โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ สื่อสารทิศทาง ประจำปี 2567 สู่โมเดล “ธุรกิจชุมชน” และ แผนปรับกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในอนาคต

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ สื่อสารทิศทางประจำปี 2567 รวมพลังขับเคลื่อนยกระดับโครงการต่างๆ ให้ก้าวสู่ธุรกิจชุมชน พร้อมปรับกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในอนาคตให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) จัดงาน “สื่อสารนโยบาย หก-มน. ประจำปี 2567” โดยมี นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (หก-มน.) นายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์ (นชส-มน.) นางฐิติพร สุภาษี หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ (นพค.-มน.) พร้อมด้วยหัวหน้าหมวดพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) และ สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) ถ่ายทอดทิศทางการดำเนินงานแก่ผู้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำนวน 100 คน เพื่อสื่อสารทิศทางแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในการขับเคลื่อนยกระดับโครงการต่างๆ ให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนแปลงพลังงานและการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแม่เมาะในอนาคต ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

สำหรับภาพรวมทิศทางการทำงานของโครงการแม่เมาะ เมืองน่าอยู่ ประจำปี 2567 ได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอำเภอแม่เมาะให้ได้ 30% ในปี 2030 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CarbonNeutrality)ใน ค.ศ. 2050 ตามนโยบายรัฐภายใต้โครงการต่างๆ ที่ดำเนินการกับชุมชนมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 รวมทั้งขับเคลื่อนพื้นที่อำเภอแม่เมาะให้เป็นพื้นที่สาคัญด้านพลังงานทดแทนของ กฟผ. ตลอดจนการดูแลชุมชนให้มีงานทำ มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นแหล่งจ้างงานที่มั่นคงและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ภายหลังกาลังการผลิตไฟฟ้าจะลดลงในอนาคต อาทิ

-สร้างนิคมชุมชนเกษตรในหมู่บ้านอพยพ ต.บ้านดง จากเกษตรกรรมแนวตั้ง และเกษตรอินทรีย์ ซึ่งกำลังก่อสร้างโรงเรือน เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งผลิตสินค้าเกษตรกรรมปลอดสารพิษที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ในอนาคตจะขยายผลสู่ ต.นาสัก และ ต.แม่เมาะ เนื่องจากตลาดมีความต้องการ 40 ตัน ต่อเดือน แต่ปัจจุบันกำลังการผลิตมีเพียง 4.8 ตัน ต่อเดือน

-เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยพืชพลังงานนำร่องที่ ต.จางเหนือ ด้วยการส่งเสริมชุมชนปลูกไม้โตเร็วในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพื่อสร้างรายได้เพิ่มทุก 3 ปี เช่น ไผ่ Acaciaและยูคาลิปตัส โดยได้ดำเนินการเพาะกล้าที่บ้านห้วยคิง ต.แม่เมาะ

-ก่อสร้างโรงเรือนหนอนแมลงทหารเสือ (BSF) เพื่อจัดการขยะอินทรีย์และเพิ่มมูลค่าหนอน ด้วยการนำไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์เนื่องจากมีโปรตีนสูง

-จัดตั้งโรงงาน Biomass Pellet Plant ในพื้นที่บริเวณตำบลนาสัก รับซื้อเศษชีวมวลเหลือใช้จากการเกษตร ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)จากการเผา

สำหรับแนวทางแผนการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในอนาคต ตั้งเป้าลดการใช้งบ CSR จำนวน 10 ล้านบาท/ปีและจะลดการใช้งบในทุกปีด้วยการปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทางกลยุทธ์ SE (Social Enterprise Model) ทำ CSR โดยให้ชุมชนร่วมสร้างวิสาหกิจชุมชนที่ขยายผลหรือต่อยอดจากโครงการต่างๆ เช่น หญ้าอาหารสัตว์ Biomassและนิคมชุมชนเกษตร เพื่อสร้างเงินหมุนเวียนพร้อมจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกในชุมชนผ่านกองทุนแม่เมาะเมืองน่าอยู่ หรือมูลนิธิแม่เมาะเมืองน่าอยู่เป็นต้น

ในโอกาสนี้ นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กล่าวชื่นชมและขอบคุณผู้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่ หก.มน. ทุกคนที่มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจและทุ่มเทตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง หก.มน. ปี 2565 ช่วยกันสื่อสาร สานสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจกับชุมชน ขับเคลื่อน หก.มน. ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ได้รับการยอมรับและความร่วมมือจากชุมชนด้วยดี พร้อมฝากข้อคิด SPEEDเพื่อภารกิจท้าทายในปี 2567 ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายต่อไป

“ถ้าเราช่วยกันขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อให้ชุมชนแม่เมาะอยู่อย่างยั่งยืนได้สำเร็จ เราจะรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม น้องๆ คือกำลังสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดโครงการที่เราตั้งใจทาสู่ชุมชน ขอให้ยึดแนวคิดค่านิยม SPEED ในลักษณะรวมพลังประสาน จับมือกันให้แน่นเพื่อขับเคลื่อนสร้างสังคม สร้างชุมชนแม่เมาะให้น่าอยู่ไปด้วยกัน เอาใจใส่คนรอบข้าง รับฟังความคิดเห็นและอำนวยความสะดวกให้กับชุมชนด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนซึ่งนอกจากช่วยสร้างความสัมพันธ์และ ความเชื่อมั่นที่ดีต่อกันแล้วยังช่วยให้การทำงานสาเร็จตามเป้าหมายได้อีกด้วย”