กฟผ.แม่เมาะ รุดประสานพันธมิตร ผนึกก้าลังพัฒนาศักยภาพการจัดการแหล่งน้ำในพื้นที่

สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ ยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำเป็นหนึ่งในทรัพยากรหลักที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร ตลอดจนการอุปโภคบริโภคภายในชุมชน แม้ กฟผ.แม่เมาะ จะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อย่าง อ่างแม่จาง และแม่ขาม แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่มีปริมาณน้ำฝนและน้ำไหลเข้าอ่างน้อย ทำให้ตั้งแต่ปี 2562 น้ำต้นทุนที่กักเก็บในอ่างค่อยๆ มีปริมาณต่ำลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กฟผ.แม่เมาะ ได้กำหนดมาตรการและวางแผนบริหารจัดการการใช้น้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างรัดกุม ไปพร้อมๆ กับการแบ่งสัดส่วนน้ำให้เพียงพอต่อการใช้ของชุมชนตลอดลำน้ำ

ล่าสุด วันที่ 9 มีนาคม 2565 นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะพร้อมคณะทำงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เข้าพบผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรัฏฐ์ แสนทนอาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสำรวจแหล่งทรัพยากรน้ำใต้ดิน และ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อหารือความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่สามารถนำน้ำใต้ดินมาใช้งาน โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการทำวิจัยและลงพื้นที่ศึกษาชั้นหินบริเวณรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำแม่จางและอ่างเก็บน้ำแม่ขาม ไปพร้อมๆ กับการควบคุมดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ

นอกจากนั้นยังหารือในประเด็นระบบบริหารจัดการน้ำแบบอัจฉริยะ (Smart Water Management) ที่มุ่งเป้าทั้งการบริหารจัดการน้ำใช้ภายในองค์กร การแสวงหาแหล่งน้ำทางเลือกเพื่อเสริมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ การสำรวจแหล่งน้ำ จัดทำผังน้ำและฐานข้อมูลน้ำในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ตลอดจนการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและเสริมความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อมุ่งเป้าไปสู่การยกระดับการจัดการน้ำด้วยระบบโทรมาตร ที่จะแสดงผลทั้งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำ ระดับน้ำ และปริมาณน้ำฝน ณ เวลาปัจจุบัน โดยข้อมูลทั้งหมดจะสามารถนำมาใช้พยากรณ์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า เพื่อเตรียมแผนการรับมือทั้งฤดูน้ำแล้งและน้ำหลาก นอกจากนั้น ยังเป็นการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการตัดสินใจและบริหารจัดการแหล่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน