โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

วัตถุประสงค์

1.เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์
2.เพื่อจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ
3.เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาเมืองและแนวทางในการรับมือกับปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งสู่การเป็นเมืองแห่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
4.เพื่อสื่อสารความรู้ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายให้กับประชาชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจในการปรับตัวหรือการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้

รายละเอียดโครงการ

ปัจจุบันปัญหาในเรื่องของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและเกิดจากฝีมือมนุษย์ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น การเกิดภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศ ที่เกิดจากการเผาไหม้หรือไฟป่า ของเสียจากขยะ มลภาวะที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วก่อให้เกิดปัญหาและโอกาสความเสี่ยงจากมลภาวะ ส่งผลกระทบทางสุขภาพ วิถีชีวิตความเป็นอยู่อาศัยของชุมชน สังคม ซึ่งล้วนก่อให้เกิดเป็นความเสี่ยงที่หากมีการประเมินและเฝ้าระวัง ก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์หรือทำให้ผลกระทบที่เกิดจากภัยเหล่านี้ลดความรุนแรงลง ซึ่งการติดตามเฝ้าระวังภัยภัยที่อาจเกิดขึ้น จะต้องมีการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ (Information) ซึ่งมุ่งเน้นการนำข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลผ่านกระบวนการวิเคราะห์เพื่อนำสารสนเทศที่ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานตัดสินใจวางแผนเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ทำให้เกิดนวัตกรรมและส่งผลต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าความต้องการใช้ข้อมูลมีเพิ่มมากขึ้นและไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในองค์กรภาครัฐหรือองค์กรเอกชน แต่ความต้องการใช้ข้อมูลยังกระจายไปถึงชุมชนในระดับท้องถิ่นรวมถึงประชาชนที่ต้องการใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แต่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและข้อมูลยังไม่อยู่ในรูปแบบพร้อมใช้ (Ready-to-use) ทำให้การนำข้อมูลไปใช้งานไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Integration and Data Collection) เพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลภายใต้มาตรฐานและแพลตฟอร์มเดียวกัน
ดังนั้นแพลตฟอร์มการนำเสนอข้อมูลเพื่อการเฝ้าระวังความเสี่ยง ซึ่งจะมีรายละเอียดของข้อมูลและกระบวนการดำเนินงานที่ต้องอาศัยหลักทางวิชาการ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและดำเนินการพัฒนาควบคู่กับระบบข้อมูลเปิดระดับประเทศ โดยพิจารณาในแง่มุมของข้อมูลพื้นฐานระดับเมืองที่จำเป็น ข้อมูลจากภาคประชาชน การเชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) การกำหนดและพัฒนาสภาวะแวดล้อมของข้อมูล รูปแบบการเชื่อมโยงและการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนระบบให้สามารถทำงานได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพของเมืองนั้นจะนำไปสู่ การวางแผนที่จะป้องกัน แก้ไข หรือรับมือ กับปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทุกมิติ เช่น อากาศ น้ำ ของเสีย ก๊าซเรือนกระจก และพื้นที่สีเขียว เป็นต้น ถือเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญที่ใช้ในการพัฒนาเมือง ดังนั้นโครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาฐานข้อมูลพลังงานและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติในรูปแบบของแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมจะนำมาวิเคราะห์หรือพยากรณ์ด้วยแบบจำลอง สำหรับนำมาจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในแต่ละด้าน เพื่อหาแนวทางในการป้องกัน แก้ไข เตือนภัยและการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์จะนำไปใช้เผยแพร่ให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการปรับตัวของประชาชนให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินชีวิตให้เข้าสู่การเมืองอัจฉริยะที่มุ่งสู่การเป็นเมืองแห่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างเหมาะสมต่อไป

สถานะโครงการ

: อยู่ระหว่างดำเนินการ

ผลลัพธ์/เป้าหมาย

Follow us

Website : Mae Moh City Data Platform

โครงการเพิ่มมูลค่าขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงทหารเสือเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน

วัตถุประสงค์

1.เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบจากขยะอินทรีย์ อันจะนําไปสู่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
2.เพื่อพัฒนาพื้นที่อำเภอแม่เมาะให้เป็นต้นแบบในการเพิ่มมูลค่าขยะอินทรียด้วยหนอนแมลงทหารเสือ
3.เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปต่อยอดในด้านการเพิ่มมูลค่าขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงทหารเสือ
4.สร้างรายได้จากผลผลิตของโรงเรือนหนอนแมลงทหารเสือ

รายละเอียดโครงการ

ปริมาณขยะอินทรีย์ในตําบลแม่เมาะ คิดเป็นร้อยละ 31 ของปริมาณขยะทั้งหมด หรือเท่ากับ 1,615 ตันต่อปี ขยะอาหารจะถูกส่งปะปนกับขยะอื่นๆ ไปกําจัดด้วยวิธีฝังกลบยังอําเภอเมืองลําปาง ทําให้มีค่าใช้จ่าย ในการขนส่งเพิ่มขึ้นทุกปี อีกทั้งการฝังกลบยังก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นวัตกรรมของโครงการคือการใช้หนอนแมลงทหารเสือ (BSF) เป็นเสมือนเครื่องจักรสําหรับเพิ่มมูลค่าให้ขยะอินทรีย์ เนื่องจากหนอนชนิดนี้กินไว มีเอนไซน์ ไม่นําเชื้อโรค ไม่กัดต่อย ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และมีอยู่แล้วในธรรมชาติเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากหนอนแมลงทหารเสือย่อยแล้ว จะเพิ่มมูลค่าหรือ Upcycle ขยะอินทรีย์ได้เป็น หนอนสด ปลอกดักแด้ ซากแมลง ปุ๋ยมูลหนอน รวมถึงไข่หนอน ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไป ผลิตภัณฑ์ปฐมภูมิเหล่านี้สามารถนําไปเพิ่มมูลค่าเป็นทุติยภูมิ เช่น ไข่ไก่ ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษโดยเกษตรกรอีกกลุ่ม จากนั้น ชุมชนสามารถ ผูกปิ่นโตเกษตรกร เพื่อหาผู้ซื้อประจําให้โดยตรง หรือ Community Supported Agriculture (CSA) เมื่อได้ขยะอินทรีย์ก็จะกลับเข้าสู่วงจรแยกขยะที่ต้นทาง และนํามาเป็นขยะอินทรีย์นําเข้าสู่โรงเรือน หนอนแมลงทหารเสืออีกครั้ง ซึ่งนับเป็นวงจรที่ไม่มีเศษขยะหลงเหลือเลย
ในปี 2567 โครงการกําจัดขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงทหารเสือ จัดตั้งโรงเรือนนำร่อง ณ หมู่บ้านห้วยคิง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยตั้งต้นรับขยะอินทรีย์จากเทศบาลตำบลแม่เมาะ เพื่อเป็นโรงเรือนต้นแบบในขยายผลให้กับกลุ่มชุมชนที่สนใจ เพื่อพัฒนา เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพ และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) ต่อไป ดังนั้น การเพิ่มองค์ความรู้ในการนําเอาหนอนแมลงทหารเสือ (BSF) มาใช้กําจัดขยะอินทรีย์ จึงนับเป็นองค์ความรู้ที่สําคัญในการขับเคลื่อนโรงเรือนเพื่อชุมชน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการกําจัดขยะ และลดการใช้น้ํามัน ในการขนส่งขยะไปกําจัดของเทศบาลตําบลแม่เมาะ ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการคัดแยกขยะ โดยนําขยะอินทรีย์ไปย่อยสลายด้วยวิธีทางธรรมชาติ เพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้จากผลผลิตของโรงเรือนหนอนแมลงทหารเสือ ลดปริมาณขยะฝังกลบ และลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ําในอนาคต

สถานะโครงการ

: อยู่ระหว่างดำเนินการ

ผลลัพธ์/เป้าหมาย

โครงการพัฒนาระบบการสำรวจและบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมและภัยแล้ง บนพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการขั้นสูงในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่จาง จังหวัดลำปาง

วัตถุประสงค์

1.พัฒนาระบบสารสนเทศการตรวจประเมินและวางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพฝายในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่จาง โดยใช้ความรู้ในทางวิชาการร่วมกับองค์ความรู้ของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝายที่มีอยู่จำนวนมากที่ก่อสร้างและอยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2.พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของสิ่งกีดขวางทางน้ำในลำน้ำคูคลองและถนนที่มีปัญหาการกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่จาง พร้อมข้อเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาการ กีดขวางทางน้ำในแต่ละแห่งจากผู้เชี่ยวชาญ

รายละเอียดโครงการ

โครงการพัฒนาระบบการสํารวจและบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงภัยน้ําท่วมและภัยแล้งบนพื้นฐานของ เทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการขั้นสูงในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จางจังหวัดลําปางมีวัตถุประสงคเ์พื่อพัฒนาระบบ สารสนเทศการตรวจประเมินและวางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพฝายในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง โดยใช้ความรู้ ในทางวิชาการร่วมกับองค์ความรู้ของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝายที่มีอยู่จํานวนมากที่ก่อสร้างและอยู่ในการ ดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของสิ่งกีดขวางทางน้ําในลําน้ําคูคลอง และถนนที่มีปัญหาการกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง พร้อมข้อเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาการกีดขวางทางน้ําในแต่ละแห่งจากผู้เชี่ยวชาญ จึงมีการดําเนินกิจกรรมหลัก 2 กิจกรรมในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง ได้แก่
1) กิจกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศการตรวจประเมินและวางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพฝาย ในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมถูกต้องตามหลักวิชาการ มีการรวบรวมตําแหน่งของฝายทุกแห่งที่มีปัญหาและแนวทางวิธีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบในแต่ละแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝายที่มีอยู่จํานวนมากที่ก่อสร้างและอยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน จากการเก็บข้อมูลประเมินสภาพฝายในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง จํานวน 17 ตําบล มีฝายในการสํารวจ จํานวน 334 ฝาย จํานวนตําแหน่งฝายที่อยู่ในขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง จํานวน 310 ฝายและนอกขอบเขต จํานวน 24 ฝาย พร้อมกับการประเมินสภาพฝายใน 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 (ดี) หมายถึง ฝายใช้งานได้ ระดับ ที่ 2 (ปานกลาง) หมายถึง ควรซ่อมแซมปรับปรุง และระดับที่ 3 (ทรุดโทรม) หมายถึง ควรรื้อถอน/ก่อสร้าง ใหม่ โดยพบว่าในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง มีฝายที่ได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับที่ 3 ทรุดโทรม จํานวน 51 แห่ง โดยนําเสนอข้อมูลการตรวจประเมินสภาพฝายในทุกตําแหน่งผ่านเว็บไซต์ของโครงการเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ผ่าน https://watercenter.scmc.cmu.ac.th/weir/jang_basin
2) กิจกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของสิ่งกีดขวางทางน้ําในลําน้ําคูคลองและถนนที่มี ปัญหาการกีดขวางทางน้ําในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง พร้อมข้อเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาการกีดขวางทางน้ําในแต่ละแห่งจากผู้เชี่ยวชาญ ในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จาง จํานวน 17 ตําบล พบตําแหน่งการกีดขวางทางน้ําจํานวน 42 แห่ง ในพื้นที่อําเภอแม่เมาะจํานวน 18 แห่ง และในอําเภอแม่ทะ จํานวน 24 แห่ง สาเหตุของการกีดขวางทาง น้ําในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จางแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ การกีดขวางทางน้ําที่เกิดจากธรรมชาติและเกิดจากมนุษย์ การกีด ขวางทางน้ําที่เกิดจากธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 22.8 และการกีดขวางทางน้ําที่เกิดจากมนุษย์ คิดเป็นร้อยละ 77.2 โดยแบ่งระดับความเสี่ยงจากการกีดขวางทางน้ําเป็น 3 ระดับ คือ ระดับความเสี่ยงน้อย ปานกลาง มาก พบว่ามีตําแหน่งการกีดขวางทางน้ําในระดับที่มีความเสี่ยงมากจํานวน 5 แห่ง อยู่ในพื้นที่อําเภอแม่ทะ โดย นําเสนอรายละเอียดและแสดงผลข้อมูลการสํารวจสิ่งกีดขวางทางน้ําในทุกตําแหน่งผ่านทางเว็บไซต์ที่ได้ พัฒนาขึ้นสําหรับโครงการนี้ได้ทาง https://watercenter.scmc.cmu.ac.th/blockage/jang_basin
ผลผลิตของโครงการที่ได้รับ คือ ในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จางมีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการตรวจประเมิน และวางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพฝายพร้อมแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและน้ําท่วมที่ได้พัฒนาออกแบบการแสดงผลข้อมูลตําแหน่งและสภาพฝายผ่านทางเว็บไซต์ มีฐานข้อมูล และแนวคิดสําหรับวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อปรับปรุงฝาย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนําไปใช้วางแผนและออกแบบรายละเอียดในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมได้ และในพื้นที่ลุ่มน้ําแม่จางมีระบบสารสนเทศฐานข้อมูล ของสิ่งกีดขวางทางน้ําในลําน้ําคูคลองและถนนที่มีปัญหาการกีดขวางทางน้ําพร้อมวิธีการแก้ไขปัญหาการกีด ขวางทางน้ําในแต่ละแห่ง ผลผลิตที่ได้จะใช้เป็นข้อมูลสําคัญในกําหนดรูปแบบของการวางแผน การจัดหางบประมาณ และลงมือปฏิบัติการแก้ไขปัญหาต่อไปโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถนําผลผลิตไปใช้วางแผนให้การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ในการปรับปรุงและซ่อมแซมฝายให้สามารถยกระดับผันน้ําเข้าคลองหรือเหมืองส่งน้ําไปใช้ในฤดู การเพาะปลูก และสามารถเก็บกักน้ําไว้ใช้ในฤดูแล้ง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วม นอกจากนี้น้ําที่เก็บกักหน้าฝายจะเป็นแหล่งเติมน้ําให้กับช้ันน้ําใต้ดินในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และได้รับแนวทางการแก้ไขปัญหาการกีดขวางทางน้ําในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สถานะโครงการ

: ดำเนินการแล้วเสร็จ

ผลลัพธ์/เป้าหมาย

โครงการเห็ดป่าคืนถิ่น เสริมป่าชุมชน สร้างรายได้ สลายฝุ่นควัน

วัตถุประสงค์

1.ชุมชนได้เรียนรู้กระบวนการเพาะเห็ดป่าคืนสู่ระบบนิเวศ(เห็ดป่าคืนถิ่น)เพื่อเสริมสร้างป่าให้มีความ อุดมสมบูรณ์
2.ชุมชนมีแหล่งอาหารและรายได้จากการเพาะเห็ดป่า
3.ชุมชนในพื้นที่เกิดความตระหนักด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน
4.ชุมชนได้เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างสภาพเศรษฐกิจ สังคม และบริการทางนิเวศวิทยา เพื่อความยั่งยืนของป่าไม้และชุมชน

รายละเอียดโครงการ

กฟผ. แม่เมาะ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเห็ดป่า แม่โจ้ (ศวพม.) ศูนย์วิจัยป่าไม้และชุมชน (FP) และสาขาวิชาทรัพยากรป่าไม้ และวนเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อบรมให้ความรู้ในโครงการเห็ดป่าคืนถิ่นฯ แก่ชุมชนอำเภอแม่เมาะ โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายป่าชุมชน อำเภอแม่เมาะ ซึ่งถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ไฟป่า และการทำลายป่า คือ สร้างความตระหนักให้กับชุมชนด้านการใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่ทำลายป่า และสามารถเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ตามธรรมชาติ โดยการส่งเสริมให้มีการเพาะเห็ดป่า และนำเชื้อเห็ดป่ากลับคืนสู่ระบบนิเวศป่าไม้ดั้งเดิม รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเหมาะสม สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนที่ดูแลรักษาป่า โดยเฉพาะป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ที่อนุญาตให้ชาวบ้านซึ่งทำหน้าที่ดูแลและบำรุงรักษาป่าชุมชน สามารถใช้ประโยชน์จากป่าไม้ เพื่อสร้างรายได้ โดยเน้นการสร้างรายได้จากของป่าที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และเป็นไปตามหลักการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน

สถานะโครงการ

: อยู่ระหว่างดำเนินการ

ผลลัพธ์/เป้าหมาย