นแผนงานหนึ่งในโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ที่เน้นการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมุ่งเป้าในการพัฒนาบุคลากรสายเทคนิคอาชีวศึกษาในพื้นที่ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้าน ยานยนต์ไฟฟ้า สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคตได้

โครงการยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion Project) เป็นโครงการที่ กฟผ. ร่วมมือกับทั้งหน่วยงานด้านการศึกษากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และภาคเอกชน ซึ่งระยะเริ่มต้นของโครงการจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรวบรวมองค์ความรู้ร่วมกับคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์และการดัดแปลง ก่อนจะเฟ้นหาบุคลากรด้านอาชีวศึกษาที่มีความรู้ความสนใจด้านยานยนต์ดัดแปลงเข้าอบรมเพื่อพัฒนาขีดความสามารถ โดยจัดตั้งศูนย์อบรมที่วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ ซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ จะสนับสนุนรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ที่ใช้แล้วแต่ยังอยู่ในสภาพดีมาใช้ในการเรียนการสอน จากนั้นจะนำยานยนต์ที่ดัดแปลงแล้วเข้าตรวจสอบมาตรฐาน โดยคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมการขนส่ง ทั้งนี้ ตั้งเป้านำร่องใช้งานยานยนต์ดัดแปลงจากโครงการฯ ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ และชุมชน อ.แม่เมาะ ปลายปี 2565 นี้ ซึ่งในระยะยาวการดำเนินโครงการดังกล่าว จะตอบโจทย์นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในระดับประเทศอีกด้วย

กฟผ.แม่เมาะ จับมือสถานศึกษาและภาคเอกชน ยกระดับสมรรถนะ บุคลากรด้านอาชีวศึกษา สู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมมุ่งสู่เขตสาธิตคาร์บอนต่ำ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565

ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion Project) เพื่อยกระดับขีดความสามารถบุคลากร มุ่งสู่เขตสาธิตคาร์บอน” โดยมีนายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2, นายรุ่งโรจน์ อาริยะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ, รองศาสตราจารย์ ดร.อุเทน คำน่าน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และพัฒนาระบบอย่างยั่งยืนมหาวิทยาลัยโทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และนายวีระศักดิ์ แป้นพ่วง ผู้จัดการบริษัท WPEV จำกัด เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

โครงการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conver-sion Project) เพื่อยกระดับขีดความสามารถบุคลากรมุ่งสู่เขตสาธิตคาร์บอน เป็นหนึ่งในแผนงานด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานสะอาดในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ควบคู่ไปกับการสร้างบุคลากร ที่มีศักยภาพด้านการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมรถ EV ที่มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นในอนาคต ทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างผู้ประกอบการ SME ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เพื่อยกระดับรายได้เศรษฐกิจของเมืองอีกด้วย

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์อบรมยานยนต์ดัดแปลงไฟฟ้าที่วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ ซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ จะสนับสนุนรถยนต์ รถตู้และมอเตอร์ไซด์ที่ใช้แล้วแต่สภาพดีมาใช้ในการเรียนการสอน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และบริษัท WPEV จำกัด ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าแก่บุคลากรอาชีวศึกษา ให้สามารถใช้งานได้จริงและสามารถจดทะเบียนกับกรมขนส่งได้อย่างถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การยกระดับหลักสูตรสาขาวิชายานยนต์ไฟฟ้าในสายอาชีวศึกษารองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่ อ.แม่เมาะ มุ่งสู่เขตสาธิตคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality)

“นํ้ามันแพง แป๋งเป็นไฟฟ้า” กฟผ.แม่เมาะ จับมือพันธมิตร ดัดแปลงรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้า ประเดิมที่แรก อ.แม่เมาะ เล็งใช้จริงปลายปี 65

กฟผ.แม่เมาะ จับมือสถานศึกษาและภาคเอกชน เปิด “อบรมโครงการ EV Conversion ดัดแปลงรถนํ้ามันเป็นยานยนต์ไฟฟ้า(EV)” สร้างบุคลากรอาชีวศึกษา รองรับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเล็งใช้ปลายปี65 พร้อมมุ่งสู่เขตสาธิต “คาร์บอนต่ำ”

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 นายชนาธิป เสมแย้ม ปลัดจังหวัดลําปาง เป็นประธานในพิธีเปิดอบรมโครงการส่งเสริมการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion Project) โดยมี นายอรรถพล อิ่มหนํา ผู้อํานวยการฝ่ายบํารุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กล่าวรายงานถึงความสําคัญของโครงการฯพร้อมด้วย นายรุ่งโรจน์อาริยะ ผู้อํานวยการวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ, นายวีระศักดิ์แป้นพ่วง ผู้จัดการบริษัทWPEV จํากัด นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอําเภอแม่เมาะ หัวหน้าส่วนราชการ อ.แม่เมาะ ผู้นําชุมชน คณะอาจารย์และนักเรียน เข้าร่วมพิธีณ อาคารปฏิบัติการช่างอุตสาหกรรม 1 (ช่างยนต์) วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะจ.ลําปาง

โครงการส่งเสริมการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า(EV Conversion Project) เป็นหนึ่งในแผน งานด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ที่เน้นพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อําเภอแม่เมาะเพื่อมุ่งสู่เขตสาธิตคาร์บอนต่ํา(Carbon Neutrality) โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แก่นักศึกษาสายเทคนิคอาชีวศึกษาในพื้นที่ อ.แม่เมาะ และ จ.ลําปางเพื่อยกระดับความสามารถ สู่โอกาสในการประกอบอาชีพในตลาดแรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงที่มี แนวโน้มเติบโตขึ้นในอนาคต ทั้งยังสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SME) ช่วยยกระดับรายได้เศรษฐกิจของเมืองอีกด้วย

สําหรับศูนย์อบรมดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า อ.แม่เมาะ จัดตั้งขึ้นที่ “วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ” เป็นแห่งแรกใน จ.ลําปาง โดยในระยะเริ่มต้นของโครงการฯ จะเฟ้นหาบุคลากรด้านอาชีวศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะและวิทยาลัยเทคนิคลําปาง ที่มีความรู้ความสนใจด้านยานยนต์ดัดแปลง เข้าอบรมเพื่อพัฒนาขีดความสามารถซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ จะสนับสนุนรถยนต์รถตู้และมอเตอร์ไซด์ใช้แล้วแต่สภาพดีมาใช้ในการเรียนการสอน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และบริษัท WPEV จํากัด ถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้จริง จากนั้นจะนํายานยนต์ที่ดัดแปลงแล้วเข้าตรวจสอบมาตรฐานและจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของกรมการขนส่ง โดยตั้งเป้านําร่องใช้งานยานยนต์ดัดแปลงจากโครงการฯ ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ และชุมชน อ.แม่เมาะ ปลายปี2565 ซึ่งในอนาคตอาจขยายผลให้บุคคลทั่วไปที่สนใจเข้ารับการอบรมอีกด้วย

บ.ทิพย์สุโขทัยฯ เข้าชม โรงผลิตชีวมวลอัดเม็ดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

นายประดิษฐ์ หมู่เมืองสอง หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ โครงการ แม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ พร้อมผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้แทน กฟผ. แม่เมาะ ให้การต้อนรับทีมงานจากบริษัททิพย์สุโขทัย ไฮบริดเอนเนอยี่ จำกัด ในการเข้าเยี่ยมชมโครงการการศึกษาและทดสอบการนำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน (Biomass Co-firing) ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เนื่องจากบริษัททิพย์สุโขทัยฯ เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ SPP Hybrid Firm ที่มีความสนใจในการนำใบอ้อยมาเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า จึงเข้าชมกระบวนการนำวัสดุเหลือใช้จากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาแปรรูปอัดเม็ดเพื่อนำไปเผาร่วมกับเชื้อเพลิงถ่านหินของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อนำข้อมูลไปปรับใช้กับบริษัทในอนาคตต่อไป

โรงไฟฟ้าแม่เมาะศึกษาระบบดักจับคาร์บอนหลังการเผาไหม้ เตรียมความพร้อม สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกจากก๊าซเรือนกระจกถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนทั่วโลกเห็นพ้องให้ดำเนินการควบคุมและกำหนดลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาภาวะโลกร้อน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้ตอบรับนโยบายรัฐบาลและร่วมผลักดันเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ EGAT Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ.2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero Emission ในปี ค.ศ.2065

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าผ่านโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กฟผ.กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. รวมไปถึงมีการศึกษาดูงานพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนกับมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ สหราชอาณาจักร

โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กฟผ-มช. โดยนายณฤพล จันทร์วิรัช หัวหน้าแผนกเดินเครื่องกะ 2/2 กองการผลิต 2 ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งเป็นนักศึกษาในโครงการฯ ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการดักจับคาร์บอนเพื่อป้องกันและลดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า โดยได้สร้างชุดจำลองระบบกักเก็บคาร์บอนหลังการเผาไหม้ มีกระบวนการคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกดูดซับด้วยสารเคมีชนิดที่เป็นเบส (Monoethanolamine(MEA)) โดยกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในหอดูดซับ โดยก๊าซจะวิ่งสวนทางกับน้ำยาเคมีที่สเปรย์ภายในหอดูดซับ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีนั้นจะถูกนำไปกักเก็บไม่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ

ปัจจุบันงานวิจัยนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยชุดทดลองนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะและทดสอบกับก๊าซไอเสียจำลองซึ่งวิเคราะห์ประสิทธิภาพออกมาแล้ว สามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 96 % ซึ่งองค์ความรู้ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต นอกจากการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรแล้ว ที่ผ่านมา กฟผ.แม่เมาะยังได้ปลูกป่าในพื้นที่รอบ กฟผ.แม่เมาะและชุมชนเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่รวมไปถึงปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์ในโรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคตต่อไป

กฟผ.แม่เมาะ จับมือ มช. พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลแบบออนไลน์ เชื่อมโยงข้อมูลด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ดันแม่เมาะสู่เมืองอัจฉริยะคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565

ณ ห้องประชุมมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ (หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำปาง)เป็นประธานในพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กฟผ.แม่เมาะ กับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อ “โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่อัจฉริยะมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Mae Moh Smart and Livable City towards Climate Change Net Zero)” โดยมี นายจรัญ คำเงิน (ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 ) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ และ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล (รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) เป็นผู้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลแบบออนไลน์สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลเมือง (City Data Platform) ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศ น้ำ ของเสีย ก๊าซเรือนกระจก และพื้นที่สีเขียว

สำหรับนำไปใช้บริหารจัดการข้อมูลเพื่อการพัฒนาเมือง ให้ประชาชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจและเกิดการตระหนักในการป้องกัน รับมือ และเตือนภัยพิบัติได้ ทั้งเอื้อประโยชน์ต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนหรือนโยบายการพัฒนาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่อัจฉริยะมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์นั้น จะเริ่มจากการพัฒนาฐาน ข้อมูลพลังงาน และสิ่งแวดล้อมในทุกมิติในรูปแบบของแพลตฟอร์มข้อมูลแบบออนไลน์ และนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวม อาทิ จากหน่วยงานต่างๆ การติดเซ็นเซอร์เพื่อติดตามข้อมูลสภาพอากาศและมลภาวะแบบเรียลไทม์

 ตลอดจนข้อมูลด้านการใช้ไฟฟ้า และการประหยัดไฟในพื นที่ อ.แม่เมาะ มาวิเคราะห์หรือพยากรณ์ด้วยแบบจำลอง นำมาจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์จะเผยแพร่เป็นข้อมูลแบบเปิด (Open Data) เพื่อให้นักพัฒนาแอปพลิเคชัน นักพัฒนาเมือง ได้สามารถเข้าถึงได้และนำไปพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นประโยชน์อีกทั้งข้อมูลที่ได้จะนำปสื่อสารในรูปแบบที่เข้าใจง่ายให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการปรับตัวให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินชีวิตให้เข้าสู่การเมืองอัจฉริยะที่มุ่งการเป็นเมืองคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างเหมาะสมต่อไป

เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไร้ราคา ถูกแปลงมูลค่าเป็นชีวมวลอัดเม็ดเผาร่วมกับถ่านหินลิกไนต์

เกษตรกรรม เป็นหนึ่งในอาชีพหลักของชาวแม่เมาะ ที่มีสัดส่วนการใช้พื้นที่สำหรับปลูกข้าวโพด และมันสำปะหลังกว่า 65% ของพื้นที่ทางการเกษตรใน อ.แม่เมาะอย่างไรก็ตามหลังการเก็บเกี่ยวพืชประเภทดังกล่าวจะมีเศษลำต้น ใบ ซัง ตอ ที่เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งมักจะถูกทำลายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรยังเป็นสาเหตุของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์

การนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นชีวมวลอัดแท่งเผาร่วมกับถ่านหินลิกไนต์ ปัจจุบันทดลองใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12 และ 13 เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่(Mae Moh Smart City) ด้านพลังงานอัจฉริยะ(Smart Energy) ซึ่งในระยะเริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ได้รับซื้อเศษชีวมวลของข้าวโพด เช่น ซัง เปลือก ต้น ตอ ใบ จากชุมชนพื่อนำมาอัดแท่ง ทั้งนี้ ในปี 2565 ได้เพิ่มความหลากหลายของเศษชีวมวล โดยจะนำร่องรับซื้อเศษไม้ไผ่จากชุมชน ต.นาสัก ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการหารือร่วมกับสมาชิกสภาจังหวัดลำปางในพื้นที่ ให้ชุมชนเกิดรายได้เสริมอีกช่องทางหนึ่งนอกจากนั้นแล้ว กฟผ.แม่เมาะ ยังร่วมกับชุมชนบ้านเมาะหลวงรวบรวมเศษใบไม้แห้งจากการทำแนวกันไฟในป่าชุมชนราว 30 ตัน นำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดอีกด้วย

ตามแผนการดำเนินงานในระยะยาว การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมกับถ่านหินในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า 5,500 ตัน/ปี จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศและชั้นบรรยากาศของโลก ได้ประมาณ 16,000 ตันต่อปี ลดปริมาณฝุ่นละอองได้ 13,000 ตัน/ปี ทั้งยังลดปริมาณการใช้ถ่านหินลิกไนต์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดจนช่วยลดกิจกรรมการเผาวัสดุทางการเกษตรกลางแจ้ง อันเป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือนอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมรายได้แก่วิสาหกิจชุมชนในการรวมกลุ่มซื้อขายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเหมาะสมราว 3.3 ล้านบาทต่อปี อีกด้วย

ก้าวย่างแม่เมาะ สู่เมืองอัจฉริยะด้านพลังงาน กฟผ.แม่เมาะ จับมือภาครัฐ เริ่มติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน ในสถานที่ราชการ

ตามแผนการดำเนินงานในระยะยาว การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมกับถ่านหินในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า 5,500 ตัน/ปี จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศและชั้นบรรยากาศของโลก ได้ประมาณ 16,000 ตันต่อปี ลดปริมาณฝุ่นละอองได้ 13,000 ตัน/ปี ทั้งยังลดปริมาณการใช้ถ่านหินลิกไนต์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดจนช่วยลดกิจกรรมการเผาวัสดุทางการเกษตรกลางแจ้ง อันเป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือนอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมรายได้แก่วิสาหกิจชุมชนในการรวมกลุ่มซื้อขายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเหมาะสมราว 3.3 ล้านบาทต่อปี อีกด้วย

ล่าสุด กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบบริหารจัดการด้านการใช้พลังงานและนำมาตรการอนุรักษ์พลังงานเข้าใช้จริงแล้ว ใน 5 สถานที่นำร่อง ที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก 10 ลำดับแรกของ อ.แม่เมาะ ได้แก่ เทศบาลตำบลแม่เมาะ โรงพยาบาลแม่เมาะ วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา และโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ โดยติดตั้งทั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะ เพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้พลังงานภายในอาคาร การปรับปรุงระบบปรับอากาศ

ล่าสุด กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบบริหารจัดการด้านการใช้พลังงานและนำมาตรการอนุรักษ์พลังงานเข้าใช้จริงแล้ว ใน 5 สถานที่นำร่อง ที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก 10 ลำดับแรกของ อ.แม่เมาะ ได้แก่ เทศบาลตำบลแม่เมาะ โรงพยาบาลแม่เมาะ วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา และโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ โดยติดตั้งทั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะ เพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้พลังงานภายในอาคาร การปรับปรุงระบบปรับอากาศ