กฟผ.จับมือ อ.แม่เมาะ เปิดศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ พร้อมเปิดตัวแอปฯ FireD เน้นชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า ลดฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน

กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกับอาเภอแม่เมาะ และภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอำเภอแม่เมาะ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “FireD” (ไฟดี) ระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวลในชุมชน อ.แม่เมาะ และเปิดช่องทางรับซื้อเชื้อเพลิงภายใต้แนวคิด “ไม่เผา เราซื้อ” ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างยั่งยืน

กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกับอาเภอแม่เมาะ และภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “FireD” (ไฟดี) ระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวลในชุมชน อ.แม่เมาะและเปิดช่องทางรับซื้อเชื้อเพลิงภายใต้แนวคิด “ไม่เผา เราซื้อ” ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างยั่งยืน

ส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon NeutralityNeutrality) ใน ค.ศ. 2050 ตามนโยบายรัฐ โดยมี นายธีระพล บุญตัน ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอแม่เมาะ กล่าวรายงานนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวนำเสนอโครงการ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ส่วนราชการ อ.แม่เมาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 5 ตำบล อ.แม่เมาะ หน่วยงานภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปางเข้าร่วมพิธี

นายชนาธิป เสมแย้ม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

เปิดเผยว่า ข้อมูลในปี 2565 ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม ค่าฝุ่นละอองจากการเผาใน จ.ลำปาง เกินค่ามาตรฐานสูงโดยมีพื้นที่ถูกเผาประมาณ 760,000 ไร่ คิดเป็น 10% ของจังหวัดลำปาง อำเภอแม่เมาะ มีพื้นที่ถูกเผาประมาณ 108,000 ไร่ ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 รองจากอำเภองาว โดยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกเผามากถึง 90% ขอขอบคุณ กฟผ. เป็นอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินการเปิดศูนย์บัญชาการฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ อ.แม่เมาะ โดยมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบ FireD พร้อมทั้งได้พัฒนาต่อยอดโดยเพิ่มช่องทางการรับซื้อ เศษชีวมวลเพื่อลดการเผา และสร้างรายได้ให้กับชุมชน หากพื้นที่ อ.แม่เมาะ ลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กได้สำเร็จจะเป็นต้นแบบขยายผลสู่อำเภออื่นๆ ในจังหวัดลำปางในอนาคตในการร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดลำปางอย่างยั่งยืนต่อไป

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ
ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2

กล่าวว่า การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเป็นต้นเหตุของ ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญของ อ.แม่เมาะ กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกับ อ.แม่เมาะ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำระบบ FireD ที่มีต้นแบบจาก จ.เชียงใหม่ มาใช้เป็นสื่อกลางระหว่างศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะกับภาคประชาชนในการตัดสินใจบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล จากเดิมที่มีเพียงการขอเผาในที่โล่งโดยลงทะเบียนและบันทึกคำร้อง พร้อมระบุรายละเอียดพื้นที่ขออนุมัติเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณากำหนดวันเผาโดยพิจารณาจากข้อมูลตรวจวัด ข้อมูลพยากรณ์และข้อมูลจากแบบจาลองคุณภาพอากาศ คณะทางานได้พัฒนาต่อยอดเพิ่มทางเลือกพิเศษภายใต้แนวคิด “ไม่เผา เราซื้อ” ขึ้น เพื่อให้ชุมชนที่มีชีวมวลในพื้นที่ยื่นคำร้องเสนอขายชีวมวลโดยจะมีกระบวนการนาชีวมวลออกจากพื้นที่มาจัดการเป็นเชื้อเพลิง ชีวมวลอัดเม็ด นำไปเผาร่วมกับถ่านหินในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะต่อไป

ด้านการจัดเสวนาหัวข้อ “ฮ่วมแฮง ฮ่วมใจ๋ แม่เมาะฟ้าใสห่างไกลฝุ่นควัน” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอ แนวทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ขับเคลื่อนศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ ในการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากการเผาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมีประเด็นสำคัญ ดังนี้


รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล
ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ให้ทรรศนะว่า เป็นนิมิตหมาย ที่ดีของ อ.แม่เมาะ ในการเรียนรู้ร่วมกันทุกภาคส่วนให้รู้สึกภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมลดฝุ่น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลที่เป็นความจริงและถูกต้องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเพื่อลดฝุ่นให้สำเร็จต่อไป

นายธีระพล บุญตัน
ปลัดอาวุโสอำเภอแม่เมาะ

กล่าวว่า ช่วงการเปลี่ยนผ่านฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานสูง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ตลอดจนสุขภาพอนามัยของประชาชน การแก้ปัญหาที่ต้นทางจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบ FireD และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแนวคิดจากการเผามาเป็นขาย สร้างรายได้และลดฝุ่นอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวเราและ อ.แม่เมาะ

นายสุรชัย แสงศิริ
ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง

ให้มุมมองว่า ข้อมูลทั้ง 5 ตำบลในพื้นที่ อ.แม่เมาะทั้งภาคพลังงาน ภาคขนส่ง ภาคเกษตร ภาคป่าไม้ การจัดการของเสีย อุตสาหกรรมต่างๆ ที่ส่งให้กับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปางนั้นเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่การวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น จังหวัดลำปางมีพื้นที่ป่า 70% ปริมาณเชื้อเพลิงผลัดใบและร่วงหล่นมากในฤดูแล้งตั้งแต่เดือน มกราคม-เมษายน หากทุกภาคส่วนร่วมกัน ขับเคลื่อนได้สeเร็จ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็กใน อ.แม่เมาะเท่านั้น แต่จะเป็นการช่วยลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กของ จ.ลำปาง และภาคเหนืออีกด้วย

นางเกษศิรินทร์ แปงเสน
หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ

กล่าวถึงแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนระยะยาวว่า ปัจจุบันมีจุดรับซื้อเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ต้น ตอ ใบ เปลือก ซัง ข้าวโพด ฟางข้าว ใบไม้แห้งเศษไม้จากการทาตะเกียบหรือแปรรูป ที่ ต.จางเหนือ ในอนาคตจะกระจายสู่อำเภออื่นๆ โดยจะมีการตั้งวิสาหกิจชุมชนและโรงงาน Biomass Pellet หรือ เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดขึ้น สนับสนุนให้ชุมชนผลิตและจำหน่วยเพื่อเป้าหมาย 15% ในการนำชีวมวลมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน ทั้งนี้จะมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมชุมชน อ.แม่เมาะ ให้ตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการใช้แฟลตฟอร์มไฟดีและยื่นคำร้องขายชีวมวลมากขึ้น เช่น ให้รางวัลสำหรับหมู่บ้านที่ใช้แอปพลิเคชัน “ไฟดี” ช่วยลดปัญหาฝุ่นในพื้นที่ ตลอดจนนำคณะทางานลงพื้นที่อบรมให้ความรู้และแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน “ไฟดี” ในหมู่บ้านเป้าหมายที่มีการเผาไหม้ซ้ำซาก

ผศ.วีระชัย ลิ้มพรชัยเจริญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวมวลและ Black Pellets

ด้านการส่งเสริมชุมชนผลิต Biomass Pellet ที่กฟผ.แม่เมาะมุ่งมั่นขับเคลื่อนนั้น กล่าวถึงภาพรวมทิศทางตลาด Biomass Pellet ว่าจากเดิมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายในประเทศเท่านั้นแต่ปัจจุบัน Pelletจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้รับความสนใจและนำไปใช้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศรวมทั้งมีการส่งออกขายในประเทศเกาหลีญี่ปุ่นตลอดจนมีการสร้างโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งเกิดขึ้นในไทยมาอย่างต่อเนื่องสร้างความตื่นตัวให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในการร่วมกันลดฝุ่นละอองขนาดเล็กซึ่ง อ.แม่เมาะ หากมีการใช้ชีวมวลได้เต็มระบบก็จะเป็นตลาดชีวมวลที่ใหญ่สุดของภาคเหนือ

ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการเสวนาผู้เข้าร่วมงานได้เยี่ยมชมศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ และร่วมทดสอบใช้งานระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อลดฝุ่น PM2.5 นอกจากนี้ยังมีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้นำชุมชน ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนทดสอบใช้งานแอปพลิเคชัน FireD เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน