กฟผ.แม่เมาะ เข้าให้ข้อมูลด้านพลังงานในพื้นที่ แก่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 ฯ เพื่อขับเคลื่อนด้านพลังงานในพื้นที่

กฟผ.แม่เมาะ ร่วมประชุมและให้ข้อมูลการดำเนินงาน อาทิ การใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตกระแสไฟฟ้า, การรับซื้อพืชพลังงานหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร, การสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ, แผนรองรับการใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น และ แผนขยายโรงไฟฟ้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ แก่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาศึกษาการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านพลังงาน

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC-Creative LANNA) สภาผู้แทนราษฎร ประชุมพิจารณาศึกษาการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านพลังงานเพื่อพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC-Creative LANNA) ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 408 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมีนายนพพล เหลืองทองนารา รองประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธาน โดยการประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมชี้แจงในประเด็นต่างๆ เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความรอบคอบ ถูกต้องตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

โดย กฟผ.แม่เมาะ เป็นหนึ่งในองค์กรที่เข้าร่วมประชุมและชี้แจงเพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ดังนี้ 1. นโยบายการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตไฟฟ้า 2. นโยบายการรับซื้อพืชพลังงานหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อการผลิตไฟฟ้า รวมทั้งแผนการยกเลิกการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า หรือแผนการใช้พลังงานทดแทน 3. นโยบายการสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง) และพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 4.แผนรองรับการใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือ 5.แผนขยายโรงไฟฟ้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ และพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน โดยมีนายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 และนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เข้าร่วมประชุมและชี้แจงตลอดจนให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการ




กฟผ. มุ่งสร้างชุมชนยั่งยืน ดึงชุมชนและพันธมิตรพัฒนาแม่เมาะสู่นิคมชุมชนเกษตร เตรียมพร้อมสู่ธุรกิจเพื่อสังคม มุ่งสู่เมืองอุตสาหกรรมสีเขียว

กฟผ. ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจ และ Startup ด้านอุตสาหกรรมเกษตร เปิดตัวโครงการ นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะบนพื้นที่รองรับการอพยพราษฎรบ้านดง ผลิตผักปลอดสารพิษส่งตลาดชั้นนำ ของประเทศ พร้อมพัฒนาสู่ Social Enterprise สร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567) นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ และโรงเรือนส่งเสริมเกษตรอินทรีย์แห่งใหม่บนพื้นที่รองรับการอพยพราษฎรบ้านดง โดยมีนายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายวิชัย ทองแตง ที่ปรึกษาบริษัท คิว บ็อกซ์ พอยท์ จำกัด นายธิติพันธ์ บุญมี ประธานบริหารบริษัท คิว บ็อกซ์ พอยท์ จำกัด นายสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ ประธานบริหารบริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด ว่าที่ รต. ธนพงษ์พันธ์ เกี๋ยงแก้ว กำนันตำบลบ้านดง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ จำกัด กานต์-ชนนิกานต์ สุพิทยาพร นางสาวไทยประจำปี 2566 ณิชา-ณิชา พูลโภคะ รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร ผู้แทนจากหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เข้าร่วมงาน ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่ เกษตรใหม่ เศรษฐกิจใหม่ ชีวิตใหม่” ณ โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง หมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

โครงการนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ อยู่ภายใต้การดำเนินงานด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ของ กฟผ. นำร่องที่ชุมชนหมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยปี 2566 ส่งเสริมเกษตรกรรมแนวตั้ง (Vertical Farm) ปลูกผักปลอดสารพิษ ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน (บริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด) นำเทคโนโลยี มาผสมผสานกับการทำเกษตรกรรมและถ่ายทอดสู่ชุมชนเป็นแห่งแรกของภาคเหนือ กำลังการผลิต 1 ตัน/เดือน ส่งขายถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่านช่องทางตลาด Online ในแบรนด์ Mae Moh Fresh ซึ่งวิสาหกิจชุมชนเกษตรแนวตั้งตำบลบ้านดง เป็นเจ้าของธุรกิจ และบริหารจัดการโดยคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ในนามของบริษัท นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ จำกัด และในปี 2567 นี้ จะมีการเปิดตัวหน่วยธุรกิจใหม่คือเกษตรอินทรีย์ 6 โรงเรือน กำลังการผลิต 4.8 ตัน/เดือน มีอาคารรวบรวมสินค้าระบบพลังโซลาร์เซลล์ โดย กฟผ. ได้ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน (บริษัท คิว บ็อกซ์ พอยท์ จํากัด) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตรด้านการผลิตพืชผักอาหารปลอดภัยภายใต้แพลตฟอร์ม “Farmbook” เชื่อมโยงผู้ผลิตไปยังตลาดที่สำคัญ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร โรงแรม สร้างรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ยังมีแผนในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพใน อ.แม่เมาะ ต่อไปด้วย

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ถ่ายทอดโครงการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะส่งเสริมอาชีพชุมชน อ.แม่เมาะ ให้มั่นคงยั่งยืน

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ถ่ายทอดความรู้และแนวทางขับเคลื่อนแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ในกิจกรรม “โครงการประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายพันธมิตรการดำเนินงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ประจำปี 2567” เพื่อร่วมส่งเสริมสร้างอาชีพชุมชน อ.แม่เมาะ อย่างมั่นคงยั่งยืน ภายหลังกำลังการผลิตไฟฟ้าจะลดลงในอนาคต

มื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (MAEMOHSMARTCITY) กฟผ.แม่เมาะ นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ในการประชุม “โครงการประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายพันธมิตรการดำเนินงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ในพื้นที่ประกาศ ประจำปี 2567 ” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)โดยมี คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า(คพรฟ.)
คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ตำบล (คพรต.) หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต.จางเหนือ เข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุม อบต.จางเหนือ ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ถ่ายทอดความรู้และแนวทางขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ผ่านวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม (Social Enterprise Model) ให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ทั้ง 5 ตำบลของ อ.แม่เมาะ สร้างรายได้และเกิดการปันผลแก่ชุมชน ภายหลังกำลังการผลิตไฟฟ้าจะลดลงในอนาคต ซึ่งมีผลกระทบต่อการจ้างงานในพื้นที่ลดลง และงบประมาณกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เช่น

นิคมชุมชนเกษตร พัฒนาเป็นแหล่งเกษตรอินทรีย์และการท่องเที่ยว นำร่องในพื้นที่หมู่บ้านอพยพบ้านดง ซึ่งจะเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567

หญ้าอาหารสัตว์ นำร่องในพื้นที่เอกสารสิทธิในหมู่บ้านอพยพบ้านดง จำนวน 250 ไร่ เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง โดยปลูกครั้งเดียวได้ผลผลิตยาว 20 ปี สร้างรายได้เฉลี่ย 20,000 บาท/ไร่/ปี

โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลผสมลิกไนต์ Biomass Co-Firing 15% รองรับชีวมวล 750,000 ตันต่อปี

แม่จางโมเดล ระบบการสำรวจและบริหารจัดการพื้นที่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการขั้นสูง เพื่อนำข้อมูลมาเป็นแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง การกีดขวางทางน้ำ ป้องกันฝายชำรุดเสียหาย

นอกจากนี้ยังมีโครงการเตรียมชุมชนรองรับการเปลี่ยนแปลง หรือ Quick Win Project ที่มุ่งขับเคลื่อนขยายผลและ ต่อยอดในพื้นที่ 5 ตำบลของ อ.แม่เมาะ เช่น โครงการแม่เมาะเมืองอัจฉริยะ มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (City Data Platform),ระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิง (Energy Management System) ที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้ติดตั้งระบบบริหารจัดการด้านการใช้พลังงาน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า และ จัดทำข้อมูลเพื่อการขอรับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อใช้ติดตั้ง Solar Roof Top

โครงการ Biomass Co-Firing เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ชุมชน นำมาแปรรูปอัดเม็ดเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน, โครงการ EVConversion ที่ส่งเสริมการนำยานยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมัน มาดัดแปลงให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า, เห็ดป่าคืนถิ่น, เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยไผ่เศรษฐกิจ, เพิ่มมูลค่าขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงทหารเสือเป็นต้น

ทั้งนี้ “โครงการประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายพันธมิตรการดำเนินงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ประจำปี2567” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ใน 5 ตำบล ของ อ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ได้เข้าร่วมทุกครั้ง ประกอบด้วย
ครั้งที่ 1 ตำบลแม่เมาะ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 มีผู้แทน 12 หมู่บ้านเข้าร่วมกิจกรรม
ครั้งที่ 2 ตำบลสบป้าด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 มีผู้แทน 8 หมู่บ้านเข้าร่วมกิจกรรม
ครั้งที่ 3 ตำบลนาสัก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 มีผู้แทน 9 หมู่บ้านเข้าร่วมกิจกรรม
ครั้งที่ 4 ตำบลบ้านดง เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 มีผู้แทน 8 หมู่บ้านเข้าร่วมกิจกรรม
ครั้งที่ 5 ตำบลจางเหนือ ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 มีผู้แทน 8 หมู่บ้านเข้าร่วมกิจกรรม

เพื่อให้ชุมชนรอบโรงไฟฟ้ามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินงานของกองทุนขนาดใหญ่พร้อมรับฟังข้อมูลบทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและความรู้เกี่ยวกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ระเบียบ กกพ. โดย นางณัฎฐ์ธมน ทองพนารักษ์ หัวหน้าส่วนงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต 1 จ.เชียงใหม่ เป็นวิทยากร และรับฟังแนวทางการจัดทำแผนประจำปี 2568 และคู่มือการจัดทำแผนงานโครงการชุมชนประจำปี 2568 และการดำเนินโครงการชุมชนตามแนวทางที่ กกพ. กำหนด โดย นายศุภะวัฒน์ ต๊ะสูง หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปางเป็นวิทยากร

ลำปาง ประชุมนัดแรกเตรียมจัดแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 31 เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 สิงหาคม 2567ลำปาง

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 พร้อมด้วยนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการ แม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการประชุม

การประชุมดังกล่าวคณะกรรมการฯ ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัดลำปาง สนับสนุนการจัดงาน โดยสนามการแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนถือเป็นสนามแรกของภาคเหนือที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Road Race Label ในระยะทำง 21.1 กิโลเมตร จากการกรีฑาโลก (World Athletics) ซึ่งแสดงถึงมาตรฐานของการจัดการแข่งขันและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนระบบบริการทางการแพทย์ โดยการจัดงานดังกล่าวถือเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน อ.แม่เมาะ และจ.ลำปาง โดยเฉพาะภาคธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันงานวิ่ง ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวโดยใช้กีฬาเป็นการเชื่อมโยงให้เกิดการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีกในอนาคต

งานวิ่งเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชีนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 31 ประจำปี 2567 หรือแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน 2024 (MaeMohHalfMarathon 2024) กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 โดยเปิดรับสมัครทางระบบออนไลน์แล้วตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567

สำหรับผู้สนใจร่วมการแข่งขันสามารถสมัครได้ที่

https://race.thai.run/maemohhalfmarathon2024


กฟผ.แม่เมาะ ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา สืบสานงานของพ่อ จัดอบรมพัฒนากสิกรรม สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รุ่น 3

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร “การพัฒนากสิกรรม สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง” รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 2-6 พฤษภาคม 2567 โดยมีผู้สนใจจากจังหวัดลำปาง และพื้นที่ใกล้เคียงได้แก่ จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ และจังหวัดพิษณุโลก เข้ารับการอบรมจำนวน 64 คน

นาง เกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

กล่าวว่า กฟผ.และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยและฟื้นฟูลุ่มน้ำ เริ่มต้นจากพื้นที่รอบ 7 เขื่อนพระนาม 3 โรงไฟฟ้า เชื่อมโยงกับพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ 15 แห่งทั่วประเทศ โดยมีหัวใจหลักคือ การอบรมเพื่อพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยให้ความรู้ ปลูกจิตสำนึก และสร้างความสามัคคีภายในหมู่คณะเพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำเอาความรู้ที่ไปปรับใช้ได้ในอนาคตถือเป็นการสืบสานและขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาได้อีกแนวทางหนึ่ง

การอบรมดังกล่าวเป็นการจัดอบรมเต็มรูปแบบจำนวน 5 วัน 4 คืน ระหว่างวันที่ 2 – 6 พฤษภาคม 2567 โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้จากวิทยากรเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.แม่เมาะ อาทิ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักกสิกรรมธรรมชาติ ตัวอย่างความสำเร็จการขับเคลื่อนตามศาสตร์พระราชา 4 พอ ตามหลักทฤษฎีบันได 9 ขั้น การเรียนรู้ด้านการผสมผสานของเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา” โมเดล 9 ฐาน ได้แก่ 1.ฐานคนรักษ์แม่ธรณี 2.ฐานคนมีน้ำยา 3.ฐานคนเอาถ่าน 4.ฐานคนติดดิน 5.ฐานคนรักษ์สุขภาพและภูมิปัญญาชาวบ้าน 6.ฐานคนรักษ์สมุนไพร 7.ฐานคนรักษ์แม่โพสพ 8.ฐานคนรักษ์ป่าและ9.ฐานคนรักษ์น้ำ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเอามื้อสามัคคีในแปลงตัวอย่างของรุ่นพี่ที่เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อปีที่ผ่านมา รวมไปถึงได้เรียนรู้ถึงการออกแบบพื้นที่ตามภูมิสังคม เพื่อปลูกจิตสำนึก สร้างความสามัคคีให้ผู้เข้าอบรม ตลอดจนนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและพัฒนาต่อยอดในพื้นที่ของตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยผู้ที่ผ่านการอบรมดังกล่าวจะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสืบต่อไป

สภาพัฒน์ รับฟังข้อมูลภารกิจ “แม่เมาะโมเดล” และ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ขับเคลื่อนการพัฒนา จ.ลำปาง ตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13

กฟผ.แม่เมาะ ให้ข้อมูลภารกิจ “แม่เมาะโมเดล” และ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ที่ขับเคลื่อนจากผลงานวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม แก่คณะ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนจังหวัดลำปางให้เกิดการพัฒนาที่มีศักยภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปสอดคล้องกับ 13 หมุดหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และ 15 แผนงานสำคัญด้านวิทยาศาตร์ วิจัย และนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมผู้บริหารงานหมวดส่งเสริมพลังงานสะอาด หน่วยพัฒนาโครงการ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

นำโดย น.ส.ปฏิมา จงเจริญธนาวัฒน์ ผอ.กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ และ คณะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย น.ส.สุภาวิณี ทรงพรวาณิชย์ รักษาการ ผช.ผอ. สำนักกลยุทธ์แผนและงบประมาณ ปฏิบัติงานบริหารด้านจัดทำและวิเคราะห์แผนด้าน ววน. พร้อมด้วยคณะพลังงานจังหวัดลำปาง ในโอกาสหารือและให้ข้อมูลประเด็นการพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนจังหวัดลำปางให้สอดคล้องกับ 13 หมุดหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) และ 15 แผนงานสำคัญด้านวิทยาศาตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นาง เกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

ได้ให้ข้อมูลในประเด็น“แม่เมาะโมเดล” และ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ที่แผนงานและโครงการต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นเครื่องมือ และกลไกในการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมใน อ.แม่เมาะ ตามการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 เช่น ชุมชนนิคมเกษตร นำร่องในพื้นที่อพยพตำบลบ้านดง แหล่งผลิตผักด้วยเกษตรอินทรีย์ และเกษตรกรรมแนวตั้ง (Vertical Farm) ที่นำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต, ส่งเสริมการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ สร้างรายได้จากการขาย เกิดผลกำไรปันผลสู่ชุมชนและกลุ่มวิสาหกิจฯ, Biomass Co-Firing ส่งเสริมโรงงานชีวมวลอัดเม็ดในพื้นที่ชุมชน, โครงการนำร่อง Solar Farm 50 MW, เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยพืชพลังงาน ส่งเสริมและปรับเปลี่ยนชุมชนที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นไผ่เศรษฐกิจ และไม้โตเร็ว โดยนำร่องที่บ้านห้วยคิง ตำบลแม่เมาะ

หลังเสร็จสิ้นการบรรยาย คณะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมภารกิจ กฟผ.แม่เมาะ ในพื้นที่อพยพตำบลบ้านดง ในการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหา ความต้องการ ทิศทางการพัฒนา และความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จาก ววน. เพื่อนำไปวิเคราะห์ใช้เป็นแนวทางบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ด้วย ววน. ในระดับพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาที่มีศักยภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ซึ่งจังหวัดลำปางมีศักยภาพเป็น 1 ใน 5 พื้นที่ (ลำปาง บึงกาฬ สระบุรี ฉะเชิงเทรา และสตูล) นำร่องต้นแบบของการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ด้วยแผนงานสำคัญด้านวิทยาศาตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ในปีงบประมาณ 2567

Mae Moh Half Marathon 2024 งานวิ่งมาตรฐานโลกจาก World Athletics เริ่มรับสมัครพฤษภาคมนี้

การแข่งขันเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชีนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่เมาะฮาล์ฟมารารอน ครั้งที่ 31 ประจำปี 2567 หรือ แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน 2024 (Mae Moh Half Marathon 2024) กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 ปีนี้สนามแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน 2024 ได้รับการรับรองมาตรฐานสนามจาก World Athletics และถือเป็นสนาม Road Race Label แรกของภาคเหนือ ในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม.

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะกรรมการจากการกรีฑาโลก(World Athletics) และสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยได้มาตรวจวัดสนามแข่งขันแม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนในระยะฮาล์ฟมาราธอน(21.1 Km) และระยะมินิมาราธอน (10 Km) เพื่อยื่นเสนอต่อ World Athletics โดยผลปรากฏว่า สนามแม่เมาะฮาล์ฟมารารอน 2024 ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานโดยถือเป็นสนาม Road Race Label แรกของภาคเหนือในระยะ 21.1 Km การได้รับการรับรองจาก World Athletics Road Race Label เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพของการแข่งขันทางถนนจากการกรีฑาโลก (World Athletics) ที่แสดงให้เห็นว่าสนามแข่งขันนี้มีมาตรฐานในการจัดการแข่งขันและสิ่งอำนวยความสะดวกเทียบเคียงการแข่งขันระดับโลก นักวิ่งจะได้รับประสบการณ์ และความมั่นใจในระยะทางการแข่งขัน การวางแผนระบบการบริการน้ำดื่ม-เกลือแร่ในเส้นทางการแข่งขันที่เพียงพอเหมาะสม และที่สำคัญคือการวางแผนระบบบริการทางการแพทย์ที่เป็นไปตามมาตรฐานของการกรีฑาโลก

งาน Mae Moh Half Marathon 2024 กำหนดเปิดรับสมัครในเดือนพฤษภาคม 2567 นี้

วันที่ 1-7 พฤษภาคม 2567 เปิดรับสมัครนักวิ่งเก่า(LOYALTY RUNNERS) ที่มาร่วมวิ่งในปี 2566 พร้อม Promotion สุดคุ้ม โดยระบบจะเปิดรับสมัครทั้ง 3 ระยะทางในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 คือ FunRun 5 KM ค่าสมัคร 450 บาท, ระยะ Mini Marathon 10 KM ค่าสมัคร 600 บาท, และ ระยะ Half Marathon 21.1 Km ค่าสมัคร 800 บาท รับจำนวนจำกัด

วันที่ 8 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2567 เปิดรับสมัครนักวิ่งช่วง Early Bird รับจำนวนจำกัดเพียงระยะละ 200 คน คือ FunRun 5 KM ค่าสมัคร 500 บาท, ระยะ Mini Marathon 10 KM ค่าสมัคร 650 บาท, และระยะ Half Marathon 21.1 Km ค่าสมัคร 850 บาท

สำหรับผู้ที่พลาดช่วงดังกล่าวสามารถสมัคร (Regular) ได้ทั้ง 3 ระยะทางตามประเภทของการแข่งขันดังนี้ FunRun 5 KM ค่าสมัคร 600 บาท, ระยะ Mini Marathon 10 KM ค่าสมัคร 800 บาท, และ ระยะ Half Marathon 21.1 Km ค่าสมัคร 1000 บาท และสุดท้ายประเภท VIP ค่าสมัคร 2,000 บาททุกระยะ โดยระบบจะเปิดรับสมัครตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2567 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เพจเฟสบุ๊ค FB: Mae Moh Half Marathon

กฟผ.แม่เมาะ รวมพลังภาคีเครือข่าย ส่งเสริมการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง

กฟผ.แม่เมาะ วิสาหกิจชุมชนผลิต ซื้อ ขาย ชีวมวลวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกรรม ต.บ้านดง และ บริษัท ล่ำซำ เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ในพื้นที่ อำเภอแม่เมาะ” ส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 นางสาวนิติยา พงษ์พานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการส่งเสริมการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ในพื้นที่ อำเภอแม่เมาะ” โดยมี นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ว่าที่ ร.ต.ธนพงษ์พันธ์ เกี๋ยงแก้ว กำนัน ต.บ้านดง ในฐานะหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิต ซื้อ ขาย ชีวมวลวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกรรม ต.บ้านดง และ นายวนิชโรจน์ ธนโรจน์ชวิน ประธานกรรมการที่ปรึกษา บริษัท ล่ำซำ เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมด้วย นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) กฟผ.แม่เมาะ จะนำร่องส่งเสริมการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ในพื้นที่หมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ จำนวน 250 ไร่ 

นาง เกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

กล่าวรายงานและนำเสนอภาพรวมในอนาคตของโครงการฯ ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพราษฎรตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่องแนวทางการจัดการพื้นที่ของราษฎรที่ได้รับการอพยพออกจากพื้นที่แล้วด้วยการส่งเสริมชุมชนปลูกหญ้าอาหารสัตว์ทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ช่วยแก้ปัญหาเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและลดปัญหามลภาวะทางอากาศ รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้จากการขายหญ้าอาหารสัตว์ รวมทั้งเกิดผลกำไรปันผลสู่ชุมชนและกลุ่มวิสาหกิจฯ นำไปสู่การพัฒนาชุมชนด้านต่างๆ ตามรูปแบบของธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) และเป็นต้นแบบที่จะสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ทั้ง อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตราษฎรให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ภายหลังกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าแม่เมาะจะลดลงกว่าครึ่งในปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลต่อการจ้างงานในพื้นที่ อ.แม่เมาะ และสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) จ.ลำปาง

โครงการฯ ดังกล่าว กฟผ.แม่เมาะ สนับสนุนพื้นที่ 250 ไร่และงบประมาณจำนวน 8.2 ล้านบาท ในการดำเนินงาน เช่น เตรียมพื้นที่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ซื้อกล้าพันธุ์ การบำรุงรักษา ตลอดจนเป็นเงินทุนหมุนเวียน ด้าน บริษัท ล่ำซำ เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด สนับสนุนเทคโนโลยี และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน เช่น การปลูก การดูแลเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงตามมาตรฐานเพื่อมีรายได้จากการจำหน่ายหญ้ามากขึ้น การเก็บเกี่ยวและการแปรรูป รวมถึงตลาดรับซื้อหญ้าสด นำไปจำหน่ายในรูปแบบหญ้าอาหารสัตว์อัดเม็ด และวิสาหกิจชุมชนฯ จะเป็นผู้บริหารจัดการการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล บริษัทเอกชน ปศุสัตว์จังหวัด สำนักวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ รวมถึงป่าไม้ จ.ลำปางเข้ามาร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ให้เป็นไปตามเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง สู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้หญ้าอาหารสัตว์มีชื่อว่าจวินเฉ่าเป็นหญ้ายักษ์ของจีนที่ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” นำมาเป็ฯโครงการช่วยแก้ปัญหาความยากจนในจีนและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยบริษัท ล่ำซำฯ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์หญ้า จวินเฉ่าในไทย และตั้งชื่อใหม่เป็น “หญ้าพารากอน” โปรตีนสูงกว่าข้าวโพดจึงเหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ มีคุณสมบัติปลูกง่าย โตเร็ว ปลูกครั้งเดียวให้ผลผลิตยาวนาน 20 ปี และสร้างรายได้เฉลี่ย 20,000 บาท/ไร่/ปีซึ่งมากกว่าการปลูกข้าวโพด

กฟผ.แม่เมาะ เสริมสร้างความรู้ศาสตร์พระราชา เกษตรทฤษฎีใหม่แก่ชุมชน “บ้านวังน้ำต้อง” หมู่บ้านยั่งยืน ต้นแบบของ อ.แม่เมาะ

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ ถ่ายทอดความรู้ศาสตร์พระราชาเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชุมชน “บ้านวังนํ้าต้อง” หมู่บ้านยั่งยืนต้นแบบของ อ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 หมวดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (มศป-มน.) หน่วยชุมชนสัมพันธ์ (นชส-มน.) โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ จัดอบรม “โครงการส่งเสริมการปลูกพืชผักปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในชุมชน” ภายใต้แผนส่งเสริมชีววิถีและเกษตรทฤษฎีใหม่สู่ชุมชน โดยมี นายกิตติชัย กันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านวังน้ำต้อง จำนวน 30 คน เข้าร่วม ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านวังน้ำต้อง หมู่ 3 ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

กิจกรรมอบรม ประกอบด้วย การสอนวิธีเพาะผักและปลูกพืชผักปลอดภัย การทำน้ำหมักรสจืด น้ำหมักกระถิน รวมทั้งสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชผัก วัสดุอุปกรณ์ในการเพาะปลูก โดยทีมงานหมวดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (มศป-มน.) เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เพื่อขับเคลื่อน สนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนบ้านวังน้ำต้องได้มีพืชผักที่ปลอดภัยเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือนและชุมชน ได้รับสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ทำให้ชุมชนเกิดความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

หมู่บ้านวังน้ำต้อง เป็นชุมชนเล็กๆ ประมาณ 90 หลังคาเรือน และเป็นชุมชนดั้งเดิม ไม่ได้ย้ายมาจากพื้นที่อื่นใน อ.แม่เมาะ และรวมกลุ่ม “ปลูกผักสวนครัวบ้านวังน้ำต้อง” มาอย่างยาวนาน โดยในปี 2564 และ 2565 ได้รับการคัดเลือกจาก อ.แม่เมาะ ให้เป็นหมู่บ้านยั่งยืนต้นแบบระดับตำบล และในปี 2566 เป็นหมู่บ้านระดับอำเภอเข้ารับการคัดเลือกหมู่บ้านยั่งยืนต้นแบบฯ ระดับ จ.ลำปาง

สำหรับ “โครงการส่งเสริมการปลูกพืชผักปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในชุมชน” ภายใต้การดำเนินงานหมวดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (มศป-มน.) หน่วยชุมชนสัมพันธ์ (นชส-มน.) โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นำร่องส่งเสริมการเรียนรู้และการปลูกพืชผักปลอดภัยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชุมชนบ้านวังน้ำต้อง หมู่ที่ 3 ต.นาสัก เป็นที่แรก และในอนาคตจะขยายผลอีก 7 แห่งใน อ.แม่เมาะ ได้แก่ ชุมชนบ้านใหม่รัตนโกสินทร์ หมู่ที่ 4 ต.นาสัก , 4 หมู่บ้าน ต.บ้านดง ประกอบด้วย บ้านหัวฝาย,บ้านดง, บ้านสวนป่าแม่เมาะ และบ้านหัวฝายหล่ายทุ่ง และนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิค กฟผ.แม่เมาะ และโรงเรียนแม่เมาะวิทยา

นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรกรและเทคโนโลยีลำพูน ศึกษาดูงานศาสตร์พระราชาเกษตรทฤษฎีใหม่

มศป-มน. ถ่ายทอดศาสตร์พระราชาเกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 นางณิษา ปฐมเรืองกุล วิทยากรระดับ 9 หน่วยชุมชนสัมพันธ์ (นชส-มน.) โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) กฟผ.แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับ คณะครูและนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคเหนือ จำนวน 50 คน ในโอกาสเรียนรู้และศึกษาดูงานศาสตร์พระราชาเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีทีมงานหมวดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (มศป-มน.) หน่วยชุมชนสัมพันธ์ (นชส-มน.) โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) กฟผ.แม่เมาะ ถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ประกอบด้วย การเรียนรู้ตำราบนดิน การทำนํ้าหมักรสจืด การปลูกพืชผัก การเพาะเมล็ดพันธุ์ การเตรียมดินเพาะ การเตรียมดินสำหรับปลูก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมศึกษาดูงานเป็นอย่างดี และจะนำความรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.แม่เมาะ