กฟผ.จับมือ อ.แม่เมาะ เปิดศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ พร้อมเปิดตัวแอปฯ FireD เน้นชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า ลดฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน

กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกับอาเภอแม่เมาะ และภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอำเภอแม่เมาะ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “FireD” (ไฟดี) ระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวลในชุมชน อ.แม่เมาะ และเปิดช่องทางรับซื้อเชื้อเพลิงภายใต้แนวคิด “ไม่เผา เราซื้อ” ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างยั่งยืน

กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกับอาเภอแม่เมาะ และภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “FireD” (ไฟดี) ระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวลในชุมชน อ.แม่เมาะและเปิดช่องทางรับซื้อเชื้อเพลิงภายใต้แนวคิด “ไม่เผา เราซื้อ” ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างยั่งยืน

ส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon NeutralityNeutrality) ใน ค.ศ. 2050 ตามนโยบายรัฐ โดยมี นายธีระพล บุญตัน ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอแม่เมาะ กล่าวรายงานนายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวนำเสนอโครงการ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ส่วนราชการ อ.แม่เมาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 5 ตำบล อ.แม่เมาะ หน่วยงานภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนใน อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปางเข้าร่วมพิธี

นายชนาธิป เสมแย้ม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

เปิดเผยว่า ข้อมูลในปี 2565 ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม ค่าฝุ่นละอองจากการเผาใน จ.ลำปาง เกินค่ามาตรฐานสูงโดยมีพื้นที่ถูกเผาประมาณ 760,000 ไร่ คิดเป็น 10% ของจังหวัดลำปาง อำเภอแม่เมาะ มีพื้นที่ถูกเผาประมาณ 108,000 ไร่ ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 รองจากอำเภองาว โดยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกเผามากถึง 90% ขอขอบคุณ กฟผ. เป็นอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินการเปิดศูนย์บัญชาการฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ อ.แม่เมาะ โดยมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบ FireD พร้อมทั้งได้พัฒนาต่อยอดโดยเพิ่มช่องทางการรับซื้อ เศษชีวมวลเพื่อลดการเผา และสร้างรายได้ให้กับชุมชน หากพื้นที่ อ.แม่เมาะ ลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กได้สำเร็จจะเป็นต้นแบบขยายผลสู่อำเภออื่นๆ ในจังหวัดลำปางในอนาคตในการร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดลำปางอย่างยั่งยืนต่อไป

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ
ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2

กล่าวว่า การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเป็นต้นเหตุของ ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญของ อ.แม่เมาะ กฟผ.แม่เมาะ โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกับ อ.แม่เมาะ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำระบบ FireD ที่มีต้นแบบจาก จ.เชียงใหม่ มาใช้เป็นสื่อกลางระหว่างศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะกับภาคประชาชนในการตัดสินใจบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล จากเดิมที่มีเพียงการขอเผาในที่โล่งโดยลงทะเบียนและบันทึกคำร้อง พร้อมระบุรายละเอียดพื้นที่ขออนุมัติเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณากำหนดวันเผาโดยพิจารณาจากข้อมูลตรวจวัด ข้อมูลพยากรณ์และข้อมูลจากแบบจาลองคุณภาพอากาศ คณะทางานได้พัฒนาต่อยอดเพิ่มทางเลือกพิเศษภายใต้แนวคิด “ไม่เผา เราซื้อ” ขึ้น เพื่อให้ชุมชนที่มีชีวมวลในพื้นที่ยื่นคำร้องเสนอขายชีวมวลโดยจะมีกระบวนการนาชีวมวลออกจากพื้นที่มาจัดการเป็นเชื้อเพลิง ชีวมวลอัดเม็ด นำไปเผาร่วมกับถ่านหินในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะต่อไป

ด้านการจัดเสวนาหัวข้อ “ฮ่วมแฮง ฮ่วมใจ๋ แม่เมาะฟ้าใสห่างไกลฝุ่นควัน” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอ แนวทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ขับเคลื่อนศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ ในการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากการเผาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมีประเด็นสำคัญ ดังนี้


รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล
ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ให้ทรรศนะว่า เป็นนิมิตหมาย ที่ดีของ อ.แม่เมาะ ในการเรียนรู้ร่วมกันทุกภาคส่วนให้รู้สึกภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมลดฝุ่น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลที่เป็นความจริงและถูกต้องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเพื่อลดฝุ่นให้สำเร็จต่อไป

นายธีระพล บุญตัน
ปลัดอาวุโสอำเภอแม่เมาะ

กล่าวว่า ช่วงการเปลี่ยนผ่านฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานสูง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ตลอดจนสุขภาพอนามัยของประชาชน การแก้ปัญหาที่ต้นทางจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบ FireD และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแนวคิดจากการเผามาเป็นขาย สร้างรายได้และลดฝุ่นอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวเราและ อ.แม่เมาะ

นายสุรชัย แสงศิริ
ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง

ให้มุมมองว่า ข้อมูลทั้ง 5 ตำบลในพื้นที่ อ.แม่เมาะทั้งภาคพลังงาน ภาคขนส่ง ภาคเกษตร ภาคป่าไม้ การจัดการของเสีย อุตสาหกรรมต่างๆ ที่ส่งให้กับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปางนั้นเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่การวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น จังหวัดลำปางมีพื้นที่ป่า 70% ปริมาณเชื้อเพลิงผลัดใบและร่วงหล่นมากในฤดูแล้งตั้งแต่เดือน มกราคม-เมษายน หากทุกภาคส่วนร่วมกัน ขับเคลื่อนได้สeเร็จ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็กใน อ.แม่เมาะเท่านั้น แต่จะเป็นการช่วยลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กของ จ.ลำปาง และภาคเหนืออีกด้วย

นางเกษศิรินทร์ แปงเสน
หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ

กล่าวถึงแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนระยะยาวว่า ปัจจุบันมีจุดรับซื้อเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ต้น ตอ ใบ เปลือก ซัง ข้าวโพด ฟางข้าว ใบไม้แห้งเศษไม้จากการทาตะเกียบหรือแปรรูป ที่ ต.จางเหนือ ในอนาคตจะกระจายสู่อำเภออื่นๆ โดยจะมีการตั้งวิสาหกิจชุมชนและโรงงาน Biomass Pellet หรือ เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดขึ้น สนับสนุนให้ชุมชนผลิตและจำหน่วยเพื่อเป้าหมาย 15% ในการนำชีวมวลมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน ทั้งนี้จะมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมชุมชน อ.แม่เมาะ ให้ตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการใช้แฟลตฟอร์มไฟดีและยื่นคำร้องขายชีวมวลมากขึ้น เช่น ให้รางวัลสำหรับหมู่บ้านที่ใช้แอปพลิเคชัน “ไฟดี” ช่วยลดปัญหาฝุ่นในพื้นที่ ตลอดจนนำคณะทางานลงพื้นที่อบรมให้ความรู้และแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน “ไฟดี” ในหมู่บ้านเป้าหมายที่มีการเผาไหม้ซ้ำซาก

ผศ.วีระชัย ลิ้มพรชัยเจริญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวมวลและ Black Pellets

ด้านการส่งเสริมชุมชนผลิต Biomass Pellet ที่กฟผ.แม่เมาะมุ่งมั่นขับเคลื่อนนั้น กล่าวถึงภาพรวมทิศทางตลาด Biomass Pellet ว่าจากเดิมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายในประเทศเท่านั้นแต่ปัจจุบัน Pelletจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้รับความสนใจและนำไปใช้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศรวมทั้งมีการส่งออกขายในประเทศเกาหลีญี่ปุ่นตลอดจนมีการสร้างโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งเกิดขึ้นในไทยมาอย่างต่อเนื่องสร้างความตื่นตัวให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในการร่วมกันลดฝุ่นละอองขนาดเล็กซึ่ง อ.แม่เมาะ หากมีการใช้ชีวมวลได้เต็มระบบก็จะเป็นตลาดชีวมวลที่ใหญ่สุดของภาคเหนือ

ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการเสวนาผู้เข้าร่วมงานได้เยี่ยมชมศูนย์บัญชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อำเภอแม่เมาะ และร่วมทดสอบใช้งานระบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อลดฝุ่น PM2.5 นอกจากนี้ยังมีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้นำชุมชน ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนทดสอบใช้งานแอปพลิเคชัน FireD เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน


กฟผ.ร่วมเวทีสัมมนาเชิงนโยบาย NEC-Creative LANNA ปักหมุดพัฒนาแม่เมาะเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอนาคต

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ร่วมเวทีสัมมนาเชิงนโยบายกลไกการขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC-Creative Lanna) ด้วยแนวคิด (BCG Economy)ผลักดันนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ 4 จังหวัดแกนกลาง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และ จังหวัดลำปาง โดยเตรียมพัฒนาจังหวัดลำปางเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกสในอนาคต

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วย นายศีลวันต์ โสฬสลิขิต หัวหน้าหมวดส่งเสริมเศรษฐกิจ หน่วยพัฒนาโครงการ และนางจุฬาลักษณ์ เมืองทา หัวหน้าหมวดแผนงานโครงการ หน่วยงางแผนและบริหารจัดการ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ แม่เมาะ ร่วมประชุมสัมมนาเชิงนโยบายกลไกการขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC-Creative Lanna) ด้วยแนวคิด BCG Economy ภายใต้โครงการ การพัฒนาแผนแม่บทระเบียงเศรษฐกิจ ด้วยแนวคิด BCG Economy ที่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อน ผู้ประกอบการและธุรกิจในพื้นที่ภายใต้ความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการลงทุน การสร้างงาน สร้างเมืองผลิตภัณฑ์บริการต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดแกนกลาง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษาและภาคประชาสังคมเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนิน โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ตั้งแต่ปี 2565 เป็นการการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่แม่เมาะในมิติ Smart Economy, Smart Environment และ Smart Energy มีแผนส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม สีเขียวในพื้นที่อำเภอแม่เมาะที่สอดรับตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือบนฐาน Bio-Circular–Green Economy ของจังหวัดลำปาง ด้วยโครงการเรือธง (Flagship Projects)คือ การเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกส์ โดยจะพัฒนาพื้นที่ให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและแหล่งผลิตพลังงานสะอาดใน อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาให้อำเภอแม่เมาะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมดิจิทัล Digital Park ภาคเหนือ มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ในพื้นที่ ตามเส้นทางรถไฟทางคู่เพื่อสร้างเป็นลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ Container Yard ในพื้นที่เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็น Logistics and Wholesale Hub ในอนาคต

คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ติดตามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค เมืองอัจฉริยะ เพื่อทำรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ติดตามความก้าวหน้า และรับฟังความคิดเห็น ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะการดำเนินงาน โครงการ “ลำปางเมืองอัจฉริยะ ” และ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ” ของ กฟผ.แม่เมาะ เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ จัดทำรายงานเสนอ ต่อคณะรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง คณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่นวุฒิสภา นำโดยนายณรงค์ อ่อนสะอาด สมาชิกวุฒิสภาในฐานะกรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เร่งรัดการปฏิรูปด้านการปกครองท้องถิ่น นำคณะฯ ศึกษาดูงานการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางให้การต้อนรับพร้อมทั้งบรรยายถึงผลการขับเคลื่อนพัฒนา “ลำปางเมืองอัจฉริยะ”

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 บรรยายภารกิจการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ และนางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ บรรยายการดำเนินงานแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “แม่เมาะเมืองน่าอยู่ ” โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน

นายณรงค์ อ่อนสะอาด กรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามเร่งรัดการปฏิรูปด้านการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการติดตามเร่งรัดการปฏิรูปด้านการปกครองท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ 1 ในยุทธศาสตร์ชาติ 23 ประเด็น ซึ่งได้รับผิดชอบในประเด็นที่ 6 เรื่องการพัฒนาพื้นที่และพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งการทำ Smart City เป็นการนำเทคโนโลยี มาใช้กับการพัฒนาเมือง เพื่อให้เมืองเกิดการทำงานที่เพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้เราก้าวทันโลก โดยทั่วโลกได้ทำ Smart City กันเป็นจำนวนมาก ส่วนประเทศไทยเริ่มก้าวขยับเพื่อทำ Smart City สำหรับการมาในครั้งนี้เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเสนอแนะ ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานด้านการขับเคลื่อน Smart Cityของ กฟผ.แม่เมาะ ภายใต้โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ถึงการดำเนินงานในแต่ละด้าน เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับนำไปประกอบการทำรายงาน เรื่องชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อนำเมืองไปสู่เมืองน่าอยู่ อัจฉริยะ Smart Local สู่ Smart Cityหลังจากรายงานที่เป็นการรวบรวมประเด็นที่ได้ทำการศึกษา ปัญหา อุปสรรคข้อแนะนำ เสร็จแล้วจะนำไปรายงานในที่ประชุมวุฒิสภาใหญ่ จากนั้นที่ประชุมจะเป็นผู้พิจารณาและเพิ่มข้อเสนอแนะเพื่อรวบรวมไว้ในรายงานฉบับดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ให้การต้อนรับ “นายกตวงรัตน์” พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนา Vertical Farm สู่นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ให้การต้อนรับ “นายกตวงรัตน์” ในโอกาสเยี่ยมชมโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm แหล่งปลูกผัก ภายใต้แบรนด์ Mae Moh FreshFresh พร้อมนำเสนอแนวทางขับเคลื่อนพัฒนาโรงเรือนฯ สู่นิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้ชุมชนพื้นที่อพยพ ต.บ้านดง อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมผู้ปฏิบัติงานในสังกัด เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับ นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง (อบจ.ลำปาง) พร้อมคณะ ในโอกาสเยี่ยมชมโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm Farm แหล่งปลูกผักภายใต้แบรนด์ Mae Moh Fresh ผักสะอาด ทานได้โดยไม่ต้องล้าง พร้อมรับฟังบรรยายโดยหัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เกี่ยวกับภาพรวมในการบริหารจัดการโรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้ง Vertical Farm ตลอดจนแนวทางพัฒนาในอนาคตร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการทาตลาดซื้อ-ขาย เพื่อส่งเสริมให้เป็นนิคมชุมชนเกษตรแม่เมาะ แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งผลิตสินค้าเกษตรกรรมปลอดสารพิษที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในภาคเหนือเพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้ชุมชนพื้นที่อพยพ ต.บ้านดง อย่างยั่งยืน ณ โรงเรือนเกษตรกรรมแนวตั้งพื้นที่อพยพบ้านดง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

จากนั้นคณะนายกตวงรัตน์ ได้เดินทางไปพบปะชุมชนบ้านกลาง หมู่ 5 และบ้านแม่ส้าน หมู่ 6 พื้นที่ปลูกมะแขว่นของ อ.แม่เมาะ โดยมีผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 2 แห่ง ให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและความเป็นอยู่ของชุมชนเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ตลอดจนส่งเสริมให้มีรายได้เพิ่มจากการแปรรูปมะแขว่นในอนาคต

คณะกรรมาธิการพลังงานสภาผู้แทนราษฎร รับฟังกลยุทธศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านพลังงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ สู่พลังงานทดแทนในอนาคต

กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ในโอกาสศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางกรอบยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านพลังงานถ่านหินไปสู่การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกในอนาคตตามนโยบายรัฐ

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง คณะผู้บริหารกฟผ.แม่เมาะ นำโดย นายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (อฟม.) นายอรรถพล อิ่มหนา ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (อรม.) พร้อมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับ นายศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎรพร้อมคณะทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกลในสัดส่วนคณะกรรมาธิการการพลังงาน

นายชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง เขต 3 และ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ในโอกาสเยี่ยมชมภารกิจ กฟผ.แม่เมาะ เพื่อศึกษาแนวทางการใช้พลังงานของประเทศไทย ติดตามการบริหารจัดการด้านการอนุรักษ์พลังงาน ตลอดจนกรอบยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่จะนำไปสู่การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกในการขับเคลื่อน การพัฒนาประเทศในอนาคต โดยรับฟังบรรยายเกี่ยวกับภารกิจ กฟผ.แม่เมาะ ที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงมายาวนานตั้งแต่ปี 2512 ตลอดจนแผนงานและโครงการต่างๆ ในปัจจุบันที่มุ่งมั่นพัฒนาขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดในกิจการเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ใน ค.ศ. 2050 ตามยุทธศาสตร์รัฐ ดังนี้

• นายอนุชา มากเมือง วิศวกรระดับ 10 ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ บรรยายหัวข้อ ภาพรวมภารกิจ กฟผ.แม่เมาะ และแผนการดำเนินงาน Carbon Neutrality

• นายวงศารัตน์ เหลืองโสภาพรรณ วิศวกรระดับ 9 กองการผลิต 2 (กผม2-ฟ.) โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8-13 บรรยายหัวข้อ Biomass Conversion Project แผนการดำเนินการคณะทำงานบูรณาการการศึกษาการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่ 8 เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล

• น.ส.นนทนัน วิเชียรสาร วิศวกรระดับ 6 ฝ่ายการผลิตไฟฟ้า 2 บรรยายหัวข้อ การจัดการด้านอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นระบบ

• นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่บรรยายภาพรวมภารกิจการดำเนินงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ( Mae Moh Smart City City) ภายใต้แนวทางพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่ พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) และ สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)

หลังเสร็จสิ้นการบรรยายคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล และผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันโดยทั้งสองฝ่ายจะนำข้อมูลไปปรับใช้เป็นแนวทางในการบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อผลักดันการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ ในทุกมิติให้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้คณะฯ ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่การทำเหมืองแม่เมาะ และโครงการศึกษาและทดสอบการนำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน (Biomass CoCo-firingfiring) ภายใต้การดำเนินงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ โดยนายศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการพลังงานคนที่สามกล่าวว่าขอบคุณ กฟผ.แม่เมาะ สาหรับความรู้ ไอเดีย รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ที่มีวัตถุประสงค์ที่ดีต่อชุมชน พร้อมผลักดันเต็มที่เพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากฟอสซิลสู่พลังงานทดแทนในอนาคต

ด้านนายพัฒนพงศ์ ขันทา ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (อฟม.) กล่าวว่า ในนาม ผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ยินดีปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐทุกอย่าง รวมทั้งยินดีต้อนรับและพร้อมให้ข้อมูลต่างๆ ตลอดจนเป็นนิมิตหมายที่ดีในการร่วมกันผลักดันเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานที่สอดคล้องกับแผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยต่อไป

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ ดี จากงาน Smart City Expo 2023

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 เป็นผู้แทน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เข้ารับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment ) ระดับดี ในงาน Smart City Solutions Awards 2023 จากการนาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาแปรรูปเป็น Biomass Pellet เพื่อเป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ช่วยแก้ปัญหาหมอกควัน และ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 จากการเผาพื้นที่การเกษตร ลดการใช้ถ่านหิน และ สร้างรายได้ให้ชุมชนจากการขายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยเข้ารับรางวัลจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินงานตาม “แผนพลังงานชาติ” ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 พร้อมรับมือการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ตามแนวทาง 4D 1E ของกระทรวงพลังงาน

คือ Decarbonization: การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน Digitalization: การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการระบบพลังงาน Decentralization: การกระจายศูนย์การผลิตพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน Deregulation: การปรับปรุงกฎระเบียบรองรับนโยบายพลังงานสมัยใหม่ และ Electrification: การเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานมาเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยพัฒนาเมืองรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านพลังงานผ่านโครงการต่าง ๆ

งาน Thailand Smart City Expo 2023 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ภายในงานกฟผ. ได้จัดแสดงนวัตกรรม Smart Energy Solutions ให้ความสาคัญกับการพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” ส่งเสริมแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี โดย กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City) ที่พัฒนาต้นแบบ Smart City ระดับพื้นที่ที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สร้างความสมดุลของมิติความยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ผู้นำชุมชนรอบโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ดูงานการดำเนินงาน กฟผ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องเทิดคุณธรรม อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ นำโดยนายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์ นางฐิติพร สุภาษี หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการ ให้การต้อนรับนายวิภพ ภาณุอำไพ หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ในการนำคณะผู้นำชุมชน ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางที่สามารถปรับใช้ให้สอดคล้อง กับการดำเนินชีวิตของชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมการเกษตร โดยคณะให้ความสนใจการนำเศษวัชพืชมาเพิ่มมูลค่าด้วยการทำปุ๋ยอินทรีย์ และการนำเชื้อเห็ดป่ามาต่อยอดเป็นแหล่งอาหาร สามารถสร้างรายได้จากการเพาะเชื้อเห็ด ลดการเผาป่าอีกด้วย

เขื่อนจุฬาภรณ์นำคณะส่วนราชการและผู้นำชุมชน จ.ชัยภูมิ ศึกษาดูงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ จ.ลำปาง โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ นำโดยนางจันทร์ฉาย พงษ์ลังกา พนักงานวิชาชีพระดับ 9 หน่วยชุมชนสัมพันธ์ โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับ คณะหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำชุมชนจาก เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ นำโดย นายวิทยา ออกประเสริฐ ช.8 กองไฟฟ้า เขื่อนจุฬาภรณ์ ในโอกาสนำหัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำชุมชน อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 27 คน พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน เข้าศึกษาดูงานการดำเนินงานของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมรับฟังบรรยายโดย นางวิจิตรา พวงแก้ว วิทยากรระดับ 7 หน่วยพัฒนาโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ถึงภารกิจการดำเนินงานโครงการต่างๆ ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ตามแผนงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (EGAT Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 205 หรือ พ.ศ. 2593 ตามนโยบายของรัฐ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกันเพื่อให้คณะส่วนราชการและผู้นำชุมชนได้ทราบและเข้าใจถึงภารกิจต่างๆของ กฟผ.. สามารถนำไปสื่อสารเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานส่วนราชการ และชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเขื่อนจุฬาภรณ์ – เขื่อนห้วยกุ่มได้อย่างถูกต้อง

กฟผ.แม่เมาะ ส่งต่อความรู้การจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า และทำการเกษตรแบบไร้ซึ่งสารเคมีสู่ 129 ผู้เข้าอบรม “โคก หนอง นา โมเดลวิถีใหม่ ” ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2566 นายทรงศิลป์ มะโน หัวหน้าหน่วยชุมชนสัมพันธ์โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ให้การต้อนรับ นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ นายเอนก แก้วกำพล นายกเทศมนตรีตำบลแม่เมาะ และหัวหน้าส่วนราชการอำเภอแม่เมาะ ในโอกาสร่วมเป็นเกียรติพิธีปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “โคก หนอง นา โมเดลวิถีใหม่ ” รุ่นที่ 2/2566 และมอบเกียรติบัตรที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยมี นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฯ และมอบเกียรติบัตรฯ ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

กฟผ.แม่เมาะ จัดโครงการกสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์โคกหนองนาโมเดลสำหรับชุมชนครั้งแรก ในปี 2565 ถ่ายทอดความรู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวทางศาสตร์พระราชา ผสมผสานกับเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบ ” โคก หนอง นา ” โมเดล เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาจัดการพื้นที่ทางการเกษตรของตน ตลอดจนนำไปพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้

