กฟผ.แม่เมาะ ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา สืบสานงานของพ่อ จัดอบรมพัฒนากสิกรรม สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รุ่น 3

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร “การพัฒนากสิกรรม สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง” รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 2-6 พฤษภาคม 2567 โดยมีผู้สนใจจากจังหวัดลำปาง และพื้นที่ใกล้เคียงได้แก่ จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ และจังหวัดพิษณุโลก เข้ารับการอบรมจำนวน 64 คน

นาง เกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่

กล่าวว่า กฟผ.และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยและฟื้นฟูลุ่มน้ำ เริ่มต้นจากพื้นที่รอบ 7 เขื่อนพระนาม 3 โรงไฟฟ้า เชื่อมโยงกับพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ 15 แห่งทั่วประเทศ โดยมีหัวใจหลักคือ การอบรมเพื่อพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยให้ความรู้ ปลูกจิตสำนึก และสร้างความสามัคคีภายในหมู่คณะเพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำเอาความรู้ที่ไปปรับใช้ได้ในอนาคตถือเป็นการสืบสานและขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาได้อีกแนวทางหนึ่ง

การอบรมดังกล่าวเป็นการจัดอบรมเต็มรูปแบบจำนวน 5 วัน 4 คืน ระหว่างวันที่ 2 – 6 พฤษภาคม 2567 โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้จากวิทยากรเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.แม่เมาะ อาทิ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักกสิกรรมธรรมชาติ ตัวอย่างความสำเร็จการขับเคลื่อนตามศาสตร์พระราชา 4 พอ ตามหลักทฤษฎีบันได 9 ขั้น การเรียนรู้ด้านการผสมผสานของเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา” โมเดล 9 ฐาน ได้แก่ 1.ฐานคนรักษ์แม่ธรณี 2.ฐานคนมีน้ำยา 3.ฐานคนเอาถ่าน 4.ฐานคนติดดิน 5.ฐานคนรักษ์สุขภาพและภูมิปัญญาชาวบ้าน 6.ฐานคนรักษ์สมุนไพร 7.ฐานคนรักษ์แม่โพสพ 8.ฐานคนรักษ์ป่าและ9.ฐานคนรักษ์น้ำ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเอามื้อสามัคคีในแปลงตัวอย่างของรุ่นพี่ที่เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อปีที่ผ่านมา รวมไปถึงได้เรียนรู้ถึงการออกแบบพื้นที่ตามภูมิสังคม เพื่อปลูกจิตสำนึก สร้างความสามัคคีให้ผู้เข้าอบรม ตลอดจนนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและพัฒนาต่อยอดในพื้นที่ของตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยผู้ที่ผ่านการอบรมดังกล่าวจะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสืบต่อไป