ซึ่งในปี 2566 ได้มีการจัดอบรมฯ 2 รุ่น รุ่นที่ 1 จัดอบรมฯ ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2566 และ รุ่นที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 ตุลาคม 2566 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯทั้งหมด 129 คนจากในพื้นที่จังหวัดลำปางและต่างจังหวัด ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ จ.แพร่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.น่าน จ.นครสวรรค์ จ.ขอนแก่น จ.ตาก จ.พิษณุโลก จ.สมุทรปราการ จ.สระบุรี และ กรุงเทพฯ โดยศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.แม่เมาะ เป็น 1 ใน 10 พื้นที่ต้นแบบของ กฟผ. ในการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา ในโครงการ 7 เขื่อนพระนาม 3 โรงไฟฟ้าเพื่อสืบสานศาสตร์พระราชา ขยายผลองค์ความรู้ไปยังชุมชนและผู้ที่สนใจ

โดยศูนย์ฯ กฟผ.แม่เมาะ ได้จัดแบ่งพื้นที่ 3-5 ไร่ ให้เป็นฐานเรียนรู้ด้านการผสมผสานของเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา ” โมเดล มีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าในในศาสตร์พระราชาที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง จากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี และศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จังหวัดนครนายก เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และ การทำเกษตรแบบไม่พึ่งสารเคมีโดยอาศัยเทคโนโลยีและภูมิปัญญาชาวบ้าน เข้ามาทดแทนให้กับประชาชนและเกษตรกรที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้และสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ต่อไป

กฟผ.แม่เมาะ จัดอบรมโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” รุ่นที่ 2 รวมพลังขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสืบสานงานของพ่อ

โครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ ร่วมกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติจัดอบรมโครงการกสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง “โคก หนอง นา” โมเดล วิถีใหม่” รุ่นที่ 2 สืบสานต่อยอด “ศาสตร์พระราชา” เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการกสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง “โคก หนอง นา โมเดล วิถีใหม่” รุ่นที่ 2 ประจำปี 2566 โดยมี นายอรรถพล อิ่มหน่ำ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 จากความร่วมมือระหว่างโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ โดยหมวดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (มศป-มน.) และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติภายใต้โครงการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา สืบสานงานของพ่อ จัดอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในระหว่าง วันที่ 19-23 ตุลาคม 2566 แก่ผู้เข้าร่วมอบรมจ านวน 58 คน ที่สนใจในการท าเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางศาสตร์พระราชา ผสมผสานกับเกษตรทฤษฎีใหม่ รูปแบบ “โคก หนอง นา” โมเดล ซึ่งผู้เข้าอบรมมีทั้งจากจังหวัดลำปาง ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแม่เมาะ อำเภอแม่ทะ และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ เพชรบูรณ์ แพร่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ สระบุรีและกรุงเทพฯ โดยมีวิทยากรจากเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติทั่วประเทศ และศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.แม่เมาะ บรรยายให้ความรู้ต่างๆ อาทิ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, หลักกสิกรรมธรรมชาติ, ตัวอย่างความสำเร็จการขับเคลื่อนตามศาสตร์พระราชา 4 พอ ตามหลักทฤษฎีบันได 9 ขั้น, การเรียนรู้ด้านการผสมผสานของเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา” โมเดล 9 ฐาน ได้แก่ ฐานคนรักษ์แม่ธรณี ฐานคนมีน้ำยา ฐานคนเอาถ่าน ฐานคนติดดิน ฐานคนรักษ์สุขภาพและภูมิปัญญาชาวบ้าน ฐานคนรักษ์สมุนไพร ฐานคนรักษ์แม่โพสพ ฐานคนรักษ์ป่าและน้ำ, กิจกรรมเอามื้อสามัคคีในแปลงตัวอย่างของรุ่นพี่กสิกรรมธรรมชาติที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม จากศูนย์ฯ ในปี 2565 และการออกแบบพื้นที่ตามภูมิสังคม (ออกแบบพื้นที่แปลงของตนเอง) เพื่อปลูกจิตสำนึก สร้างความสามัคคีให้ผู้เข้าอบรมเป็นกำลังสำคัญ ในการสืบสานและขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสืบต่อไป ตลอดจนนำความรู้ต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและพัฒนาต่อยอดในพื้นที่ของตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน